Chapter 16
ตอนนี้เราทั้งสามคนมานั่งอยู่ในร้านอาหารกันแล้ว เป็นร้านอาหารใหญ่ในห้างสรรพสินค้าที่เรามาซื้อของเนี่ยแหละ เพราะถ้าไปที่อื่นผมก็คงจะทนหิวไม่ไหว
“ออร์เดอร์ตามนี้เลยนะครับ สั่งอะไรเพิ่มอีกไหมครับ?” พนักงานพูดขึ้นถามหลังจากทวนเมนูที่เราทั้งคู่สั่งไปเมื่อกี้
“ไม่แล้วครับ เอามาตามนั้นเลย” ผมพูดบอกเมื่อมองไปที่อีกสองคนก็ไม่ได้มีท่าทีว่าจะสั่งอะไรเพิ่ม ก่อนพนักงานคนเดิมจะเดินออกไปทำหน้าที่ของตัวเองต่อ
“หลังจากนี้มึงจะไปไหนต่อ” คุณเรย์พูดถามจากฝั่งตรงข้าม ร่างสูงทั้งสองคนถูกผมจับให้นั่งด้วยกันเพราะตกลงกันไม่ได้ว่าใครจะมานั่งข้างผม นั่นเลยเป็นทางออกที่ดีที่สุด
“ต้นน้ำไม่มีอะไรอยากซื้อแล้วครับ คุณเรย์กับคุณแพทริคอยากได้อะไรอีกไหมครับ?” ผมพูดถามพลางยกแก้วน้ำขึ้นดื่มก่อนวางลงไว้ที่เดิม
“ไม่/ ไม่” เสียงตอบกลับของทั้งคู่พูดตอบพร้อมกัน ถ้าไม่ติดว่าเป็นลูกพี่ลูกน้องกันก็คงจะเป็นคู่กัดตลอดกาลก็ได้นะเขาสองคนน่ะ
รอไม่นานเกินสิบห้านาทีก่อนอาหารที่สั่งไปก่อนหน้าจะวางลงเสิร์ฟ เราใช้เวลาทานอาหารราวครึ่งชั่วโมงโดยที่ไม่มีใครพูดอะไรกันเลยสักคำนอกจากทานอาหารตรงหน้าให้หมดเร็ว ๆ เพื่อกลับห้อง
“ยอดทั้งหมดสองพันสองร้อยบาทครับ” เสียงพนักงานหนุ่มพูดขึ้นถึงราคาอาหารวันนี้ที่เราทั้งสามมานั่งทาน ก่อนที่คุณเรย์และคุณแพทริคต่างคนต่างส่งธนบัตรสีเทาหลายใบยื่นให้พนักงานที่ยืนรอ จนพนักงานเองก็ลังเลว่าควรจะหยิบของใครดี
“เอานี่ครับ” เป็นผมเองที่ตัดสินใจเป็นคนจ่ายมื้อนี้ ความจริงก็ตั้งใจเลี้ยงข้าวพวกเขาอยู่แล้วเพราะวันนี้แต่ละคนจ่ายไม่น้อยเลย
“ไม่ต้อง” เสียงของคุณแพทริคพูดบอกและยังยืนกรานว่าตนเองจะเป็นคนจ่ายอาหารมื้อนี้เอง
“กูจ่ายเอง” เสียงคุณเรย์พูดขึ้นเสริมและยืนกรานไม่แพ้กัน
“ให้ต้นน้ำได้เลี้ยงข้าวพวกคุณเถอะนะครับ” ก่อนที่พนักงานจะตัดสินใจและหยิบเงินจากมือเล็กของผมไปแล้วทั้งสองคนก็เก็บเงินเข้ากระเป๋าของตัวเองอย่างไม่สบอารมณ์มากนัก
“รอเงินทอนสักครู่นะครับ” ผมพยักหน้ารับก่อนที่พนักงานคนเดิมจะเดินออกไปจากโต๊ะที่พวกเรายังนั่งกันอยู่
“สวัสดีค่ะเรย์” แต่ระหว่างที่รออยู่นั้น เสียงใสของใครบางคนก็ดังขึ้นทักทายคนที่นั่งร่วมโต๊ะกับผม จนเราทั้งสามคนต้องหันไปดู
“นิรา” คุณเรย์พูดชื่อของหญิงสาวหน้าอกนูนที่เดินเข้ามาทักทายเขาเมื่อครู่ก่อนเธอคนนั้นจะนั่งลงข้าง ๆ บนพนักพิงแขนของเก้าอี้ตัวที่เขานั่ง
“นิมองอยู่ตั้งนานคิดว่าไม่ใช่คุณ พอมั่นใจเลยเข้ามาทักน่ะค่ะ” เธอบอกพลางเลื่อนมือเล็กขึ้นลูบไล้ไปตามกระดุมเสื้อเชิ้ตที่คุณเรย์สวม
“ฉันมาทานข้าว กำลังจะกลับแล้ว” คุณเรย์พูดบอก ประจวบเหมาะกับที่พนักงานคนเดิมเอาเงินทอนมาทอนให้ผมพอดี ผมเก็บส่วนของแบงก์ไว้แล้วเหรียญบางส่วนที่เหลือไว้เป็นทิป
“ต้นน้ำไปรออยู่ที่รถนะครับ” ผมพูดบอกเพราะดูท่าแล้วพวกเขาคงจะไม่ลุกไปจากที่นี่ง่าย ๆ เพราะเธอเองก็ยังเกาะแน่นไม่ปล่อย ร่างบางของผมลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนร่างสูงของคุณแพทริคที่นั่งอยู่ข้างคุณเรย์จะลุกขึ้นตาม
“เต็มที่เลยนะ กูรอได้” คุณแพทริคหันไปบอกลูกพี่ลูกน้องของตัวเองก่อนจะเดินตามผมออกมา
“เราจะกลับห้องกันเลยใช่ไหมครับ?” ผมพูดถามคุณแพทริคที่ตอนนี้เดินเข้ามาอยู่ข้างกันแล้ว เพราะความขายาวของเขามันได้เปรียบอยู่มาก
“ออกมาเพราะทนดูไม่ได้หรือไง?” เขาไม่ตอบคำถามแต่กลับพูดประโยคนั้นออกมา แต่ผมเองก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าทำไมผมจะต้องทนไม่ได้ด้วย เพราะในใจก็ไม่ได้รู้สึกอะไรด้วยซ้ำ
“ครับ ใครจะชอบที่เห็นคนที่เราแคร์อยู่กับคนอื่น” ผมเล่นไปตามแผนของตัวเองเหมือนเดิมเพราะตอนนี้คุณแพทริคเองก็เชื่อไปแล้วว่าผมให้ใจคุณเรย์ไปเกือบหมด
“กูไม่ยอมให้มึงเลือกมัน” คุณแพทริคคว้าเอาแขนเรียวของผมไปกำไว้แน่นพร้อมกับเค้นเสียงรอดไรฟัน
“ถ้าคุณไม่อยากให้ต้นน้ำต้องเลือกคุณเรย์ คุณแพทริคก็ทำให้ต้นน้ำเลือกคุณให้ได้สิครับ” ถึงจะเจ็บจากแรงบีบมากแค่ไหนแต่ผมก็จะเค้นเสียงพูดออกมาให้จนได้นั่นแหละ
“ไอ้เรย์มันเอามึงท่าไหนล่ะมึงถึงติดใจมันขนาดนี้” เขายังคงพูดใส่หน้าผมไม่หยุด แต่บางทีก็ทำให้ลืมไปว่าเราทั้งคู่กำลังอยู่กลางห้างกันอยู่
“ทำอะไรกัน” ก่อนที่เสียงนิ่งของคุณเรย์ที่เดินตามมาทีหลังจะพูดขึ้นถามเมื่อเห็นเราทั้งสองคนยืนจ้องกันนิ่งอยู่กลางห้างแบบนี้ คุณแพทริคยอมปล่อยแขนของผมให้เป็นอิสระก่อนเจ้าตัวจะเลื่อนดวงตาคมไปมองคุณเรย์ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ อย่างตั้งใจและเดินออกไปจากที่ที่เรายังยืนอยู่
“มันทำอะไรมึง” คุณเรย์พูดถามมาทางผมอีกรอบอย่างไม่เข้าใจที่อีกคนจ้องหน้าตัวเองแบบนั้น
“เปล่าครับ เรากลับกันดีกว่า” ผมพูดบอกก่อนที่เราทั้งคู่จะเดินมาที่รถที่จอดรออยู่หน้าห้างโดยมีคุณแพทริคนั่งรอในนั้นอยู่ก่อนแล้ว
ดวงตากลมของผมมองใบหน้านิ่งของเขาที่ไม่ได้มองมาทางผม ก่อนร่างบางจะเข้าไปนั่งข้างร่างสูงของคุณแพทริคเหมือนตอนมาและร่างสูงของคุณเรย์ที่ขึ้นมานั่งข้างผมอีกที
ครืดดด~
เสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์ใครบางคนดังขึ้นให้ได้ยินหลังจากรถที่นั่งมาเคลื่อนตัวออกจากห้างไม่ถึงสิบนาที ก่อนมือหนาของคุณเรย์จะหยิบเอาโทรศัพท์เครื่องหรูของตัวเองขึ้นมารับสาย
“อือ” เขาตอบกลับปลายสายสั้น ๆ ก่อนจะเงียบฟังอีกคนพูดไปซะนาน
“อีกสิบห้านาทีกูเข้าไป” คุณเรย์พูดตอบกลับปลายสายไปอีกครั้งเป็นรอบสุดท้ายก่อนทั้งคู่จะวางสายกันไปและมือหนาก็เก็บโทรศัพท์เข้าที่เดิม
“กูมีงานด่วนคงไม่ได้อยู่ด้วย คืนนี้ก็ระวังหมาให้ดี”
“มึงว่าใคร?” คุณแพทริคพูดขึ้นบ้างอย่างร้อนตัว เพราะอีกคนคงไม่พูดถึงใครอื่นไปได้นอกจากตัวเอง
“มึงอยากรับก็รับไปสิ” พวกเขายังคงทะเลาะกันเหมือนเด็กไม่เปลี่ยนทั้งที่ตัวเองก็เป็นถึงทายาทมาเฟียกันแล้ว
“อย่าเถียงกันตอนนี้เลยครับต้นน้ำขอ ส่วนคุณเรย์ก็ดูแลตัวเองดี ๆ นะครับ” ผมพูดบอกเขาอย่างตั้งใจให้อีกคนได้ยินด้วยแต่ก็ไม่ได้หันไปดูหรอกว่าคุณแพทริคเขาทำหน้าออกมาอย่างไร ก็รู้อยู่แล้วว่าเขาไม่เคยพอใจมากนัก
นั่งรอไม่ถึงสิบนาทีรถตู้ฮุนไดที่นั่งมาก็จอดเข้าเทียบลานจอดของคอนโดหรูก่อนที่ของจำนวนมากที่ผมไปเลือกซื้อวันนี้จะถูกขนลงจากรถโดยบอดีการ์ดหลายคน
“กูไปก่อน”
“ครับ” แล้วคุณเรย์ก็แยกตัวออกไปทันทีหลังจากลงจากรถแล้ว เหลือแค่คุณแพทริคที่ยืนมองอยู่ไม่ไกล
“ถ้าจะอาลัยขนาดนั้นก็ไม่ตามไปด้วยเลยล่ะ?” ไม่นานที่คุณเรย์เดินออกไปคุณแพทริคก็เดินเข้ามาใกล้ผมมากขึ้นแล้วพูดบอก เขาเป็นคนที่แซะเก่งแบบนี้เสมอเลยหรือไง ผมไม่พูดตอบแต่เลือกที่จะเดินหนีเขาแทนและร่างสูงของเขาก็เดินตามมาติด ๆ พร้อมกับบอดีการ์ดที่เดินถือของตามมาเหมือนกัน
หมับ!
ไม่ทันที่ผมจะเดินเข้าลิฟต์ตัวใหญ่มือหนาของคนด้านหลังก็รั้งจับข้อมือเล็กของผมไว้ก่อนจนร่างบางเซกลับไปหาเขาเพราะความเล็กของขนาดตัวที่เสียเปรียบอยู่มาก
“คุณแพทริคจะทำอะไรครับ ต้นน้ำเจ็บ” ผมพูดบอกไปตามความจริงเพราะมือหนาเริ่มกำข้อมือของตัวเองแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ
“พวกมึงรออยู่ชั้นล่างก่อนแล้วกูจะโทรมาบอกให้เอาของขึ้นไป” คุณแพทริคหันไปพูดสั่งบอดีการ์ดด้านหลังก่อนลากผมเข้ามาในลิฟต์อย่างง่ายดาย
“ปล่อยต้นน้ำนะครับ!” ผมรู้ว่าเขาจะทำอะไรและนั่นก็เป็นสิ่งที่ผมจะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นอีกแน่นอน ร่างบางพยายามขัดขืนเขาเต็มที่ให้ตัวเองหลุดออกจากพันธนาการของเขาแต่มันก็ไม่ง่ายอย่างที่คิดเลยสักนิด
“ถ้าเป็นไอเรย์มึงจะขัดขืนมันแบบนี้ไหม?” เขาพูดถามพลางกัดฟันกรอดอย่างหัวเสีย
“ต้นน้ำเกลียดพวกคุณทุกคนนั่นแหละ พวกคุณมันเลว เลวมากด้วย!” เป็นอารมณ์โมโหของผมเหมือนกันที่ทำให้พูดแบบนั้นออกไป
“กล้าพูดความจริงเยอะแล้วนี่?” เสียงของคุณแพทริคพูดขึ้นย้ำประจวบเหมาะกับเสียงเตือนลิฟต์แจ้งชั้นที่ต้องการลงจะดังขึ้นพอดีก่อนประตูเหล็กบานใหญ่จะเปิดออก
“ไม่นะครับ ต้นน้ำไม่ไปกับคุณ!” ผมยังคงขัดเขาไม่หยุดแต่ความตัวใหญ่เพียงแค่เขารั้งผมเบา ๆ ผมก็เซไปหาเขาเกือบหมดทั้งตัวแล้ว
“ถ้าวันนี้มึงไม่โดนกูเอาจนเดินขาถ่างอย่ามาเรียกกูว่าแพทริค”
