Chapter 14
หลังจากเย็นวันนั้นที่ทานข้าวและพูดคุยกันเสร็จ คุณเรย์ก็อาสามาส่งผมกลับคอนโดแต่มันก็ไม่ได้ง่ายขนาดนั้นเพราะคุณแพทริคเองก็อาสามาส่งผมด้วยเหมือนกัน พวกเขาเหมือนจะตกลงกันไม่ได้ว่าใครจะเป็นคนไปส่งผมที่คอนโดจนกระทั่งคุณท่านเป็นคนตัดสินใจให้เหมือนอีกเช่นเคย คือ
“เดี๋ยวให้คนของฉันไปส่งต้นน้ำที่คอนโดเอง” ก่อนที่ทั้งหมดจะแยกย้ายบ้านใครบ้านมันอย่างไร้ข้อกังขา
สำหรับทุกสิ่งที่พวกเขาทำ ยอมรับว่าผมไม่ได้รู้สึกหวั่นไหวกับสิ่งเหล่านั้นเลย เพราะพวกเขาก็ต่างทำดีกับผมไปเพื่อผลประโยชน์ของตัวเองทั้งนั้น
“ขอบคุณนะครับ” ผมพูดขอบคุณลูกน้องคนสนิทของคุณท่านที่มาส่งถึงคอนโดอย่างปลอดภัย
“ยินดีครับคุณหนู” อีกคนพูดบอกก่อนขาเรียวของผมจะก้าวลงจากรถหรูที่นั่งมาเดินตรงไปที่ลิฟต์ตัวที่ใกล้ที่สุด แล้วประตูเลื่อนบานใหญ่ตรงหน้าก็ปิดลงช้า ๆ หลังจากที่ผมเข้าไปอยู่ในนั้นแล้ว
“ไปด้วยสิ” ผมรีบกดเปิดลิฟต์เมื่อเสียงนิ่งของใครบางคนดังขึ้น คาดว่าจะเป็นของเพื่อนร่วมคอนโดที่กำลังจะขึ้นลิฟต์ตัวนี้ไปด้วยกัน
ประตูเลื่อนบานใหญ่เริ่มเปิดออกช้า ๆ ก่อนร่างสูงที่คุ้นเคยของคุณแพทริคจะเผยให้เห็น สีหน้าของผมเริ่มแสดงออกมาไม่ถูก เขามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?
“คุณแพทริคมาหาใครที่นี่เหรอครับ?” ผมพูดขึ้นถาม ไม่อยากจะเห็นเลยว่าตอนนี้ใบหน้าของผมมันยิ้มเจื่อนมากแค่ไหน
“เห็นหน้ากูแล้วมันน่าผิดหวังมากขนาดนั้นเลยหรือไง?” เสียงนิ่งของเขาพูดถามพลางก้าวเข้ามาในลิฟต์ตัวเดียวกัน ผมขยับตัวเบี่ยงหนีไปอีกฝั่งทางที่เขาอยู่อย่างห้ามไม่ได้ ก่อนประตูบานใหญ่บานเดิมจะเลื่อนปิดลงอีกครั้ง
“เอ่อ..คุณแพทริคจะไปชั้นไหนดีครับ?”
“ชั้นเดียวกับมึง” ผมยังคงหลอกตัวเองว่าเขาคงมีเพื่อนหรือใครอยู่ชั้นเดียวกับผม นิ้วเรียวกดยังชั้นของตัวเองอย่างชั่งใจ เอาเถอะคงไม่มีอะไรหรอกมั้ง
‘ดึ๊งง’ เสียงแจ้งเตือนลิฟต์ดังขึ้นเมื่อถึงชั้นที่ต้องการลง ขาเรียวก้าวออกจากกล่องสี่เหลี่ยมนั้น ผมเลือกที่จะไม่สนใจเขาแล้วเดินหนีออกจากตรงนั้นให้เร็วที่สุดแต่ไม่ว่าจะเดินเร็วมากแค่ไหนเสียงเท้าหนักของเขาก็ยังตามมาใกล้ด้านหลังของผมเสมอจนถึงหน้าห้องแล้วตอนนี้
“ห้องเพื่อนของคุณแพทริคเลขที่เท่าไรเหรอครับ?” ผมหันไปถามคนด้านหลังที่ยังเดินตามผมไม่เลิก
“กูไม่มีเพื่อนอยู่ที่นี่”
“แล้ว...” แต่ไม่ทันที่ผมจะได้พูดต่อเขาก็พูดขึ้นขัดก่อน
“กูแค่มาดูห้องที่คุณปู่ซื้อให้มึงเท่านั้น...เปิดสิ” เจ้าของใบหน้านิ่งพูดบอก แล้วมันธุระอะไรของเขาที่จะต้องมาดูห้องของคนอื่นด้วยเนี่ย แต่แค่เปิดให้ดูก็จบใช่ไหม?
ผมก้าวเข้าใกล้ประตูหน้าห้องก่อนกดรหัสอย่างคุ้นชินและประตูบานนั้นก็เปิดออกให้เห็นห้องสวยที่ตกแต่งไว้อย่างสะอาดตา ร่างสูงของคุณแพทริคเดินนำเข้าไปด้านในก่อนที่ผมจะเดินตามเข้าไปเปิดไฟให้เขา
“หรูกว่าที่กูคิดนะ ผลาญเงินปู่กูใช้ได้เลย แต่เอาเถอะอีกหน่อยถ้ามึงเป็นเมียพวกกูคนใดคนหนึ่งมึงได้เยอะกว่านี้อยู่แล้ว”
ปกติเขาไม่ค่อยพูดมันก็ดูนิ่งมากอยู่แล้ว แต่ถ้าพูดทีแล้วหมาออกจากปากนับตัวไม่ได้ขนาดนี้ ผมว่าไม่ต้องพูดเหมือนเดิมน่าจะดีกว่า แล้วอีกอย่างใครมันจะไปเป็นเมียพวกคุณไม่ทราบ
“คุณแพทริคจะกลับยังครับ ต้นน้ำอยากพักผ่อนแล้ว” ผมพูดขึ้นบอกอย่างไม่สบอารมณ์มากนัก
“ทำไม? ไม่อยากเจอหน้ากูมากขนาดนั้นเลยหรือไง หรือว่ากูไม่ใช่ไอ้เรย์?” เขาพูดถามพลางเดินเข้ามาใกล้ผมที่ยืนอยู่ด้านหลังมากขึ้น ก่อนที่ผมเองก็ถอยหลังหนีเขามากขึ้นเหมือนกัน
ปึก
เสียงกระทบชนของแผ่นหลังบางกับประตูห้องบานใหญ่ดังขึ้นเมื่อผมถอยไปจนสุดแต่เขาก็ยังไม่เลิกเดินเข้ามาชิด
“อย่างน้อยคุณเรย์ก็ใจดีกับต้นน้ำ ไม่เหมือนคุณแพทริคที่เอาแต่ต่อว่า แล้วทำไมต้นน้ำจะไม่ชอบเวลาอยู่กับคุณเรย์” ผมเลือกที่จะพูดออกไปทั้งที่มันไม่ใช่ความจริงอะไรมากนัก
“อึก..ต้นน้ำเจ็บนะครับ” มือเล็กยกขึ้นจับเอามือหนาของคุณแพทริคที่ยกขึ้นมาบีบกรามเล็กของผมไว้แน่นจนรู้สึกเจ็บอย่างไม่มีท่าทีว่าจะปล่อยลงง่าย ๆ
“อย่าพูดถึงมันตอนอยู่กับกูถ้ามึงยังไม่อยากตาย” เขาเค้นเสียงออกมาจากไรฟันอย่างไม่สบอารมณ์พลางขบฟันแน่นเพราะอารมณ์หัวเสียที่มี
“ต้นน้ำเจ็บ ปล่อยต้นน้ำ อุ้บ....” ผมพูดบอกยังไม่ทันจบริมฝีปากหนาก็ก้มลงมาบดจูบทันทีอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว มือเล็กพยายามยกขึ้นดันเอาอกแกร่งของเขาให้ออกห่างแต่ความตัวเล็กกว่ามันเสียเปรียบเขาอยู่มาก
“อึก...ไม่เอาแล้ว ต้นน้ำยอมแล้ว ฮืออ” จู่ ๆ ความรู้สึกตอนที่ตัวเองโดนข่มขืนก็โผล่เข้ามาในความคิดจนผมรู้สึกกลัวการกระทำของพวกเขาอย่างไม่รู้ตัว น้ำตาหยดใสไหลรินออกมาให้ได้เห็น ร่างบางเริ่มหมดเรี่ยวแรงจะต่อสู้ ก่อนที่คุณแพทริคจะยอมผละหน้าออกมองหน้าเปื้อนน้ำตาของผม
“การที่มึงเป็นคนของคุณปู่กู มึงอย่าคิดว่ากูจะไม่กล้าทำอะไรมึง” เขายอมปล่อยให้ผมเป็นอิสระทั้งอีกคนยังคงโกรธมากเหมือนเดิม เขาถอยหลังออกไปก่อนจะเดินเข้ามาใกล้ผมอีกจนผมต้องหดตัวหนีและยกมือขึ้นป้อง
เจ้าของใบหน้านิ่งเงียบไปก่อนมือหนาของเขาจะจับรั้งผมเหวี่ยงออกจากประตูทางออกเข้ามาด้านในเพื่อหลบทางให้เขาและร่างสูงของเขาจะเดินเปิดประตูออกไปอย่างไร้การสนทนา
ฟุบ!
ร่างบางไร้เรี่ยวแรงล้มฟุบลงกับพื้นห้องก่อนปล่อยโฮออกมาอย่างไร้สาเหตุ ผมกำลังทำอะไรอยู่กันแน่ ทำไมมันถึงได้ทรมานตัวเองมากขนาดนี้
“ฮืออ อออ แม่ครับ พ่อครับ ต้นน้ำรู้สึกเหนื่อยแล้ว ฮึก ก”
เหลืออีก 47 วัน เป็นอีกเช้าที่ผมต้องตื่นขึ้นมายอมรับความจริงและต่อสู้กับพวกคนใจร้ายแบบพวกเขา วันนี้ผมก็ไม่ได้ไปเรียนอีกแล้วเพราะคุณเรย์ส่งข้อความมาบอกว่าพรุ่งนี้จะให้คนมารับ แต่ก็ไม่บอกว่ามารับไปไหน
ผมเองก็ต้องทำตามเขาเพราะวันนี้เป็นวันที่สามหรือวันสุดท้ายที่ผมจะต้องอยู่ด้วย หลังจากพรุ่งนี้ก็จะเป็นคิวของคุณแพทริคที่ผมเพิ่งมีปัญหาด้วยเมื่อคืน
ผมลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัวและหาอะไรรองท้องไปแล้วตั้งแต่เช้า ตอนนี้ก็รอแค่คนของคุณเรย์มารับเท่านั้น
ครืดดดดด~
เสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์ข้างกายดังขึ้นในห้องรับแขกพร้อมกับเบอร์แปลกที่โชว์ขึ้นหน้าจอสี่เหลี่ยม
“สวัสดีครับ?” ผมพูดขึ้นหลังจากกดรับสาย
(สวัสดีครับ คนของคุณเรย์มารอรับคุณหนูอยู่ลานจอดรถครับ) ไม่ทันคิดเกินห้านาทีเลยคนของเขาก็มาพอดี
เราคุยกันต่อจากนั้นไม่นานเพราะต้องรู้รายละเอียดเพิ่มเติมว่าเขาจอดรถอยู่โซนไหน หลังจากที่คุยกันเสร็จผมก็ลงมาจากห้องทันทีเพื่อไม่ให้อีกคนต้องรอนานอย่างรักษามารยาท
“สวัสดีครับ คุณเรย์ให้มารับต้นน้ำไปไหนเหรอครับ?” ผมพูดขึ้นถามเมื่อขึ้นมานั่งบนรถเรียบร้อยแล้ว
“คุณเรย์ไม่ให้พูดครับ รอคุณหนูถึงก็จะรู้เอง” เขาบอก ซึ่งผมเองก็เข้าใจดีเพราะถ้าเป็นคำสั่งของนายแล้ว ลูกน้องอย่างเรา ๆ ก็ไม่มีสิทธิ์ขัดอะไรทั้งนั้นแหละ
รถที่นั่งมาเคลื่อนตัวออกจากคอนโดของผมตลอดระยะเวลาครึ่งชั่วโมงแล้วแต่ก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะถึงปลายทางเสียที สองข้างทางเป็นทางที่ผมเองก็คุ้นเคยดีเพราะได้มาร้องเพลงแถวนี้อยู่บ้าง
“ยังไม่ถึงอีกเหรอครับ?”
“ใกล้ถึงแล้วครับคุณหนู” ผมพยักหน้ารับรู้ก่อนดวงตากลมจะเลื่อนมองนอกหน้าต่างเหมือนเดิม
ไม่นานเกินห้านาทีรถที่นั่งมาก็ตีไฟเลี้ยวเข้าซอยโครงการใหม่กลางกรุง ตรงหน้าของผมตอนนี้เป็นโครงการคอนโดใหม่ของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชื่อดัง แต่ก็ยังนึกไม่ออกอยู่ดีว่าทำไมเขาถึงต้องพาผมมาที่นี่ด้วย
“ขอบคุณครับ” ผมพูดขึ้นหลังจากลงจากรถเมื่อมีคนมาเปิดประตูออกให้ใต้คอนโดสูงก่อนดวงตากลมจะเลื่อนมองยังชายชุดดำอีกหลายคนที่เดินมารอต้อนรับเหมือนบ้านใหญ่ของคุณท่านไม่มีผิด
“ยินดีครับคุณหนู เชิญขึ้นด้านบนได้เลยครับ” ชายชุดดำคนหนึ่งพูดบอกก่อนเจ้าของเสียงเมื่อครู่จะเดินนำผมเข้าไปทางลิฟต์เพื่อขึ้นชั้นบน
‘ดึ๊งง’ เสียงเตือนแจ้งชั้นดังขึ้นเมื่อถึงชั้นที่ต้องการลงก่อนที่ร่างสูงของชายชุดดำจะเดินนำผมไปยังห้องในสุดที่ภายในชั้นนี้มีเพียงแค่สามห้องเท่านั้น
“ถึงแล้วครับคุณหนู นายรออยู่ด้านในครับ” อีกคนพูดขึ้นเมื่อเรามาหยุดอยู่หน้าประตูบานใหญ่ก่อนร่างสูงของเขาจะเดินกลับไปทางเดิม ผมถอนหายใจทิ้งอย่างไร้ความหมาย เป็นเหมือนกันทั้งเจ้านายและลูกน้องเลยหรือเปล่าเนี่ย
มือเล็กยกขึ้นหวังเคาะประตูเรียกคนด้านในบอกว่าตนมาถึงแล้ว แต่ไม่ทันที่กำปั้นน้อยจะเคาะลง ประตูบานใหญ่ตรงหน้าก็เปิดออกเสียก่อน
“เข้ามาสิ” เสียงนิ่งของเจ้าของใบหน้านิ่งพูดบอกพร้อมกับดวงตาคมที่มองมายังผมที่เป็นผู้มาเยือน
“...........” ผมนิ่งไปอย่างไม่เข้าใจเพราะคนที่เปิดประตูไม่ใช่คุณเรย์แต่เป็นคุณแพทริค
“ผิดหวังหรือไงที่ไม่ใช่ไอ้เรย์” เขาพูดบอกพลางเดินเข้าไปด้านในปล่อยให้ผมยืนนิ่งอยู่คนเดียวหน้าห้อง ผมเรียกสติตัวเองกลับมาก่อนเดินตามเขาเข้าไป
“มาแล้วเหรอ?” เสียงนิ่งของคุณเรย์พูดขึ้นถามในขณะที่เจ้าตัวกำลังยืนอยู่ระเบียงห้องพลางพ่นควันขาวขุ่นออกจากริมฝีปากหยัก
“ทำไมทุกคนถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะครับ?” ผมพูดถามเพราะปกติแล้วพวกเขาจะอยู่ด้วยกันไม่ค่อยได้เท่าไร
“ชอบไหม?” เจ้าของใบหน้านิ่งอย่างคุณแพทริคพูดขึ้นถามพลางเลื่อนสายตาคมมองไปทั่วห้องจนผมเองก็ต้องมองตามไปด้วย
“พวกคุณจะซื้อที่นี่เหรอครับ?”
“ห้องมึงเล็กไป ส่วนห้องพวกกูก็คงไม่พอสำหรับสามคน เลยจะซื้อที่นี่ไว้ตอนที่เราต้องอยู่ด้วยกัน ทั้งที่ไม่ได้อยากอยู่มากขนาดนั้น” เป็นเหมือนสงครามอารมณ์เล็ก ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นเมื่อสิ้นเสียงของคุณเรย์ที่สูบบุหรี่ให้มือหมดแล้วกำลังเดินก้าวยาวเข้ามาด้านในห้อง
ที่นี่กว้างมากจริง ๆ และเรื่องราคาก็น่าจะเอาเรื่องเหมือนกัน เรื่องทั้งหมดเท่าที่ผมได้ฟังต่อ คือพวกเขาจะซื้อห้องนี้เพื่อเวลาที่เราทั้งสามคนได้อยู่ด้วยกันเพียงหนึ่งวัน และห้องนี้ก็จะเป็นห้องของผมไปโดยปริยาย ส่วนห้องที่คุณท่านซื้อให้ก็คงจะขายหรือไม่ก็ปล่อยเช่า
“คุณท่านจะโกรธไหมครับที่จะต้องขายห้องนั้น ต้นน้ำว่าต้นน้ำอยู่ที่เดิมน่าจะดีกว่า” ผมพูดขึ้นแย้งอย่างเอาตัวรอดจากคนพวกนี้อีกครั้ง แต่รอบนี้น่าจะไม่สำเร็จเพราะพวกเขาจ่ายเงินไปเรียบร้อยแล้วและชื่อของสัญญาคอนโดห้องชุดนี้ก็เป็นชื่อของผมเรียบร้อยแล้วเหมือนกัน
