Chapter 5
“เฮ้ย! ต้นน้ำ วันนี้ดีมากเลยว่ะ ลูกค้าชอบมาก” เสียงพี่ภาคีพูดขึ้นอีกรอบหลังจากที่ผมเดินลงมาจากเวทีแล้ว
“ขอบคุณมากเลยครับพี่ ลูกค้าแฮปปี้ต้นน้ำก็ดีใจ” ถือว่าเป็นครั้งแรกกับที่นี่และประสบความสำเร็จแบบเกินคาดเลยทีเดียว แต่อย่าชมเยอะมากเกินไปเลยครับเดี๋ยวผมจะเหลิงเอา
“รอบหน้าวางคิวให้ร้านพี่อีกนะ ชอบ ๆ” ใบหน้าเรียวสวยเปื้อนยิ้มออกมาให้คนตรงหน้าได้เห็นถึงความดีใจ
“ได้ครับ เอาเป็นว่าถ้าเกิดพี่อยากให้มาตอนไหนบอกได้เลย ต้นน้ำพร้อมมาก” เอาล่ะอาชีพนักร้องของผมกำลังจะได้เกิดแล้ว
“ได้ดิ เจ้านายพี่อยากเจออะ โชคดีมากเลยนะเว้ยปกติไม่ค่อยชอบนักร้องที่พี่หามาเท่าไร”
“เจอต้นน้ำเหรอครับ?” ปกติไม่ค่อยได้มีโอกาสพบเจ้าของร้านเท่าไรถ้าไม่ใช่ร้านเล็กจริง ๆ แต่ครั้งนี้ดันเป็นเจ้าของ XYPUB แล้วด้วย
“ใช่ดิ เดี๋ยวเก็บของเก็บอะไรเสร็จแล้วขึ้นไปหาเจ้านายพี่ที่ห้องทำงานหน่อยและได้รับเงินค่าแรงด้วยเลย” ผมพยักหน้ารัวให้พี่แกก่อนจะรีบเก็บของตัวเองใส่กระเป๋าเป้ที่พกมาด้วย ใช้เวลาไม่นานก็เสร็จก่อนที่พี่ภาคีจะพาผมเดินเลี่ยงขึ้นไปชั้นสองของผับนี้ แต่มันเป็นที่ลับสายตาคนมาก ๆ แล้วเสียงเพลงดังที่เปิดก็แทบไม่ทะลุเข้ามาถึงโซนนี้ด้วยซ้ำ
“ห้องนี้แหละ” ผมยิ้มส่งให้แกก่อนที่มือหนักของพี่ภาคีจะเคาะลงกับประตูบานใหญ่ตรงหน้าและไม่รอให้คนด้านในตอบกลับก็เปิดประตูบานนั้นเข้าไปเลยอย่างรู้งาน
“นักร้องคืนนี้ของผับเรามาแล้วครับ” คนที่พาผมมาพูดขึ้นบอกเจ้านายของเขาที่นั่งอยู่ด้านหลังเก้าอี้ทำงานตัวใหญ่
“อือ” คนคนนั้นตอบกลับมาสั้น ๆ ก่อนที่พี่ภาคีจะทำท่าเดินออกไปจนผมต้องรั้งแกไว้ นี่เขาไม่ได้จะอยู่กับผมจนลงไปจากที่นี่พร้อมกันหรอกเหรอ?
“เดี๋ยวพี่ไปทำงานต่อก่อน คุยเสร็จก็ตามลงมานะ” พี่แกพูดบอกอีกรอบหลังจากที่มือเล็กของผมรั้งแขนแกร่งของแกเอาไว้
“ครับ” ผมพูดบอกเสียงเบาเพราะบรรยากาศภายในห้องตอนนี้มันเงียบมาก ไม่เหมือนกับตั้งอยู่ในผับเลยสักนิด
“สวัสดีครับ ขอบคุณที่วันนี้ให้โอกาสต้นน้ำมาเล่นที่ผับของคุณนะครับ” ถึงแม้ว่าตอนนี้เราจะยังไม่เห็นหน้ากันแต่ว่าผมก็ควรเป็นคนเปิดบทสนทนาก่อนเพื่อไม่ให้เสียมารยาท
ก่อนที่เก้าอี้ตัวนั้นที่หันหลังให้จะหมุนกลับมาพร้อมกับร่างสูงของใครบางคนที่ผมรู้สึกว่ามันคุ้นตาเอามาก ๆ
“นอกจากขายเสียงแล้วยังขายตัวด้วยไหม?” เสียงนิ่งเรียบของคุณแพทริคพูดขึ้นถามมาทางผมที่ยืนอยู่กลางห้องพร้อมกับสายตานิ่งเรียบไร้ความรู้สึกเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยน
“คุณแพทริค...”
“ตกใจที่เห็นกูอยู่ที่นี่เหรอ?”
“ครับ ต้นน้ำไม่คิดว่าคุณจะเป็นเจ้าของที่นี่” ก่อนที่เจ้าของความสูงร้อยเก้าสิบเซนติเมตรจะหยัดตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้เต็มความสูงและเดินเข้ามาใกล้ผมมากขึ้นจนขาเรียวต้องก้าวถอยหลังหนีตามขายาวของเขาที่ก้าวเข้ามา
“คิดว่าห้องแค่นี้มึงจะเดินหนีกูได้ไกลมากขนาดไหน?” เขาพูดขึ้นอีกรอบแต่ก็ยังไม่หยุดเดินและเป็นแผ่นหลังบางของผมเองที่ชนเข้ากับผนังห้องแล้ว
“คุณแพทริคจะทำอะไรครับ?” ผมหันหน้าหนีเมื่อใบหน้าเรียวหล่อของเขาก้มลงมาใกล้จนเราห่างกันไม่ถึงคืบด้วยซ้ำ
“ที่กูหายไปหนึ่งเดือนเต็มเพราะกูปล่อยให้ไอ้เรย์ได้ทำคะแนนกับมึงไปก่อน แต่วันนี้กูไม่รอแล้ว..มึงต้องแต่งงานกับกู” เป็นคำพูดสั่งจากเขาและผมเองก็ยังไม่เห็นเหตุผลว่าทำไมผมต้องแต่งงานกับเขาด้วย
“ทำไมต้นน้ำต้องแต่งงานกับคุณด้วย”
“มึงมั่นใจเหรอว่าจะไม่แต่งงานกับผัวตัวเอง?”
“คุณแพทริคหมายความว่ายังไงคะ!!...” ไม่ทันที่ผมจะได้พูดจบริมฝีปากหนาของเขาก็ประกบจูบริมฝีปากบางของผมอย่างฉวยโอกาส ดะ..เดี๋ยวสิ!
ดวงตากลมโตเบิกกว้างอย่างตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ริมฝีปากของเราค้างอยู่แบบนั้นไม่ขยับ ก่อนที่มือเล็กของผมจะพยายามผลักอกแกร่งออกเขาหลังจากที่ดึงสติของตัวเองกลับมาได้
“คุณแพทริค คุณทำบ้าอะไร!” และก็เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ผมเผลอตวาดเสียงใส่เขา
“.....” ดวงตาคมของเขายังก้มมองมาทางผมด้วยสายตานิ่งเฉย
“อ๊ะ! คุณแพทริคปล่อยต้นน้ำนะครับ” ก่อนที่มือหนาจะรั้งเอาแขนเรียวของผมให้เดินตามเข้าไปด้านในห้องจนกระเป๋าเป้ที่พาดไหล่บางอยู่หลุดออกจากแรงดึงรั้งของเขาที่มันยากมากถ้าจะขัดขืน
“อึก!” ร่างบางของผมถูกเหวี่ยงเข้ากับกำแพงของห้องที่เขาเพิ่งพาเดินเข้ามาเมื่อกี้ พอตั้งสติดูดี ๆ แล้วที่นี่มันเป็นห้องนอนในห้องทำงานอีกที
“ได้กับไอ้เรย์ยัง” เขาถามขึ้นอย่างไม่สนใจว่าผมจะเจ็บมากแค่ไหนกับแรงกระแทกเมื่อกี้
“........” ผมเม้มริมฝีปากบางเข้าหากันแน่นก่อนจะส่ายหัวแทนการตอบคำถาม จะได้ได้อย่างไรเพราะคุณเรย์ก็หายไปตลอดเดือนเต็มเหมือนเขานั่นแหละ
“อย่านะครับ!” ผมยกมือขึ้นป้องอกราบของตัวเองเมื่อร่างสูงของเขาเดินเข้ามาหวังจะดึงเสื้อของผมให้ถอดออก
“จะยอมเองหรือโดนบังคับ” เป็นคำถามที่เห็นแก่ตัวที่สุดตั้งแต่ที่ผมเคยได้ยินมา
“อย่าทำแบบนี้กับต้นน้ำเลยนะครับ ฮึก” ปากบางเริ่มเบะอยากจะร้องไห้อย่างคิดอะไรไม่ออก ลำพังคนตัวเล็กอย่างผมที่อยู่ใต้อำนาจของเขามาตลอดจะยื้อเรื่องตรงหน้านี้ได้นานมากแค่ไหน
“น่ารำคาญ ถอดเสื้อผ้าออกแล้วขึ้นเตียงไปอ้าขาให้กูเอา” .....
“คุณแพทริค...ปล่อยต้นน้ำไปเถอะนะครับ..ฮ ฮึก ต้นน้ำกลัวแล้ว” น้ำตาหยดใสไหลรินออกมาอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน แต่คนตรงหน้ากับมองมาอย่างไม่รู้สึกอะไรกับคำขอร้องของผมเลยสักนิด
“อ๊ะ!..คุณแพทริค ขอร้อง ต้นน้ำขอร้อง ฮ ฮือออ...” มือหนาของเขากำเอาคอเสื้อของผมไว้แน่นและพาผมเดินไปโยนบนเตียงนอนคิงไซซ์กลางห้องนอน
ร่างบางสั่นเทาของผมตะเกียกตะกายขึ้นไปนั่งชิดอยู่ที่หัวเตียงแต่ก็ถูกมือหนาของเขารั้งข้อเท้าเล็กลงมาเหมือนเดิม ก่อนที่ร่างสูงเปลือยท่อนบนเผยลอนกล้ามสวยจะคลานเข่าขึ้นมาคร่อมผมได้ไม่ยาก
แควกกกก!!!
เสียงฉีกเสื้อยืดออกจากร่างเล็กอย่างเอาแต่ใจดังขึ้น เผยหน้าอกราบขาวที่กระทบกับแสงไฟในห้องได้เป็นอย่างดี
“.......” ดวงตาคมของเขาก้มมองร่างเปลือยท่อนบนของผมด้วยสีหน้าเรียบนิ่งไม่เปลี่ยนและยากจะเดาความรู้สึกของเจ้าของดวงตาคมคู่นั้น ก่อนที่คุณแพทริคก็ก้มลงมางับเอาติ่งเกสรอมชมพูของผมไปครอบครอง
“อึก!” ผมแอ่นอกเรียบขึ้นตามแรงสัมผัสของเขาที่มอบให้ แต่มันไม่ได้มีความสุขเลยสักนิด เขาใจร้ายมากเลยนะที่ทำกับผมแบบนี้
‘กึด’ เขี้ยวคมของเขาขบลงกับเม็ดสีสวยในปากจนผมต้องสะดุ้งตัวโยนไปด้วยเพราะความเจ็บที่ได้รับ
“เจ็บ..ฮ ฮึก ปล่อยต้นน้ำเถอะนะ” น้ำตาสีใสยังไหลมาเติมเต็มไม่หยุดพร้อมกับมือเล็กที่พยายามดันอกแกร่งของเขาออก แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิดเพราะขนาดตัวที่ต่างกันอยู่มาก
“ยะ..อย่า อย่าถอดนะ!!..” ผมร้องขึ้นเสียงหลงเมื่อมือหนาของเขาพยายามจะถอดกางเกงที่ยังเหลือปกปิดร่างกายท่อนล่างของผมออกและมันก็ดันเป็นเรื่องง่ายกว่าที่คิดเพราะกางเกงตัวนั้นมันปลิวหายออกไปแล้ว เหลือเพียงร่างบางขาวเปลือยเปล่าใต้ร่างของเขา
“.......” เขายังไม่พูดอะไรแต่ยอมปล่อยติ่งเกสรบนหน้าอกเรียบให้เป็นอิสระและสายตาคมของเขาที่ก้มมองลงมาอย่างสำรวจกับความเปลือยเปล่าใต้ร่างกำยำของเขา จนกระทั่ง....
“ไม่คิดจะชวนกูบ้างเหรอ?”
