Chapter บทนำ
วันนี้เป็นวันนัดรวมตัวครั้งใหญ่ของตระกูลมาเฟียที่นับว่ามีอิทธิพลที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ณ ตอนนี้และรวมถึงอดีตตลอดห้าสิบกว่าปีที่ผ่านมา ลูกน้องภายใต้การดูแลนับพันชีวิตยืนเรียงแถวหน้ากระดานตอนลึกตามระเบียบที่เป็นมา โดยนายใหญ่ของพวกเขาได้ยืนด้านหน้าอย่างเช่นเคย
“วันนี้ฉันมีเรื่องสำคัญที่สุดของแก๊งเรามาแจ้งให้ทุกคนได้รับรู้โดยทั่วกัน” โรเบิร์ต โทร์สเลอร์ ชายวัยเจ็ดสิบเอ็ด ผู้ก่อตั้งแก๊งดรากอนพูดขึ้นบอกในสถานที่กว้างหลังจากที่ทุกคนมาพร้อมกันแล้ว
“อีธาน ลูอิส” สายตาเหยี่ยวไม่เปลี่ยนไปตามอายุที่เพิ่มขึ้นของโรเบิร์ต มองไปยังลูกชายทั้งสองคนของเขาในจุดสูงสุดที่ตนนั่งอยู่
“ครับพ่อ/ครับพ่อ” เสียงเข้มของพวกเขาตอบรับคำทักทายของผู้เป็นพ่อ
“ถึงเวลาแล้วนะที่ฉันจะลงจากตำแหน่งหัวหน้าแก๊งดรากอนของเรา” เป็นประโยคที่สร้างเสียงฮือฮาได้เป็นอย่างดีแต่ก็ต้องเงียบลงอย่างรวดเร็วเพราะอำนาจและความน่าเกรงขามที่ยังเหลืออยู่มากของโรเบิร์ตท่านผู้นำ
“แล้วใครจะได้ขึ้นเป็นหัวหน้าแก๊งคนต่อไปต่อจากพ่อครับ” อีธานชิงพูดขึ้นก่อนพี่ชายของเขา
“นั่นสิ..” สีหน้ากังวลของทั้งอีธานและลูอิสเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดถึงความกังวลที่เกิดขึ้น ต่อให้เป็นพี่น้องกันแต่ถ้าเขาต้องเสียตำแหน่งและอำนาจนี้ไปมันคงเป็นการเสียหน้าครั้งใหญ่แบบที่ไม่สามารถยืนที่ไหนได้อีก
“.....” โรเบิร์ตหันไปส่งสายคมนิ่งให้ลูกน้องคนสนิทที่ทำงานร่วมกับเขามาตลอดหลายสิบปี ก่อนที่ชายร่างสูงวัยกลางคนจะเดินเอารูปของใครบางคนไปให้ทั้งอีธานและลูอิสได้ดู
“คุณพ่อเอารูปของหลานนอกคอกมาให้พวกผมดูทำไม” เขาพูดถึงเด็กหนุ่มในภาพถ่ายที่คอยแย่งความรักของปู่ไปจากลูกชายของพวกเขาตลอดหลายสิบปี
“หลานนอกคอกที่พวกแกพูดถึงนั่นแหละที่จะเป็นคนตัดสิน” โรเบิร์ตไม่เคยพอใจเลยที่ลูกชายและครอบครัวไม่เคยเปิดรับหลานชายคนนี้ของเขาและนี่มันคงเป็นวิธีขั้นสูงสุดแล้ว
“หมายความว่าไงครับ?”
“ฉันจะยกตำแหน่งหัวหน้าแก๊งให้คนที่ได้แต่งงานกับเด็กคนนี้ พวกแกมีลูกชายกันฉันว่ามันคงไม่น่าจะยาก”
“แต่ลูกชายของผมชอบผู้หญิง” ลูอิสพูดขึ้นบอกด้วยท่าทีและสีหน้าไม่สบอารมณ์กับการตัดสินใจของพ่อตัวเอง
“งั้นก็แปลว่าแกยอมแพ้ไปโดยปริยาย แล้วแกล่ะอีธาน” ทันทีที่ได้ยินแบบนั้นน้องคนเล็กอย่างอีธานเองก็ถึงกับยกยิ้มมุมปากอย่างพอใจ เหมือนเขาจะไม่ต้องแข่งอะไรกับใครเลยด้วยซ้ำ ตำแหน่งหัวหน้าแก๊งที่ยิ่งใหญ่ก็ลอยเข้ามาในมืออย่างว่าง่าย จนกระทั่ง..
“ไม่ครับ..ผมยังไม่ยอมแพ้” น้ำเสียงยืนกรานของลูอิสพูดขึ้นแทรก ถึงจะรู้ดีอยู่แก่ใจว่าลูกชายเพียงคนเดียวของเขามีนิสัยเป็นอย่างไร
“ดี...ฉันมีเวลาให้พวกแก 90 วัน” โรเบิร์ตเพียงแค่หวังว่าจะมีคนดูแลเด็กหนุ่มที่น่าสงสารคนนี้ต่อจากเขาเพียงเท่านั้นเอง
