บท
ตั้งค่า

Chapter 15

หลังจากที่พวกเขาพาผมไปดูห้องคอนโดใหม่บนพื้นที่ใช้สอย 120 ตรม. แล้ว ทั้งคู่จะพาผมออกมาซื้อของใช้จำเป็นสำหรับย้ายเข้าห้องใหม่หมดยกแผงเลย ผมบอกไปแล้วว่าเราขนของของผมมาที่ห้องใหม่ได้โดยที่ไม่ต้องซื้อใหม่แต่ก็ยังไม่มีใครฟังอยู่ดี บอกซื้อใหม่ง่ายกว่า ส่วนของที่อยู่ห้องเก่าก็ให้คนจัดการขนทิ้งได้เลย

ทางแก้ปัญหาโดยการใช้เงินเข้าช่วยเป็นเรื่องที่อยู่คู่กับพวกเขาจริง ๆ นั่นแหละ

“สองคนรออยู่ที่รถ ส่วนที่เหลือตามพวกกูมา” คุณเรย์พูดบอกบอดีการ์ดของตนและบอดีการ์ดของคุณแพทริคที่วันนี้พากันยกพวกมาเต็มห้างสรรพสินค้า คุณแพทริคพยักหน้าบอกลูกน้องของตัวเองเพราะคำสั่งเมื่อครู่ไม่ใช่คำสั่งของเจ้านาย พวกเขาหลายคนเลยลังเลที่จะทำตาม

เราทั้งสามเดินเข้าห้างสรรพสินค้าหรูท่ามกลางสายตาของคนหลายคู่ที่มองมาอย่างนึกแปลกใจแต่ก็ไม่มีใครพูดอะไร ร้านแรกที่เราเดินเข้าไปเป็นร้านเสื้อผ้าและเหมือนจะเป็นร้านประจำของพวกเขาด้วยเพราะพนักงานต่างดูแลดั่งลูกค้าวีวีไอพี

“สวัสดีค่ะคุณแพทริค สวัสดีค่ะคุณเรย์ วันนี้มาพร้อมกันเลยนะคะ” พนักงานสาวยิ้มเจื่อนเพราะคงรู้ดีว่าพวกเขารักกันมากแค่ไหน คงพลางนึกภาวนาไปด้วยว่าอย่าให้ร้านพัง

“อยากได้ชุดไหนเลือกได้เลย” คุณแพทริคพูดบอก ใจป๋าไม่เบาเลยนะ

“เชิญด้านนี้เลยดีกว่าค่ะ เดี๋ยวดิฉันช่วยดูแลให้เป็นพิเศษ” ก่อนพนักงานคนเดิมจะพูดบอกมาทางผมที่ยืนอยู่ระหว่างกลางของคุณเรย์และคุณแพทริคและร่างสูงของทั้งคู่ก็เดินถอยหลังไปรอที่โซฟาซึ่งเป็นโซนสำหรับลูกค้าพิเศษของร้าน

“รบกวนด้วยนะครับ” ผมพูดบอกพลางเดินไปพร้อม ๆ กับพนักงานสาวที่ยิ้มให้อย่างเป็นมิตร

“พอจะมีแนวที่ชอบไหมคะ ดิฉันจะได้แนะนำคุณลูกค้าถูก” เธอพูดถาม

“เอ่อ...เอาเป็นแนวนี้ก็ได้ครับ” ผมเลื่อนดวงตากลมมองเสื้อผ้าที่แขวนอยู่รอบกายก่อนมือเล็กจะยื่นเข้าจับเอาเสื้อผ้าชุดหนึ่งมาให้พนักงานดูในแบบที่คิดว่าน่าจะใกล้เคียงกับความชอบของตัวเองที่สุด

“ตาถึงมากเลยค่ะ ชุดนี้เป็นคอลเลกชันใหม่ของทางร้านที่เพิ่งเข้าวันนี้ เมื่อกี้แบบสด ๆ ร้อน ๆ เลย” พนักงานสาวพูดอวยยศชุดนี้ให้ผมได้ฟัง หลังจากนั้นพนักงานก็แนะนำชุดมาให้ผมอีกสิบกว่าชุดที่มีลักษณะเดียวกัน แต่พอผมได้พลิกป้ายดูราคาของแต่ละชุดก็ถึงกับยิ้มเจื่อนอย่างห้ามไม่ได้

“เอาแค่สามชุดนี้ก็พอครับ” ผมพูดบอกอย่างนึกเกรงใจก่อนหยิบชุดที่เลือกส่งให้พนักงานที่รอบริการอยู่ไม่ไกล

“ได้เลยค่ะ เดี๋ยวดิฉันเอาไปจัดการต่อให้นะคะ” พนักงานสาวยังคงยิ้มแย้มไม่เปลี่ยนพลางทำท่าจะเดินออกไปแพ็กสินค้าให้ผมตามที่บอกก่อนหน้า

“เดี๋ยวก่อนครับ” แต่ไม่ทันที่เธอจะได้ไปไหน ผมก็พูดขัดขึ้นก่อนอย่างนึกอะไรดี ๆ ออก

“คะ?”

“ผมเปลี่ยนใจแล้วครับ 10 ชุดที่เอามาให้ดูเมื่อกี้เอาทั้งหมดเลยครับ แล้วเดี๋ยวขอผมเดินดูเพิ่มอีกหน่อยนะครับ ถ้ามีตัวไหนแนะนำก็แนะนำมาได้เลย” คนจ่ายเงินมันก็ต้องมีหนาวกันบ้างแหละ ตอนนี้ลืมไปว่าตัวเองไม่ใช่คนจ่ายเงินแต่พอนึกแล้วก็อยากจะจัดชุดใหญ่ให้ป๋าอย่างคุณแพทริคเสียหน่อย

“ดะ..ได้ค่ะ” เธอเองก็คงจะอึ้งเหมือนกันที่ตัวเองก็พลอยมียอดขายไปด้วย งั้นเดี๋ยววันนี้ผมช่วยเต็มที่เลยละกัน

พนักงานสาวพาผมเดินดูเสื้อผ้าในโซนทั้งคอลเลกชันเก่าและใหม่จนทั่วและตลอดทางเดินดูผมก็เลือกเสื้อผ้าออกมาทุกแถวเลยเหมือนเดิม จนตอนนี้พนักงานที่เดินตามผมจากหนึ่งเป็นสอง จากสองเป็นสามและจากสามเป็นสี่คนแล้ว

“เดี๋ยวคุณลูกค้าเดินเลือกดูก่อนได้เลยนะคะ เดี๋ยวดิฉันเอาเสื้อผ้ารอบนี้ไปด้านหน้าก่อน” พนักงานคนหนึ่งพูดบอกก่อนที่ผมจะหันหลังไปดูว่าทุกคนตอนนี้ต่างถือกันล้นมือเลย

“ได้ครับ เดี๋ยวผมเดินเลือกคนเดียวก่อนได้” ผมพูดบอกอย่างสะใจคนที่อาสาจ่ายเงินและดูแล้วน่าจะไม่จบแค่นี้ พนักงานสาวทั้งหมดต่างยิ้มเจื่อนให้ผมก่อนที่ทั้งหมดจะเดินออกไปในทางเดียวกันและผมเองก็หันไปสนใจในเสื้อผ้าด้านหน้าเหมือนเดิม

ตึก

ตึก

เสียงฝีเท้าหนักของใครบางคนดังขึ้นให้ได้ยินจากทางด้านหลัง แต่ก็น่าจะเป็นของลูกค้าคนอื่นในร้านที่น่าจะมาดูเสื้อผ้าในวันนี้เหมือนกัน ผมเลยไม่ได้ให้ความสนใจถึงขั้นต้องหันไปมอง

“ใกล้เสร็จหรือยัง เรายังต้องไปร้านอื่นต่อ” แต่ผมคิดผิดเพราะเสียงพูดของเขามันเป็นของคุณแพทริค ผมหันไปมองเจ้าของใบหน้านิ่งที่ยืนอยู่ด้านหลัง

“ต้นน้ำเพิ่งเข้าร้านนี้มาเองนะครับ”

“มึงเข้าร้านนี้มาชั่วโมงกว่าแล้ว” ชะ..ชั่วโมงกว่า นี้ผมเป็นคนซื้อของเพลินขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่

“ขอต้นน้ำอีกสักแป๊บนะครับ ยังมีชุดดี ๆ อยากได้อีกเยอะเลย” ความจริงมันก็ไม่มีอะไรที่อยากจะได้แล้วแหละ แต่แค่ยังรู้สึกผลาญเงินไม่เต็มที่เท่าไร

“ตามสบายเลยเพราะเรื่องผลาญเงินมึงถนัดอยู่แล้วนี่” ผมได้แต่ยิ้มรับคำชมก่อนร่างสูงของเขาจะเดินออกไปจากที่ที่ผมยืนอยู่

“จะผลาญให้เต็มที่เลยคอยดู” ผมพูดบ่นอยู่คนเดียวก่อนรอยยิ้มบนใบหน้าจะหายไปเหมือนไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

หลังจากนั้นผมก็เดินเลือกชุดต่ออีกราว ๆ สี่ห้าชุดก่อนจะมีพนักงานมารับไปและผมก็เดินกลับออกมาหน้าร้านพร้อมกับเธอเลย

“จะไปร้านไหนต่อ” เสียงนิ่งของคุณเรย์ถามขึ้นเมื่อผมนั่งลงตรงข้ามโซฟาที่พวกเขานั่งกันอยู่

“ต้นน้ำอยากไปร้านรองเท้าครับ” ผมพูดบอกทันทีที่นึกออก มีชุดแล้วก็ต้องมีรองเท้าต่อ เราทั้งหมดนั่งรอไปได้สักพักก่อนจะมีพนักงานเดินเข้ามาแจ้งรายละเอียดค่าใช้จ่ายต่าง ๆ

“ตอนนี้ทางเรากำลังแพ็กสินค้าให้อยู่นะคะ ส่วนอันนี้เป็นค่าใช้จ่ายทั้งหมด ยอดชำระสองล้านสามแสนถ้วนค่ะ” พูดจบแฟ้มเล็ก ๆ ที่ระบุรายละเอียดค่าใช้จ่ายก็ถูกส่งให้คุณแพทริคที่อาสาจ่ายเงินให้ในร้านนี้

เขาไม่ได้พูดอะไรนอกจากล้วงมือเข้ากระเป๋าเสื้อสูทหยิบกระเป๋าตังออกมาก่อนดึงเอาบัตรเครดิตมาวางลงในแฟ้มเล็กและส่งคืนพนักงานอย่างไม่รู้สึกอะไรกับยอดเงินที่ตนต้องเสีย

พนักงานคนเดิมเดินหายไปก่อนจะกลับมาพร้อมกับการขอลายเซ็น คุณแพทริคเซ็นให้และรับบัตรเครดิตคืนตามขั้นตอนแล้วการชำระเงินก็จบลงอย่างง่ายดาย

“พวกมึงรอเอาของไปเก็บที่รถด้วย อีกส่วนตามกูมา” ก่อนที่พวกเขาจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูงหลังจากพูดออกคำสั่งลูกน้องที่ยืนอยู่ไม่ห่างแล้ว

“ไป” คุณเรย์พูดบอกมาทางผมที่ตอนนี้ก็ลุกขึ้นยืนตามพวกเขาแล้ว ในส่วนของร้านรองเท้าพิเศษหน่อยเพราะว่าเป็นร้านแบรนด์เดียวกับร้านกระเป๋า ผมเลยไม่ต้องเข้าออกหลายร้านให้เสียเวลา

“สนใจคู่ไหนบอกผมได้เลยนะครับคุณลูกค้า” พนักงานหนุ่มพูดบอกท่ามกลางสายตาคมของคุณเรย์และคุณแพทริคที่นั่งดูอยู่ด้านหลัง ร้านนี้ผมไม่ต้องเดินไปเลือกไกลเหมือนร้านเสื้อผ้าเพราะว่ารองเท้าหลายคู่จัดโชว์อยู่ตรงหน้าเกือบหมดแล้ว

“คู่นั้นครับ” ร้านนี้ได้คุณเรย์เป็นคนอาสาควักเงิน ผมรับรองเลยว่าจะไม่ให้เขาเสียหน้าถ้าต้องจ่ายเงินน้อยกว่าอีกคนแน่นอน หลังจากที่ชี้ไปพนักงานก็เอารองเท้าคู่นั้นมาให้ผมได้ลองสวมและดูใกล้ ๆ อย่างรวดเร็ว

“คู่นั้นอีกครับ” และคู่ที่สองก็ลงตามมาติด ๆ

“สวยไหมครับคุณเรย์” ผมพูดถามพลางเดินให้เขาได้เห็นรองเท้าแตะแบรนด์ดังที่ตนกำลังสวมอยู่

“อือ” คุณเรย์พูดตอบกลับมาสั้น ๆ ผมเลยถือรองเท้ายื่นส่งให้พนักงานเลยอย่างไม่ดูราคาของมัน

“สองคู่นี้เลยเหรอครับ?”

“ยังครับ ขอผมเลือกเพิ่มอีกหน่อยเดี๋ยวเราค่อยไปเลือกกระเป๋ากันต่อ” ก่อนที่ผมและพนักงานหนุ่มจะเดินตามล็อกเพื่อเลือกรองเท้าตามแนวยาวกันต่อ ในระหว่างนั้นภาพเหตุการณ์ทุกอย่างถูกจับตามองโดยสองคนที่นั่งอยู่ทั้งหมด

“หาเงินเลี้ยงให้ไหวเถอะ” เสียงนิ่งของคุณแพทริคพูดขึ้นเบามากแต่ก็ไม่เบาไปจนผมไม่ได้ยินอะไรเลย

“มึงจะถอยตอนนี้ก็ได้นะ” เป็นเสียงของคุณเรย์ดังขึ้นบ้าง ก่อนรอยยิ้มมุมปากจะปรากฏขึ้นให้ได้เห็นบนใบหน้านิ่งของคุณเรย์เอง ประจวบเหมาะกับที่ผมแอบหันไปมองพอดี

“ตีกันให้ตายไปเลย” ผมพูดบอกอย่างนึกสะใจกับสิ่งที่เห็น

“คุณลูกค้าว่าอะไรนะครับ?” พนักงานที่เดินมาด้วยกันถามขึ้นเพราะคิดว่าผมคุยกับเขา

“อ๋อเปล่าครับ..ผมเอาสามคู่นี้ด้วย สวย ๆ ทั้งนั้นเลยนะครับ” พนักงานยิ้มรับก่อนยื่นจับเอารองเท้าคู่ที่ผมเลือกออกจากตู้โชว์ เพราะรองเท้าทุกคู่ที่เลือกไปเป็นรุ่นลิมิติดอิดิชันที่ทางร้านนำมาจำหน่ายเดือนละคู่เท่านั้น

ตอนนี้ผมเลือกมาได้สักพักแล้วกับรองเท้าหลายสิบคู่ที่ใส่คนเดียว ไม่รู้ว่าจะแบ่งเวลาใส่อย่างไรดี ตอนซื้อก็คิดแต่ว่าจะใช้ตังให้มันเยอะ ๆ พอตอนจะต้องใช้งานก็ลืมคิดว่าจะต้องจัดสรรเวลาอย่างไรให้ใส่ครบทั้งหมด เสื้อผ้าที่เลือกไปก่อนหน้านั้นอีก

“เราไปเลือกกระเป๋ากันต่อเลยไหมครับ?” พนักงานพูดถามเมื่อเห็นอาการอิ่มตากับรองเท้าที่เลือก

“ได้ครับ”

แต่พอเราเดินกลับมาโซนกระเป๋าแล้วก็ไม่ทำให้ผมรู้สึกสบายตาขึ้นเลยเพราะว่ามันเยอะมาก ๆ พอ ๆ กับรองเท้า

“มีใบไหนแนะนำไหมครับ ผมขอสักสามใบ เอาใบที่แพงที่สุดเลยนะครับ” ผมพูดบอกอย่างกำชับ พนักงานยิ้มรับก่อนเดินเข้าไปทางซ้ายแล้วหยิบกระเป๋าใบหนึ่งออกมา เป็นกระเป๋าสะพายที่เหมาะทั้งชายและหญิง ออกแนวเท่ ๆ ส่วนอีกใบเป็นกระเป๋าสะพายข้างสั้นที่ถ้าได้ใช้แล้วจะดูต๊าชแบบสุด ๆ และใบสุดท้ายที่พนักงานเอามาให้ผมดูอันนี้ผมประทับใจสุด เป็นกระเป๋าถือคล้องแขนที่ปังไม่ไหว เรื่องราคาผมจะไม่ถามละกัน

“รับทั้งสามใบเลยครับ” ผมพูดบอกก่อนจะขอตัวออกมานั่งก่อนเพราะตอนนี้ยืนนานมากมาหลายชั่วโมงแล้ว ท้องจะเริ่มหิวแล้วด้วย ข้าวเที่ยงยังไม่ตกถึงท้องเลย ฮืออ

“เรียบร้อยแล้วเหรอ?” คุณแพทริคพูดขึ้นถามเมื่อเห็นผมเดินมานั่งลงข้าง ๆ

“ครับ ต้นน้ำหิวข้าวแล้ว” ผมพูดบอกทั้งคู่ไปตามความจริงพลางยกมือขึ้นลูบท้องราบของตัวเองไปด้วยหวังไม่ให้คนข้างกายต้องได้ยินเสียงท้องร้องของตัวเองตอนนี้ ไม่นานพนักงานคนใหม่ก็เดินเข้ามาใกล้เราที่นั่งอยู่พร้อมแฟ้มเล็กกับรายละเอียดด้านใน

“ยอดชำระทั้งหมดมาแล้วครับ ทั้งหมดสามล้านห้าแสนบาทครับ” ไม่ทันที่พนักงานจะได้พูดอะไรต่อ มือหนาของคุณเรย์ก็ยื่นบัตรเครดิตให้ทันทีอย่างไม่ทันได้ดูรายการด้านในเลยด้วยซ้ำ

“คะ..ครับ เดี๋ยวรอสักครู่นะครับ” ก่อนที่พนักงานคนนั้นจะรับบัตรไปอย่างอ้ำอึ้งและเดินกลับไปทางเดิมก่อนจะกลับมาหลังจากหายไปไม่ถึงห้านาที คุณเรย์เซ็นท้ายใบเสร็จเรียบร้อยตามขั้นตอนและเราก็ออกจากที่นั่นเลยโดยได้บอดีการ์ดที่เหลือช่วยยกของกลับรถอีกเหมือนเดิม

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel