บท
ตั้งค่า

Chapter 3

“ครับ?” อะไรคือการที่ผมต้องเป็นคนเลือก ผมไม่ได้ไปแต่งงานด้วยกับพวกเขาซะหน่อย

“ช่วยเลือกทีว่าอยากแต่งงานกับใคร” เสียงเข้มของคุณท่านพูดขึ้นถามพร้อมกับดวงตาหลายคู่ที่มองมาทางผมอย่างรอคำตอบไม่แพ้กัน นี่มันเรื่องอะไร

“หมายความว่ายังไงเหรอครับ?” ตอนนี้ผมเริ่มงงไปหมดแล้ว

“ฉันแก่ตัวลงไปมากแล้วนะ เธอควรจะต้องมีคนดูแลต่อจากฉันและฉันก็ไม่ไว้ใจใครนอกจากคนในครอบครัวของเราเอง” คุณท่านพูดบอกด้วยท่าทางจริงจังไม่เปลี่ยนหรืออาจจะจริงจังมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ

“ต้นน้ำ..ลองให้พี่แพทริคได้ดูแลเธอไหม ตอนเด็กๆ พวกเธอสนิทกันหนิ” คุณอีธานพูดขึ้นอย่างเสนอก่อนที่สีหน้าไม่พอใจของคุณแพทริคจะปรากฏขึ้นมาอย่างชัดเจน

“พูดแบบนั้นก็ไม่ถูกเพราะเมื่อก่อนเรย์เองก็สนิทกับเธอเหมือนกัน เธอน่าจะลองให้โอกาสเรย์ดูนะต้นน้ำ” แต่เรื่องพวกนั้นมันก็เป็นเรื่องในอดีตเท่านั้นไม่ใช่หรือไง

“ไม่ครับ ต้นน้ำไม่อยากแต่งงาน”

“เธอไม่อยากตอบแทนบุญคุณของฉันเหรอ?” ผมนิ่งไปสักพักอย่างใช้ความคิดเมื่อคุณท่านพูดประโยคนั้นออกมา

“ช่วยมีเหลนให้ฉันได้เห็นก่อนที่ฉันจะต้องแก่ตายได้ไหม?” ครับ ทุกคนรู้ว่าผมเป็นผู้ชายที่สามารถท้องได้และอาจจะเพราะเหตุผลนี้ด้วยที่ทำให้รูปร่างของผมมันเพรียวเกินชายมากขนาดนี้

“เธอไม่ต้องเลือกเจ้าบ่าวของเธอตอนนี้หรอก ฉันมีเวลาให้ทุกคนได้ตัดสินใจ 90 วัน ก่อนวันคล้ายวันเกิด 72 ปีของฉัน ถือว่าเป็นของขวัญวันเกิดให้ฉันได้ไหม?” คุณท่านพูดถึงขนาดนี้ ผมที่ตั้งใจจะตอบแทนบุญคุณอยู่แล้วจะปฏิเสธคุณท่านได้อย่างไร

“ครับ” ผมตอบกลับคุณท่านเพียงคำสั้น ๆ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เต็มใจมากนักแต่นี่เป็นครั้งแรกที่คุณท่านเอ่ยบอกขอร้องผมด้วยตัวของท่านเอง

“แล้วพวกแกล่ะ?” ก่อนที่คุณท่านจะหันกลับไปถามคุณเรย์และคุณแพทริคที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม

“ครับคุณปู่” ทั้งคู่ตอบกลับมาพร้อมกันก่อนที่ดวงตานิ่งคมของพวกเขาจะมองมาที่ผมอย่างไร้ความรู้สึกยากเดาความคิดของอีกฝ่าย แต่ที่จะรับรู้ได้เลยคือชีวิตหลังจากนี้ของผมมันเหมือนตกนรกทั้งเป็นแน่ ๆ

“ได้ยินแบบนี้ฉันก็สบายใจ ไป..ไปกินข้าวเที่ยงกันดีกว่านะ” หลังจากนั้นเราก็ย้ายไปที่ห้องอาหารแทนโดยมีผมช่วยพยุงคุณท่านเหมือนเดิม ความจริงผมดูแลคุณท่านแบบนี้มาตลอดเวลาที่อยู่บ้านหลังนี้ แต่มันกลับถูกมองว่าเป็นการประจบคุณท่านไปโดยปริยาย

“คุณท่านทานเยอะ ๆ นะครับ” อาหารจานโปรดของคุณท่านถูกตักวางลงจานอย่างระมัดระวังด้วยมือบางของผมหลังจากที่เราทั้งหมดนั่งลงในที่ประจำแล้ว

“เธอก็ต้องกินให้เยอะ ๆ เหมือนกันนะ ผอมมากเลยขนาดฉันปล่อยให้ออกไปอยู่คอนโดแค่สองปี” คุณท่านพูดขึ้นบอก ทำงานหนัก กินข้าวไม่เป็นเวลา นั่นคงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำไมผมผอมลงมากขนาดนี้

“เรย์ ตักกับข้าวให้น้องสิ” เสียงของคุณลูอิสพูดขึ้นบอกลูกชายของเขาก่อนที่มือหนาของคุณเรย์จะยื่นตักเอากับข้าวอะไรสักอย่างมาใส่จานให้ผมแบบลวก ๆ

ผมรู้ว่าเขาไม่พอใจแต่ว่าก็ต้องทำเพราะมันเป็นคำสั่งจากพ่อของเขา ดูจากพวกตะไคร้ที่อยู่เต็มจานของผมตอนนี้ก็พอจะเดาออก

“ขอบคุณครับ” ขอบคุณมาก ๆ ที่ตักตะไคร้ให้ผมซะเต็มจานขนาดนี้

“เอานี่ด้วยสิ” คุณแพทริคพูดขึ้นบอกก่อนที่ผัดผัก เน้นว่าผัก หลายชนิดจะวางลงในจานของผมอย่างกลัวจะแพ้หน้ากัน สองคนนี้ชอบแข่งขันไม่มีเปลี่ยนเลย

“ขากลับคอนโดของแกเป็นทางผ่านของคอนโดต้นน้ำด้วยนี่ ยังไงก็แวะไปส่งน้องหน่อยละกัน” คุณท่านพูดขึ้นบอกคุณแพทริค สีหน้านิ่งเฉยของเขามันไม่ทำให้ผมรับรู้ได้เลยว่าเขากำลังจะคิดอะไรอยู่ เขาพอใจ เขาไม่พอใจมันก็เป็นสีหน้าเดียวกันไปหมด

“ครับ” เขาพูดตอบไร้การขัดขืน

“แล้วทุกวันนี้เธอไปมหาวิทยาลัยอย่างไรล่ะ?” คุณท่านพูดขึ้นถามมาทางผมอีกรอบ

“รถเมล์ครับเพราะว่าหน้ามหาวิทยาลัยและหน้าคอนโดมีรถผ่านตลอด” ถึงแม้ว่าจะต้องตื่นเช้าหน่อยเพื่อมายืนรอรถหน้าคอนโดแต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องที่ลำบากเกินไปสำหรับผม วันไหนที่ทำงานมาดึกมากจริง ๆ ตื่นไม่ทันก็ค่อยโบกรถแท็กซี่เอา

“ลำบากแย่เลยสินะ” คุณท่านพูดตอบกลับมาอีกรอบอย่างมีนัยบางอย่างและเสียงของคุณลูอิสก็พูดขึ้นต่ออย่างเอาใจคนพ่อของเขา

“ต่อไปก็ให้เรย์ขับไปส่งสิ มหาวิทยาลัยของพวกเธอก็อยู่ใกล้กัน”

“พ่อครับ” คุณเรย์พูดขึ้นข้างคุณลูอิสอย่างไม่ค่อยเห็นด้วยกับคำพูดของพ่อตัวเองแต่ก็ขัดอะไรได้ไม่มากเพราะคุณท่านยังจับตามองทุกคนอยู่

“ต้นน้ำไม่รบกวนคุณเรย์ดีกว่าครับ” ก่อนที่สีหน้าพอใจของคุณเรย์จะปรากฏขึ้นมาให้ได้รับรู้ทันทีที่สิ้นเสียงผม

“ฉันเห็นด้วยนะ เอาเป็นแบบที่ลูอิสบอกนั่นแหละ” แต่เหมือนว่าเขาจะดีใจได้ไม่นาน การตัดสินใจของคุณท่านก็พูดขึ้นต่อเลย

เราใช้เวลาอยู่ในห้องอาหารพอสมควรก่อนที่ทั้งหมดจะย้ายเข้ามาคุยกันต่อในห้องรับแขกห้องเดิม แต่นั่งคุยกันได้ไม่นานก็ต้องแยกย้ายเพราะคุณท่านต้องพักผ่อนในช่วงบ่ายแล้ว

“ส่งน้องให้ถึงที่ด้วยนะแพทริค” คุณท่านพูดบอกเมื่อออกมาส่งเราที่หน้าบ้าน

“ครับคุณปู่” เขาพูดตอบกลับอย่างไม่ค่อยเต็มใจ

“สวัสดีครับคุณท่าน” ผมกราบลาท่านเหมือนทุกครั้งที่มาที่นี่และไม่ลืมที่จะลาคุณลูอิสและคุณอีธานด้วย ร่างสูงของคุณเรย์เดินไปที่ลานจอดรถเป็นคนแรกและคุณแพทริคเดินตามไปเป็นคนที่สองและผมเองก็เดินตามพวกเขาไปห่างๆ อย่างนึกเกรง

“อ๊ะ!” ทันทีที่เราทั้งสามคนลับสายตาของผู้ใหญ่ ผมก็ถูกมือหนาของใครบางคนกระชากเข้าหาอย่างแรงจนรู้สึกเจ็บที่ข้อมือเล็ก

“นี่ไอ้นอกคอก” เป็นเสียงนิ่งเรียบของคุณเรย์และเจ้าของมือหนาข้างนั้นที่รั้งร่างบางของผมเข้ามาใกล้จนเราห่างกันเพียงคืบ

“อึก!” ร่างบางของผมถูกผลักให้แผ่นหลังบางชนเข้ากับกำแพงของลานจอดรถใหญ่ก่อนที่คุณเรย์จะเดินเข้ามาใกล้ผมมากขึ้น

“แน่มากนะที่ทำให้พี่น้องต้องมาแข่งขันกันได้เพราะมึง” เขาหมายความว่ายังไง ทำไมเขาถึงพูดว่ามันเป็นการแข่งขัน

“ต้นน้ำไม่ได้ทำอะไร..อ๊ะ!” ไม่ทันที่ผมจะพูดจบมือหนาของคุณเรย์ก็บีบเข้าที่กรามน้อยของผมอย่างแรงจนรู้สึกเจ็บมากกว่าเดิม มือเล็กพยายามยกขึ้นปัดป่ายเท่าไรเขาก็ไม่ยอมปล่อยสักที

“พอได้แล้ว กูรีบ” เสียงทุ้มนิ่งของคุณแพทริคพูดขึ้นบอกหลังจากที่ยืนดูเหตุการณ์มาสักพักในท่ากอดอกข้างรถสปอร์ตคันหรูของตัวเอง

“โชคดีของมึงนะที่วันนี้กูก็รีบเหมือนกัน” คุณเรย์ยอมปล่อยมือหนาจนผมเป็นอิสระก่อนที่ร่างสูงของเขาจะเดินไปที่รถสปอร์ตอีกคันของตัวเองที่จอดอยู่ข้าง ๆ

บรื๊นนนน~

และรถคันที่เขาเพิ่งขึ้นไปเมื่อกี้ก็เคลื่อนตัวออกไปจากลานจอดรถใหญ่ของบ้านด้วยความเร็วสูง

“ขอบคุณนะครับคุณแพทริค” ถึงผมจะรู้ว่าเขาไม่ได้ตั้งใจช่วยแต่ยังไงผมก็ขอบคุณเขาอยู่ดี

“คิดว่ากูจะต้องทำเรื่องโง่ ๆ แบบนั้นเพื่อมึงเหรอ?” เสียงนิ่งไม่เปลี่ยนของคุณแพทริคพูดขึ้นบอกก่อนที่มือหนาจะรั้งเปิดประตูรถเพื่อเข้าไปนั่งด้านในและร่างบางของผมที่เดินอ้อมไปอีกฝั่งเพื่อขึ้นรถ

บรื๊นนนน~

ทันทีที่ผมเข้ามานั่งข้างเขา รถคันนี้ก็เคลื่อนตัวออกไปทันทีอย่างไม่ให้ผมได้เตรียมตัวสวมเบลต์ก่อน รถหรูของเขาขับออกสู่ถนนใหญ่ก่อนที่ความเร็วของเครื่องยนต์จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ตามความอยากจะให้เป็นของคนขับ

มือเล็กจับเอาเบลต์ที่คาดอยู่ไว้แน่นด้วยความกลัว ถ้านี่คือการแกล้งของเขา เขาทำได้สำเร็จเพราะผมไม่ชอบเรื่องความเร็วทางถนนเลยสักนิด ออกไปทางกลัวมากด้วยซ้ำ

เรานั่งรถกันมาได้ไม่นานท่ามกลางความเงียบสนิท สร้างความอึดอัดให้กับผมได้เป็นอย่างดีก่อนที่เขาจะตีไฟเลี้ยวและนำรถที่ขับเข้าจอดเทียบฟุตพาทภายในเวลาไม่กี่วิ

เอี๊ยดดดด!

เสียงเบรกล้อของรถสปอร์ตหรูกับถนนลาดยางดังขึ้นสนั่นจนรถจอดสนิท สร้างความแปลกใจให้กับผมเป็นอย่างมากและทุกอย่างก็กระจ่างขึ้นในไม่กี่นาทีที่จะถึง

“ลงไป”

“ครับ?”

“ต่อรถไปเอง กูมีธุระ” ก็ยังขอบคุณที่บอกว่ามีธุระ แต่ความจริงก็น่าจะปฏิเสธคุณท่านไปแต่แรก แต่ก็เข้าใจว่าเขาจะทำแบบนั้นไปได้อย่างไร ผมไม่ได้พูดอะไรต่อ ยกมือเล็กขึ้นปลดเบลต์ก่อนจะลงจากรถตามที่เขาบอก

“ขอบคุณนะครับ” ที่ทิ้งกันกลางทางแบบนี้ คนในรถไม่พูดตอบและไม่แม้แต่ปรายตามามองทางผม ก่อนรถคันที่ผมเพิ่งลงมาเมื่อกี้จะเคลื่อนตัวออกไปอย่างรวดเร็ว

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel