#####บทที่ 8
"พี่ขอไปไล่ดูตารางคิวจากเลขาก่อนนะครับว่าวันนั้นว่างหรือเปล่า แล้วพี่ค่อยมาให้คำตอบกับน้องพิณอีกที" ภาคินไม่ชอบงานสังคมที่ต้องยืนปั้นหน้าตีตราแสร้งยิ้มมากที่สุด! เพราะมันโคตรของโคตรความน่าเบื่อ แล้วยิ่งหากให้เขาควงไฮโซสาวอย่างพิรญาณ์ออกหน้าออกตาอาจแสดงให้เห็นทันทีว่าความสัมพันธ์ระหว่างเราอาจมีแนวโน้มพัฒนาไปข้างหน้า...คราวนี้ล่ะก็คุณดำเกิงคงไม่ยอมปล่อยง่ายๆคงต้องเร่งรัดถึงที่สุด
"ค่ะ" พิรญาณ์ยิ้มแห้งๆ เพราะรู้ดีว่าต่อให้ภาคินว่างเขาก็จะไม่มีทางปลีกตัวให้หล่อนยืมควงเดินในงานเลี้ยงค็อกเทลแน่ๆ แต่หล่อนไม่ได้คาดหวังกับคำตอบของเขาสักเท่าไหร่เนื่องจากแม้มันจะออกมาเป็นเช่นไร...หล่อนก็ค่อนข้างมั่นใจว่าวันนั้นหล่อนจะเป็นนางพญาหงส์ที่ยืนอยู่ข้างๆราชสีห์อย่างภาคินแน่นอน
@บ้านเดชาบวรสกุล
บนโต๊ะขนาดสี่เหลี่ยมผืนผ้าในวันนี้เต็มไปด้วยอาหารหรูหราราคาแพงทั้งที่นิยมขึ้นชื่อของไทยและชาติฝั่งตะวันตก...ล้วนใช้วัตถุดิบล้ำค่าปรุงแต่งจากแม่บ้านสาวสุดสวยที่การันตีด้านฝีมือว่าไม่เป็นสองรองใคร
บริเวณหัวโต๊ะคือคุณดำเกิง ไล่ลงมาปีกโต๊ะฝั่งซ้ายภรรยาแต่งอย่างคุณหญิงจารวีแสร้งยิ้มหน้าระรื่นเพราะอันที่จริงแล้วตนนั้นอยากได้หนูพิรญาณ์มาเป็นสะใภ้คนโตมากกว่า แต่ทางฝั่งนั้นดันชื่นชอบและพึงพอใจในตัวของภาคินหล่อนก็เลยไม่สามารถขัดข้องได้...ถัดไปบุตรชายของเจ้าหล่อน ภาคี...ซัดมาปีกโต๊ะด้านขวา ภาคิน และ แขกรับเชิญสุดสวยอย่างพิรญาณ์
แน่นอนว่าบรรยากาศวันนี้เต็มไปด้วยความอิ่มเอิบใจของคุณดำเกิงยิ่งนัก...เขาปรารถนาดี อยากจะให้ลูกชายเป็นฝั่งเป็นฝาและออกเรือนไปกับผู้หญิงที่เพียบพร้อมทั้งสกุลรุนชาติ ทั้งฐานะทางสังคม...หากภาคินตกแต่งกับหนูพิรญาณ์เป็นอันว่าคงสบายทั้งชาติ เขาก็จะได้ไม่ต้องมาพะวงกลัวลูกชายคนเล็กจะไปคว้าผู้หญิงกำพืดต่ำเข้ามาเป็นสะใภ้ให้เสื่อมเสียชื่อเสียงวงศ์ตระกูล...
"อาหารวันนี้อร่อยมากเลยค่ะคุณป้า" พิรญาณ์ตีตัวประชิดคุณหญิงจารวีเพื่อเอาอกเอาใจและเข้าทางว่าที่แม่สามีอีกคน เพราะประจักษ์แจ้งแก่ใจว่าอย่างไรเสียคุณดำเกิงก็อยู่ฝั่งหล่อนแน่นอน
"ถ้าอร่อยก็มาทานข้าวที่บ้านป้าบ่อยๆนะจ๊ะหนูพิณ เดี๋ยวป้าจะให้ตาภาคินไปรับที่บ้าน ดีไหมจ๊ะ" คุณหญิงจารวีเล่นตามบทบาท ถึงเช่นไรหากได้เกี่ยวดองกับครอบครัวฝั่งโน้นแม้เป็นบุตรคนเล็กที่ไม่ใช่เลือดเนื้อเชื้อไขแต่หล่อนก็รักเหมือนลูกแท้ๆคงจะไม่ได้เสียหายอะไร
"พิณเกรงว่าจะรบกวนพี่ภาคินเปล่าๆน่ะคะ"
"น่ารักเสียจริงๆ ใช่ไหมภาคิน" แววตาของหล่อนบีบบังคับและล็อคคำตอบเอาไว้แล้วว่าจะต้องออกมาในรูปแบบใด
"ครับ"
"ขอบคุณค่ะ เอ่อ...นี่ก็ดึกมากแล้ว พิณต้องกราบขอตัวกลับก่อนนะคะคุณป้า คุณลุง ประเดี๋ยวคุณพ่อกับคุณแม่จะเป็นห่วงแย่" นี่คงจะเป็นเรื่องดีและเป็นที่พึงพอใจในสายตาของคุณหญิงจารวีนั่นก็คือ...การวางตัวของพิรญาณ์ที่แสดงให้เห็นเด่นชัดว่าผ่านการอบรมสั่งสอนหรือเข้าเรียนคอร์สมารยาทงามมาอย่างดี สมแล้วที่เป็นลูกสาวคนเดียวหัวแก้วหัวแหวนของคุณหญิงชไมพรกับคุณเกริกพล
"จ๊ะ ไปส่งน้องให้ถึงบ้านนะภาคิน แล้วรีบกลับมาพ่อกับแม่มีเรื่องจะคุยด้วย"
ภาคินพยักหน้า แล้วเรียนเชิญตัวพิรญาณ์เพื่อขับรถสปอร์ตคันหรูพาเจ้าหล่อนไปส่งถึงหน้าประตูบ้านตามคำสั่งของคุณหญิงจารวี...
...
"พ่อกับแม่ใหญ่มีอะไรจะคุยกับผมเหรอครับ" ภาคินหย่อนสะโพกลงนั่งบนฟูกโซฟาในห้องรับรองแขกที่มีเพียงเราทั้งสามคนนั่นก็คือคุณหญิงจารวี คุณดำเกิง...เขา
"หนูพิณน่ารักไหม?" คุณหญิงจารวีเปิดถามเป็นคนแรก
"ก็น่ารัก"
"สวยใช่ไหมล่ะ"
"ครับ" ถ้าเขาบอกว่าพิรญาณ์ไม่สวยแต่เอนเอียงออกไปในทางขี้ริ้วขี้เหร่ก็คงจะดูเป็นการพูดเกินความจริงไปมาก เนื่องจากสภาพหน้าตาของหล่อนตั้งแต่หัวจรดเท้าล้วนได้รับการบำรุงอบร่ำมาอย่างดีจนสะอาดเนียนละออไร้ที่ติเชียว
"แล้วกิริยามารยาทล่ะ?"
"ไม่รู้สิครับ เรื่องพรรค์นี้ต้องดูกันไปนานๆว่าสิ่งที่สร้างออกมาเป็นตัวตนจริงๆหรือแค่เสแสร้ง เพราะหากเทียบจากประสบการณ์โดยตรงของผมเนี่ย ตอนแรกบางคนก็นึกว่าดีแสนดี สุดท้ายแล้วดีแตก เป็นนางมารร้ายที่ใจไม้ไส้ระกำในคราบนางฟ้าผู้ไร้เดียงสา" ภาคินตอบ และคุณหญิงจารวีก็รู้ดีว่าเขาต้องการพูดจาเหน็บแนมหล่อน...
หล่อนเลี้ยงภาคินมาตั้งแต่อายุ 10 ขวบ ตีนเท่าฝาหอย รักเหมือนลูกในไส้...ให้เท่าเทียมกับภาคีทุกอย่างโดยไม่ลำเอียงไม่ว่าจะเป็นของเล่น การศึกษา เสื้อผ้าต่างๆนานา จนจวบปัจจุบันนี้มันอายุ 30 ปี! ในสายตาของภาคินหล่อนก็ยังคงเป็นแม่ใหญ่ใจร้ายที่ทำลายแม่แท้ๆอยู่ดี...
ภาคินไม่เคยมองหล่อนดีเลย...ไม่เคยมองหล่อนเป็นแม่ ไม่เคยมองเห็นความหวังดีของหล่อน แต่หล่อนก็ต้องยอมรับ เมื่อก่อนหล่อนร้ายและทำลายชีวิตของคุณอรุณีเมียน้อยสามีจนป่นปี้ไม่ให้เหลือความสุขใดๆจริงๆ...ซึ่งคราวแรกภาคินก็เป็นหนึ่งในหมากที่หล่อนดึงขึ้นมาเพื่อให้นางเมียน้อยรู้สึกเจ็บปวดหัวใจที่โดนพรากลูกออกไปจากอก
ยอมรับว่าคิดแบบนั้นจริงๆ...แต่พอดีเลี้ยงดู กลับผูกพัน รักเหมือนลูกในไส้ แต่พอมันรู้ความจริงก็กลับสร้างกำแพงขึ้นมากีดกันต่อต้านสารพัด ผลักไสเขาออกจนแทบจะกระเด็นไกลวงโคจรไปเสียแล้ว
"ภาคิน..." คุณดำเกิงชำเลืองมองบุตรชายด้วยสายตาดุๆ
"ก็จริงอย่างที่ว่า..แต่...ทั้งน่ารัก สวย กิริยามารยาทงดงามดั่งผู้ที่ได้รับการอบรมสั่งสอนกวดขันมาอย่างดีโดยคุณหญิงชไมพร ซ้ำฐานะทางสังคมชาติสกุลก็เทียบเท่ากับวงศ์ตระกูลของเรา แกไม่คิดจะสนใจจริงๆเหรอ? หรือว่าผู้หญิงคนนี้สู้นังเด็กนั่นไม่ได้" ประโยคสุดท้ายทำให้ภาคินถึงกับหันขวับไปจ้องหน้าแม่เลี้ยงของตนอย่างทันควัน ซ้ำผู้เป็นบิดาที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ก็ถึงกับพลอยงงงวยด้วย
"แม่ใหญ่..."
"เด็กคนนั้นคือใคร?" คุณดำเกิงถามตาเขียวปั๊ด! พยายามคาดคั้นหาคำตอบจากบุตรชายและภรรยาแต่ทว่าทั้งสองคนเงียบสนิทไม่มีปริปากแม้แต่เอะเดียว
"ถามลูกชายคุณดูสิคะ" จากเดิมทีที่คุณหญิงจารวีมองหน้าผู้เป็นสามีอยู่ก็ย้อนกลับมาชำเลืองตาแลภาคิน "ว่า...เด็กคนนั้นคือใคร คนใกล้ตัวที่แสนจะใกล้ ใกล้ ใกล้ ใกล้เหลือเกิน"
คุณหญิงจารวีรู้ คุณหญิงจารวีเห็น เพียงแค่หล่อนไม่พูดเพราะเจ้าลูกชายและแม่นั่นยังไม่เคยแข็งข้อหรือเสนอหน้าขึ้นมามีบทบาท...ก็แค่ของเล่นชั่วครั้งชั่วคราวเอาไว้ปรนเปรอบำบัดความใคร่หาได้มีสิทธิ์ขึ้นมาเทียบเท่าเสมอภาคไม่
แต่หากวันใดภาคินคิดจะแข็งข้อ ขัดคำสั่ง และผู้หญิงคนนั้นพยายามยืดหน้ามักใหญ่ใฝ่สูงอยากจะใช้เรือนร่างเต้าไต่ขึ้นมาเป็นลูกสะใภ้คนรองของวงศ์ตระกูลเดชาสกุลอีกคน วันนั้นเราค่อยเห็นดีกัน! เพราะหล่อนจะไม่มีวันยอมให้ภาคินใช้นิสัยต่ำๆเหมือนพ่อแล้วคว้าผู้หญิงไม่มีหัวนอนปลายเท้าจนชื่อเสียงป่นปี้ซ้ำรอยเดิมอีกแน่ๆ
"ใคร? เด็กคนนั้นคือใคร แกบอกฉันมาเดี๋ยวนี้เลยนะไอ้ภาคิน"
"คนใกล้ตัว...ใกล้เสียจนคุณพ่อนึกไม่ถึงเลยล่ะครับ" ภาคินอยากจะรู้นักว่าหากคุณดำเกิงรู้ความจริงถึงเรื่องผู้หญิงที่เขาเลี้ยงไว้ว่าแท้จริงแล้ว คือ 'แม่หนูมินตรา' กิ๊กเก่าพ่อที่เคยยืนนิ่งปล่อยให้สูบเลือดสูบเนื้อและยกเงินเป็นเข่งๆเพื่อปรนเปรอบำเรอ คุณดำเกิงจะมีสีหน้าอย่างไร
เสียเงินหลายแสน...แม้แต่แขนก็ไม่ได้จับ เพราะภาคินคือคนแรกของมินตรา และเธอเป็นของเขาคนเดียวเท่านั้น แม้แต่กับพ่อก็ไม่มีสิทธิ์!
