#####บทที่ 9
"ใคร!! ผู้หญิงเห็นแก่เงินคนนั้นคือใคร" ภาคินอยากจะหัวเราะให้ฟันหลุดออกจากปาก...แต่จะว่าไปผู้หญิงคนนั้นที่คุณพ่อหมายถึงก็เห็นแก่เงินจริงๆนั่นแหละ...ยอมแม้นลดศักดิ์ศรีของตนเอง เปลืองตัวนิดๆหน่อยๆแล้วหลอกคนแก่ตัณหากลับที่มักมากในกามสอยได้แม้กระทั่งเด็กสาวอายุอ่อนกว่าลูกชาย
ตอนแรกภาคินเองก็ไม่นึกเหมือนกันว่ามินตราจะเป็นผู้หญิงพรรค์นั้นเพราะเห็นหน้าตาใสซื่อ ไร้เดียงสา ไม่ค่อยทันคน ค่อนข้างรักนวลสงวนตัวหากสังเกตจากการแต่งกายมิดชิด...แต่ทว่าผลการทดลองกลับผิดคาด ผู้หญิงดีๆที่ไหนจะยอมนอนกับผู้ชายที่รู้จักกันได้ไม่ถึงสามเดือน และเขาสามารถปิดจ๊อบได้เร็วกว่าที่คิดเป็นไหนๆ!
เธอทำให้เขาได้เห็นว่าสุดท้ายผู้หญิงแม่งก็เห็นแก่เงินก็ทั้งหมด! แม่นั่นไม่ได้วิเศษวิโส ดีแค่เปลือกนอก แต่ด้านในเน่าเละ เหม็นโฉ่ จนกลืนไม่ลง..และชักจะไม่แน่ใจแล้วเหมือนกันว่าเขากับพ่อกำลังใช้เมียคนเดียวกันหรือเปล่า?
"ไม่รู้สิครับ" ภาคินไหวไหล่แล้วยักคิ้วหลิ่วตากวนประสาทคุณดำเกิง "แต่พ่อไม่ต้องเป็นห่วงหรอกนะครับว่าผมจะเอาผู้หญิงพรรค์นั้นมาเชิดหน้าชูตาเป็นเมียให้เสื่อมเสียชื่อเสียงวงศ์ตระกูล เพราะผมเองก็ขยาดและรูัสึกอับอายขายขี้หน้าคนอื่นจนแทบซุกแผ่นดินหนีหากต้องไปบอกใครต่อใครว่านี่คือภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย ผมก็แค่เอาไว้ใช้ควงเล่น บำเรอ ปรนเปรอ อีกสักแป๊บถ้าเบื่อเฉดหัวทิ้ง"
ภาคินทิ้งท้ายเอาไว้ก่อนจะลุกขึ้นพรวดพราดแล้วเดินออกไปจากห้องรับรองแขกที่สันนิษฐานว่าอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้ามันคงได้ระเบิดแตกกระจุยเพราะอารมณ์โมโหที่สะสมอยู่ในอกคุณดำเกิงเป็นแน่
...
@บ้านจัดสรรค์
ชายหนุ่มเดินเข้าไปในบ้านจัดสรรค์ซึ่งเป็นส่วนบริเวณห้องนอน ทอดแลเห็นเรือนร่างบอบบางสวมใส่ชุดผ้าแพรชนิดลื่นๆขดตัวคลุมโปงหลับสนิทอยู่ในผ้านวมผืนโต ตามใบหน้าจิ้มลิ้มของเธอยังมีคราบน้ำตาแปดเปื้อนชะโลมให้เห็นอยู่เป็นเนืองๆว่าเมื่อครู่คงเพิ่งร้องไห้เสร็จไปหมาดๆ
ร้องไห้นานขนาดนั้นเลยเหรอวะ? แค่เขาดุนิดๆหน่อยๆว่าอย่ามายุ่มย่ามกับเรื่องส่วนตัวถึงกับต้องบีบน้ำตาเรียกร้องคะแนนสงสารงั้นเรอะ...ช่างเป็นการกระทำที่โง่เขลาเสียจริง
ภาคินไม่ได้สนใจใยดี เดินอ้อมผ่านเข้าไปแช่ตัวในห้องน้ำอย่างไร้เยื่อใย...คืนนี้เขากะว่าจะหลับนอนที่นี่เสียหน่อย หากให้โผล่หน้ากลับไปบ้านใหญ่มีหวังโดนคุณดำเกิงซักไซ้ถามจนหมดวันแน่ๆ
และหากกลับบ้านของมารดา...รายนั้นก็เหลือเกิน รู้แม้กระทั่งน้ำเสียงและแววตาของเขาว่า ณ เวลา นั้นๆกำลังรู้สึกเป็นเช่นไร ภาคินไม่อยากให้แม่ต้องไม่สบายใจ ไม่อยากให้อาการป่วยของท่านต้องทรุดตัวลง อยากให้ท่านอยู่แบบสุขสบายใจอุดมด้วยความสงบเช่นคนปกติเขาเสียที
"ฮึก..." เสียงสะอึกสะอื้นเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากบางที่พยายามข่มตาหลับ...หลังได้รับคลิปเสียงจากบุคคลปริศนาที่ส่งเข้ามาเพื่อเปิดทางสว่างให้แก่เธอว่าควรเตรียมตัวเสียโลกทั้งใบก็คล้ายหยุดหมุน
"แต่พ่อไม่ต้องเป็นห่วงหรอกนะครับว่าผมจะเอาผู้หญิงพรรค์นั้นไม่เชิดหน้าชูตาเป็นเมียให้เสื่อมเสียชื่อเสียงวงศ์ตระกูล เพราะผมเองก็ขยาดและอับอายขายขี้หน้าคนอื่นจนแทบซุกแผ่นดินหนีหากต้องไปบอกใครต่อใครว่านี่คือภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย ผมก็แค่เอาไว้ใช้ควงเล่น บำเรอ ปรนเปรอ อีกสักแป๊บถ้าเบื่อก็แค่เฉดหัวทิ้ง"
มินตราจำได้ดีว่าเสียงแบบนี้คือเสียงของใคร...เธอที่พยายามทำทุกอย่าง ทำทุกวิถีทางและทำตามคำสั่งของเขาโดยไม่มีขัดข้อง...ยอมแม้กระทั่งแลกศักดิ์ศรีของตัวเองแล้วอยู่กินฉันผัวเมียในฐานะคู่นอน กับเขา
ภายนอกนั้นไซร้เขาพยายามสร้างภาพให้เธอเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อไม่ต้องอับอายขายขี้หน้าผู้ใดหากถามว่าเธอคือเลขานุการของรองประธานหรือไม่?
แต่ดูสิ่งที่เขาพูดออกมาสิ...ประกาศโปงกับใครต่อใครว่า...เธอมันเป็นแค่ผู้หญิงพรรค์อย่างว่า แสนขยะแขยงและอับอายขายขี้หน้าเต็มทีหากวันนึงต้องบอกใครต่อใครว่านี่คือเมีย เขาแค่เอาเธอไว้ใช้ควงเล่นบำเรอปรนเปรอและอีกประเดี๋ยวเดียวก็คงจะถูกเฉดหัวทิ้ง...
นี่นะหรือคือคำพูดของคนที่นอนเอาอยู่ด้วยกันเกือบทุกวัน...ในสายตาของภาคินมินตราคงเป็นแค่ผู้หญิงชั้นต่ำไม่มีอะไรเทียบเท่า นี่เธอต้องดีใจแล้วรู้สึกปลาบปลื้มใช่ไหมถึงขั้นเอาดอกไม้ไปขอบคุณเขายกใหญ่ที่ยอมลดตัวลงมาคั่วผู้หญิงประเภทเธอหรือเปล่านะ...
Jarave : คราวนี้ตาสว่างได้ยัง ว่าเธออยู่จุดไหนในชีวิตของตาภาคิน
mintra.ra : เพื่ออะไรคะ คุณหญิงจารวีทำแบบนี้เพื่ออะไร
วินาทีนั้นใจของเธอแตกเป็นเสี่ยงเสี่ยง ก้อนตีบตันแล่นขึ้นมาจุกอก...คาดแลจากน้ำเสียงเขาไม่ได้พูดเล่นแต่ล้วนเป็นความรู้สึกที่แท้จริงซึ่งถูกกลั่นลึกอยู่ในใจ
Jarave : เพื่อทำให้เธอตาสว่างแล้วรู้จุดยืนของตัวเองยังไงล่ะ
Jarave : ภาคินเห็นเธอเป็นแค่คู่นอน เป็นแค่ผู้หญิงที่ใช้บำเรอบำบัดความใคร่ หาได้ต้องการนำมาเชิดหน้าชูตา
Jarave : ตื่นจากความฝันได้แล้วมินตรา นี่ไม่ใช่ทุ่งดอกลาเวนเดอร์ที่เธอจะมาวิ่งเล่นได้ตามสุขสบาย เพราะลูกชายฉันคือขุมนรกที่พร้อมจะแผดเผาหัวใจเธอให้มอดไหม้ได้ทุกเมื่อ
Jarave : และที่สำคัญผู้หญิงที่ภาคินจะแต่งงานด้วยก็คือหนูพิรญาณ์ คนที่เพียบพร้อมทั้งฐานะ ชาติสกุลหน้าที่การงาน ความรู้ความสามารถและหน้าตา
Jarave : ลองคิดเอาดูนะมินตรา เขาพูดถึงเธอขนาดนั้นแล้วน่ะ ฉันไม่ได้มู่มี่นะแต่ระหว่างเธอกับหนูพิรญาณ์ที่แตกต่างกันดังฟ้ากับเหว เธอคิดว่าลูกชายฉันจะเลือกใคร
mintra.ra : คุณจารวีจะซ้ำเติมฉันทำไมคะ
Jarave : ฉันไม่ซ้ำเติม ฉันจะทำให้เธอได้รู้ว่าที่ผ่านมาที่เธอไม่เคยมีความสุขเพราะเธอยืนอยู่ผิดที่ผิดทางยังไงล่ะ
Jarave : สิ่งไหนที่กอบโกยได้ก็รีบกอบโกยไป มันใกล้หมดเวลาสำหรับผู้หญิงอย่างเธอแล้วมินตรา เพราะถ้าถึงวันนั้นจริงๆ...เธอจะไม่เหลือคุณค่าให้ภาคินเสียดายอีกเลย
ทันใดที่มินตราอ่านประโยคนี้จบเธอก็ปล่อยโฮออกมาราวกับพ่อเสียชีวิต
มันเจ็บ...เจ็บเหลือเกิน...เจ็บเพราะคำพูดของคุณหญิงจารวีที่กล่าวออกมาล้วนเป็นความจริงทั้งสิ้น ตอนนี้เวลาของเธอใกล้จะหมดลงทุกทีทุกที ฉะนั้นเธอจะใช้ทุกๆช่วงที่หลงเหลืออยู่นับจากนี้เป็นต้นไปให้คุ้มค่ามากที่สุด! ก่อนที่จะไม่มีโอกาสอีกเลย
...
...
ตอนนี้มินตรากำลังนอนหลับอยู่บนเตียงเดียวกันกับผู้ชายที่เพิ่งพูดจาถากถางน้ำใจเธอสารพัด...เขาทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่แยแส ไม่สนโลกและไม่แคร์กับทุกสรรพสิ่งเช่นภาคินคนเดิม แต่หารู้เลยไม่ว่าก้อนเนื้อที่หน้าอกข้างซ้ายของเธอมันบอบช้ำแหลกสลายเพราะน้ำมือของเขาไม่รู้เท่าไหร่ต่อเท่าไหร่...
@รุ่งเช้าวันถัดมา...
มินตราลุกขึ้นตั้งแต่ไก่ไม่โห่เพราะต้องรีบลงมาเตรียมอาหารเช้าให้แก่ภาคินรับประทานก่อนไปทำงาน รวมถึงจัดการรีดเสื้อสูทและกางเกงของเขาให้เรียบร้อย เป๊ะ เวอร์ เฟิร์ม ไม่ให้มีรอยยับแม้แต่นิดเดียวตามสไตล์ของคนค่อนข้างจุกจิกและเนี้ยบตั้งแต่หัวจรดเท้า
"เมื่อคืนคุณภาคินกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่เหรอคะ?"
