Chapter 1
แสงไฟหลากสีสาดส่องเต็มพื้นที่โล่งของผับดังย่านกลางกรุงแห่งหนึ่งพร้อมกับนักท่องราตรีจำนวนมากที่ออกมาโลดเต้นอวดโฉมอรชรในยามค่ำคืนสู่สายตาคนหลายคู่และผมก็เป็นหนึ่งในนั้นสำหรับค่ำคืนนี้
“ต้นน้ำ” เสียงเรียกของเพื่อนสนิทที่คุ้นหูดังขึ้นจากทางด้านหลังทำเอาเจ้าของชื่ออย่างผมต้องหันกลับไปมองอย่างไม่นึกสงสัย
ร่างบางของผมในเสื้อเชิ้ตขาวปลดกระดุมสามเม็ดจนเผยหน้าอกเรียบเล็กน้อยเดินทอดน่องเข้าใกล้โต๊ะที่มีกลุ่มคนอยู่สองสามคน
“มานานยัง” เสียงหวานของผมพูดขึ้นถามเพื่อนสนิทของตัวเองที่มีบริวารเป็นโฮสต์หนุ่มหล่อร่างกำยำแนบข้างกาย เห็นแบบนี้นางก็ยังบริสุทธิ์อยู่นะ ไม่เคยคิดเอาจริงเอาจังกับใครสักที
“ไม่นาน แต่มึงเถอะแต่งตัวมาฆ่ากูเลยเหรอ?”
“ขอบคุณครับ...มึงคิดว่าไงล่ะ” ผมพูดขอบคุณผู้ชายของเพื่อนในประโยคแรกที่ส่งเครื่องดื่มมาให้และประโยคหลังที่หันไปคุยกับเพื่อนตัวเองอย่างเย้ยหยัน ทำเป็นพูดดีไปตัวเองก็ใช่ย่อย
“แล้ววันนี้มึงไม่ต้องไปทำงานพิเศษเหรอถึงมาเที่ยวกับกูได้?” พริกแกงพูดขึ้นถามถึงงานพิเศษของผม ความจริงเงินที่เข้ามาแต่ละเดือนในบัญชีมันก็มากพอที่จะไม่ต้องทำอะไรเลยก็ได้ แต่ถึงแบบนั้นผมเองก็ไม่สบายใจอยู่ดี
ตลอดสองปีที่เรียนมหาวิทยาลัยมาผมเลยพยายามหาเงินเองทุกบาททุกสตางค์เพื่อไม่ให้เดือดร้อนท่านที่ผมรักและนับถือเหมือนพ่อแท้ ๆ ของตัวเอง
ผมไม่มีทั้งพ่อและแม่ ไม่มีแม้แต่ต้นตระกูลของตัวเองหลงเหลืออยู่เลยด้วยซ้ำ มีเพียงนามสกุลนี่แหละที่ยังยืนยันว่าผมได้เกิดมาบนโลกนี้จริง ๆ ด้วยมนุษย์คนสองคนบนโลก
พอโตมาจนจำความได้ คนแรกที่ผมรู้จักและรักเหมือนกับพ่อแท้ ๆ ก็คงจะมีแค่คุณท่าน ถึงแม้ว่าคนในครอบครัวของท่านจะไม่ได้คิดกับผมไปในทางที่ดีเลยสักนิด ที่ผมยอมโดนดูถูก เหยียบย่ำซ้ำ ๆ ก็เพราะบุญคุณของคุณท่านเพียงคนเดียวเท่านั้น
“ทำสิ มาทำที่นี่ไง เดี๋ยวอีกยี่สิบนาทีก็จะขึ้นเวทีแล้ว เลยแวะมาหามึงก่อน” ผมเป็นนักร้องอิสระที่ไม่ได้รับงานแบบตายตัว
ตอนปีหนึ่งถูกเรียกออกไปทำโทษเกี่ยวกับการร้องเพลงอะไรสักอย่างแล้วดันร้องเพราะไง หลังจากนั้นผมก็พยายามเอาดีเรื่องร้องเพลงมาโดยตลอดจนได้มาเป็นนักร้องตามผับบาร์นี่แหละ
“เป็นบุญหูอีพริกแกงมันแหละวันนี้” พริกแกงพูดขึ้นอย่างชอบใจเพราะมันชอบเสียงร้องเพลงของผมมาก ไม่รู้ว่าจะอะไรขนาดนั้น
อีกด้านของแก๊งมาเฟียพี่
“อะไรนะครับ?” เจ้าของความสูงเก้าสิบเซนติเมตรในวัย 22 ปีอย่างเรย์ โทร์สเลอร์พูดขึ้นถามพ่อของเขาด้วยท่าทางไม่สบอารมณ์เท่าไรเมื่อได้ยินข่าวร้ายที่สุดในชีวิต
“ฉันไม่รู้ว่าปู่ของแกคิดอะไรอยู่แต่เราไม่มีทางเลือก” ลูอิสพูดบอกลูกชายเพียงคนเดียวเรื่องแต่งงานที่เชื่อมโยงไปถึงตำแหน่งหัวหน้าแก๊งดรากอนที่เขารอคอยมาตลอดชีวิต
“ไม่ครับ” การคบผู้ชายด้วยกันไม่ใช่เรื่องที่แปลกใหม่กับโลกปัจจุบันของเขา แต่ถ้าเป็นมันคนนั้นเขาไม่ยอมเป็นแน่
“แกจะยอมให้ฝั่งโน้นมันย่ำยีเราได้ง่าย ๆ ขนาดนั้นจริง ๆ เหรอ ถ้าแกทำให้เด็กนั่นมาแต่งงานกับแกไม่ได้เราจบแน่!” ถึงอีกฝั่งจะเป็นน้องชายแท้ ๆ ของเขาแต่ยังไงเขาก็ยอมไม่ได้เด็ดขาด
“แล้วไอ้แพทริคมันโอเคเหรอครับ?”
แก๊งมาเฟียน้อง
“ยอมแพ้ไปได้เลยยังไงผมก็ไม่ทำเรื่องโง่ ๆ แบบนั้นแน่นอน” น้ำเสียงนิ่งของแพทริค โทร์สเลอร์พูดขึ้นอย่างไม่เข้าใจความคิดของปู่ตัวเองที่จะให้พี่น้องแข่งกันเองเพียงเพราะเด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้าคนหนึ่ง
“ฉันไม่ได้ต้องการความเห็นจากแก แต่แกต้องทำตามที่ฉันบอก” เสียงเข้มของพ่อเขาพูดขึ้นตามมาติด ๆ ถ้าลูกชายของเขาต้องแพ้ใครนั่นไม่ใช่เรื่องที่คนอย่างเขาจะยอมได้ง่าย ๆ
“ผมเกลียดมันแล้วผมจะไปแต่งงานกับมันได้อย่างไรครับ?”
