บท
ตั้งค่า

#####บทที่ 10

มินตราแสร้งถามในขณะที่กำลังติดกระดุมเสื้อเชิ้ตให้แก่เขาแล้วจัดความเป็นระเบียบเรียบร้อยตั้งแต่หัวจรดเท้าไม่ขาดตกบกพร่องแม้แต่ตารางนิ้ว "คืนนี้...คุณภาคินว่างหรือเปล่าคะ"

"ทำไม?" มีผู้หญิงถามแบบนี้กับเขาถึงสองคนด้วยกัน ต่างกันเพียงคนหนึ่งเริ่ดหรูดูดีมีชาติตระกูลสูงส่ง แต่อีกคนสวยเพียงเปลือกนอกเพราะผ่านการปรุงแต่งแต่ข้างในแสนจะเน่าเละเทะ เหม็นคุ้ง

"มินอยากจะดินเนอร์กับคุณภาคินค่ะ เราไม่ได้กินข้าวด้วยกันมาแปดเก้าเดือนแล้วนะคะ" เธอแทบจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าได้นั่งจ้องตาเขานอกจากกิจกรรมบนเตียงครั้งล่าสุดเมื่อไหร่...

"ไม่ว่าง"

"ทำไมถึงไม่ว่างล่ะคะ? หรือว่าคุณภาคินมีนัดกับคุณพิรญาณ์?" คำถามนี้ทำให้เท้าที่กำลังก้าวเดินถึงกับหยุดชะงักแล้วหันกลับมาจ้องใบหน้าจิ้มลิ้มด้วยสายตาดุดัน เดี๋ยวนี้เธอกล้ามีปากมีเสียงถามไถ่กับเขางั้นหรือ!

"ผมจะมีนัดกับใครผมจำเป็นต้องรายงานมินทุกเรื่องด้วยเหรอ? รู้แค่ว่าผมไม่ว่าง และไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องมานั่งปั้นหน้าทำเรื่องไร้สาระแบบนั้นเพราะมันดูน่าเบื่อ เข้าใจไหม" ภาคินเกลียดที่สุด! เกลียดตอนที่ใบหน้าจิ้มลิ้มกำลังเบะปากบีบน้ำตาออกมาเพื่อเรียกร้องคะแนนสงสารให้อีกฝ่ายเห็นใจ "น้ำตาของมินอาจได้ผลกับพ่อของผม แต่มันไม่ได้ผลกับผม จำไว้"

"ทำไมคุณภาคินพูดแบบนี้ค่ะ...คุณลุงเกี่ยวอะไรด้วย" มินตราไม่เข้าใจ ทุกครั้งที่เขาโมโหเขาก็มักจะดึงคุณดำเกิงเข้ามาเกี่ยวข้องและถูกพูดถึงอยู่เป็นประจำ ทำราวกับว่าตอนนี้เธอกำลังเล่นชู้อยู่กับผู้มีพระคุณน่ะ

"หึ! ลองถามตัวเองดูซิมินตรา ลองถามดู" ภาคินเค้นเสียงหัวเราะในลำคอ ก่อนจะเดินออกไปจากบ้านหลังนี้...

...

สองวันผ่านไป...

@บริษัทเดชาบวรสกุลกรุ๊ป

ขณะนี้เป็นเวลาเที่ยงตรง พนักงานทุกคนต่างก็แยกย้ายกันไปรับประทานอาหารกลางวันโดยมีช่วงเวลาหนึ่งชั่วโมงครึ่ง ห้ามเลท ห้ามสาย ไม่เช่นนั้นจะโดนหักคะแนนความประพฤติ

ห้องประธานคณะกรรมการบริหารบริษัท

"ตอนนี้แม่ของหนูเป็นยังไงบ้าง อาการดีขึ้นหรือยัง?" คุณดำเกิงใช้น้ำเสียงโทนอบอุ่นถามไถ่มินตรา แววตาที่เขาจ้องมองยังเธอเต็มไปด้วยความเอ็นดูและความรักใคร่ฉันพ่อลูก ไม่ได้มีจิตใจอกุศลคิดอคติเชิงชู้สาวกับเด็กที่อายุห่างกันหลายรอบเช่นที่บุตรชายของตนกำลังซักทอดข้อหาให้ในขณะนี้หรอก

"ก็สามวันดีสี่วันไข้ตามประสาคนแก่นั่นแหละค่ะ แต่โดยรวมแล้วก็ถือว่าปกติและสบายดีค่ะ" มินตราตอบคุณดำเกิง หล่อนเคารพคนผู้นี้เปรียบเสมือนญาติผู้ใหญ่อีกคนหนึ่ง เขาคอยให้ความช่วยเหลือ คอยเป็นผู้ใจดีคอยอุปถัมภ์เมตตากรุณาเธอกับแม่มาโดยตลอดตั้งแต่เริ่มแรกส่งตัวเข้าไปรักษาที่โรงพยาบาลดีๆ จนตอนนี้กลิ่นแก้วแม่ของเธอหายป่วยเป็นปลิดทิ้ง

"ดีแล้ว ไว้วันไหนลุงว่างๆลุงจะไปเยี่ยมก็แล้วกันนะ ฝากบอกแม่ของหนูด้วยว่าขอให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง จะได้อยู่กับลูกกับหลานไปนานๆ ฉัตรชัยเขาก็จะได้หมดห่วงและหลับอย่างสบายด้วย" เปลือกหย่นเริ่มพริ้มขนตายาวรำแพนปกปิดความกลมโตเท่าไข่ห่านอย่างสลดใจเมื่อถูกกล่าวถึงเรื่องราวของบิดาอีกคราว...ภาพวันนั้นยังคงติดตาเธอมาจนถึงทุกวันนี้

มีรถคันหนึ่งดูคลับคล้ายคลับคลาคนขับคาดว่าจะเมามายด้วยพิษของแอลกอฮอล์เกินดีกรี ขับรถโซซัดโซเซเลี้ยวไปทางโน้นทีเลี้ยวไปทางนี้ที

...

เหตุการณ์เมื่อ 13 ปีก่อน ตอนนั้นมินตราอายุเพียงแค่ 14 ขวบ...เพิ่งเข้ามัธยมศึกษาปีที่ 2 หมาดๆ...กลางค่ำกลางคืนฉัตรชัยกำลังขับรถพาลูกและเมียกลับบ้านหลังจากเที่ยวทะเลเพื่อดื่มด่ำเฉลิมฉลองงานวันคล้ายวันเกิดของมินตรา

ภายในรถเต็มไปด้วยน้ำเสียงหัวเราะหยอกล้อกันอย่างมีความสุขถือเป็นครอบครัวรื่นรมย์และเปรมปรีดาครอบครัวหนึ่งเลยก็ว่าได้

"พ่อและแม่เตรียมของขวัญวันเกิดไว้ให้มินตราด้วยน๊า" ฉัตรชัยชำเลืองตามองบุตรสาวหัวแก้วหัวแหวนเพียงคนเดียวที่ตนรักทะนุถนอมดังเครื่องเพชรมูลค่าหลายร้อยล้านด้วยความเอ็นดู

"มินอยากให้ถึงบ้านเร็วๆจังเลยค่ะ" มินตราตื่นเต้น ก้อนเนื้อสีแดงแทบจะปะทุออกมาจากอกข้างซ้าย ลุ้นและคาดคะเนไปพลางๆว่าของขวัญที่พ่อและแม่เตรียมเอาไว้เนื่องในวาระวันคล้ายวันเกิดจะเป็นสิ่งใด

"ใจร้อนจริงๆเลยลูกสาวแม่" กลิ่นแก้วลูบศีรษะลูกสาวเบาๆด้วยความรักใคร่ใยดี

"รถคันนั้นขับยังไงน่ะ! เมาหรือเปล่าเนี่ย" ทุกสายตาจับจ้องไปยังรถสปอร์ตคันหรูที่เพิ่งถอยออกมาใหม่ๆสดๆเพราะสีของมันยังคงแดงฉาด ซ้ำยังเป็นรุ่นใหม่ล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อไม่นานมานี้อีกด้วยซ้ำคาดเดาว่าบุคคลภายในนั้นอาจเป็นพวกมีอิทธิพลหรือผู้ร่ำรวยพอสมควร

แต่ทว่าการขับรถของเขาค่อนข้างโซซัดโซเซไม่ค่อยเป็นระเบียบเนื่องจากยืดเยื้อไปทางฝั่งซ้ายบ้างขวาบ้างเหมือนประคองตนไม่อยู่สักเท่าไหร่...

"พี่ชัย ระวัง!!!!" เสียงสุดท้ายของภรรยาถูกจารึกเข้าไปในสมองของฉัตรชัย เขาพยายามหักหลบเพื่อหลีกหนีการพุ่งชนของรถคันนั้นจนปะทะเข้ากับเสาไฟฟ้าข้างทางอย่างจังทำให้เกิดเสียงระเบิดปั้ง!!

เศษแก้วแตกกระจัดกระจาย เรือนร่างของทั้งสามคนโยกเยกไปมาโคลงเคลงแต่โชคดีที่คาดเข็มขัดนิรภัย...ทว่า! ในความโชคดีก็ยังมีความโชคร้ายอันเหี้ยมโหดแฝงซ่อนอยู่ รถสปอร์ตคันหรูเมื่อครู่ดันเสียหลักหรืออะไรก็ไม่รู้พุ่งชนทางฝั่งของคนขับรถจนกระแทกเข้ากับร่างของฉัตรชัยอย่างจัง...

ภาพวูบสุดท้ายที่ติดอยู่ในตาของมินตราก่อนดับไปนั่นก็คือเลือดสีแดงสดไหลชโลมอาบนองทั้งเรือนร่าง ใบหน้าและทุกกระเบียดนิ้วของทั้งพ่อ แม่จนแทบแยกไม่ออก...

จำได้ว่าตื่นมาอีกที...ก็กำลังนอนอยู่ในโรงพยาบาลแล้วทราบข่าวพ่อของตัวเองเสียชีวิตคาที่...ส่วนแม่ไม่ส่งผลกระทบต่ออวัยวะสำคัญด้านใน ปรากฏเพียงแค่แผลจากการโดนกระจกบาดนอกร่างกายทว่าไม่มีอะไรต้องน่าเป็นห่วง...

"ลุงจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดเอง ลุงขอโทษ..." คุณดำเกิงเดินคอตกเข้ามาในห้องพักฟื้นของเด็กตัวน้อย

"ลุงเป็นใครเหรอคะ?"

"ลุงเป็นคนที่ขับรถชนรถพ่อของหนูจนทำให้พ่อของหนูเสียชีวิต...ลุงขอโทษนะหนู ลุงไม่ได้ตั้งใจ ลุงไม่ได้ต้องการจะให้เหตุการณ์ทุกอย่างมันจบลงแบบนั้น ลุงขอโทษจริงๆ" น้ำเสียงของคุณดำเกิงแลดูรู้สึกผิดที่ตนเป็นต้นเหตุทำให้เด็กสาวคนหนึ่งต้องสูญเสียพ่อทำให้ครอบครัวของเธอต้องขาดเสาหลัก!

"คุณลุงทำให้พ่อหนูตาย!" ตอนนั้นเธอกรีดร้องโวยวายปาข้าวของใส่คุณดำเกิงสารพัดเพราะความโมโหและเสียใจ "ลุงขับรถบ้าอะไรของลุง! ถ้าเกิดเมาก็ช่วยจอดนอนก่อนแล้วค่อยตื่นขึ้นมาก็ขับต่อไม่ใช่ทำตัวเป็นเจ้าถนนแล้วสร้างภาระให้คนอื่นแบบนี้ ลุงมันเป็นฆาตกร! ลุงฆ่าพ่อหนู"

มินตราผลักไสไล่ส่งและไม่ยอมรับความช่วยเหลือจากคุณดำเกิงเพราะโกรธแค้นที่อีกฝ่ายเป็นต้นเหตุทำให้เธอต้องสูญเสียพ่อ ต้องสูญเสียคนที่เธอรักมากที่สุดในชีวิตรองลงมาจากมารดา..

แต่แล้วคุณดำเกิงก็แอบช่วยเหลืออุปถัมภ์และสนับสนุนในเรื่องที่ครอบครัวของมินตราขาดแคลนมาโดยตลอดไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กน้อยหรือเรื่องใหญ่โตเขาก็พร้อมยื่นมือเข้ามา..จนในที่สุดเมื่อมินตราโตขึ้น ทั้งความคิด ทั้งมันสมอง และองค์ประกอบหลายๆอย่างก็ได้มองโลกเปลี่ยนไป...

เธอไม่ได้ถือโทษโกรธแค้นคุณดำเกิงที่เป็นต้นเหตุนั้นอีกต่อไปละ...เธอคิดเสียว่าฟ้ากำหนดให้พ่อของเธอมีชีวิตเหลืออยู่ได้เพียงเท่านั้น พ่อคงชดใช้เวรชดใช้กรรมหมดแล้วหลังจากนี้จะได้ขึ้นไปเสวยสุขอยู่บนสวรรค์เพื่อทอดมองลงมาเห็นลูกและเมียของเขามีความสุขดี...

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel