#####บทที่ 7
"ไม่มีทาง!!" ภาคินตอบเสียงแข็งกร้าว เพราะข้อต่อรองในการรับตำแหน่งรองประธานคณะกรรมการบริหารบริษัทเดชาบวรสกุลกรุ๊ปนั่นก็คือ คุณดำเกิงจะต้องเลิกยุ่งวุ่นวายกับคุณอรุณีซึ่งเป็นภรรยาน้อยอย่างเด็ดขาด! ซึ่งคุณดำเกิงก็ทำตามสัจจะมาได้ดีโดยตลอด นับแต่นั้นชีวิตของมารดาเขาก็ค่อนข้างสงบสุขไม่มีมารผจญเหมือน 10 กว่าปีที่ผ่านมา...
(งั้นแกก็ไปรับหนูพิรญาณ์เดี๋ยวนี้! แล้วขอโทษหนูพิรญาณ์ด้วย จะบอกว่ารถเสียหรือว่ากำลังเคลียร์งานอยู่อะไรก็ช่าง ทำยังไงก็ได้ให้หนูพิรญาณ์สบายใจที่สุด นี่คือคำสั่ง อีก 20 นาทีแกต้องมาถึงที่บ้าน)
"ครับ เดี๋ยวผมจะเข้าไปรับน้องพิณ"
ตู้ดๆ สายถูกตัดไปแล้ว
ในที่สุด...จากเดิมทีที่ภาคินคิดจะหนีปัญหาแล้วมาหมกอยู่ในบ้านจัดสรรหลังนี้ที่เคยใช้มันหลบๆซ่อนๆผู้หญิงอย่างมินตรา ก็ไม่พ้นเพราะพ่อเขาดันใช้แม่เข้ามาต่อรองเหมือนทุกๆครั้งไม่มีผิด!
ทางฝ่ายของมินตราแอบหลบยืนฟังอยู่บนบันไดบ้าน...มาทันเวลาพอดีตอนที่ได้ยินประโยคสุดท้ายนั่นก็คือผมจะเข้าไปรับน้องพิณ แสดงว่าข่าวลือที่คุณดำเกิงกำลังจะจับคู่คลุมถุงชนให้คุณภาคินกับคุณพิรญาณ์เป็นความจริงน่ะสิ
หากเป็นเช่นนั้นแล้วเธอล่ะ? เธอจะต้องอยู่ส่วนไหนในชีวิตเขา เป็นเมียเก็บลับๆ ตุ๊กตาหน้ารถที่เอาไว้เชยชมเพื่อบำบัดอารมณ์ทางกาม อยู่ในที่เล็กๆแคบๆไม่มีตัวตนสำหรับเขางั้นเหรอ?
"คุณภาคินจะไปไหนเหรอคะ" มินตราทำน้ำเสียงสั่นๆแม้นจะรู้คำตอบที่แท้จริงของมันดีอยู่แล้ว
"ผมจะกลับบ้าน" เขาโกหกได้อย่างหน้าด้านๆ! ทั้งๆที่เขากำลังจะไปรับผู้หญิงคนนั้น
"ไม่ใช่ว่าไปรับคุณพิรญาณ์เหรอคะ?" ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันเบาๆ "มินได้ยินพนักงานที่บริษัทคุยกันว่าคุณดำเกิงกำลังจะจับคู่หมั้นหมายคุณภาคินกับคุณพิรญาณ์ สรุปแล้วมันคือเรื่องจริงใช่ไหมคะ"
"นี่มินแอบฟังผมคุยโทรศัพท์เหรอ!" ภาคินบีบแขนเรียวบางแน่นหมายให้มันแหลกละเอียด "ผมบอกแล้วไงว่าไม่ชอบให้ใครมายุ่งวุ่นวายกับเรื่องส่วนตัว! ส่วนไอ้ที่ว่าผมกำลังจะหมั้นกับน้องพิณหรือไม่ใช่ มันก็เรื่องของผม คุณไม่เกี่ยว เข้าใจไหม?"
น้ำเสียงเขาดูหยาบกระด้าง...คล้ายกับคนไม่เคยมีเยื่อใยให้กันมาก่อน มินตราอยู่กับเขามาตั้ง 1 ปี เวลา 365 วัน มันไม่มีค่าพอที่จะทำให้เขารักเธอได้เลยงั้นเหรอ? แล้วเขาจะดึงเธอเข้ามาตั้งแต่แรกทำไม! ในเมื่อไม่เคยคิดจะรักกัน!!!
มินตรายอมทนอยู่เงียบๆไม่ไหวตัวไม่เคยแสดงตัวตนหรือทำให้ภาคินต้องลำบากใจมาตลอดระยะเวลา 1 ปี เธอเป็นคู่นอน เป็นนางบำเรอ เป็นทาสรับใช้ที่ดีให้เขายังไม่มีขาดตกบกพร่อง เขานี่สิไม่เคยถนอมแม้กระทั่งน้ำใจเธอ...
"เข้าใจค่ะ..."
"เข้าใจก็ดีเพราะผมไม่ชอบคนที่พูดไม่รู้ความ แล้วอยากทำตัวล่วงเกินความเป็นส่วนตัวของผมแบบนี้อีก! เพราะตอนนี้คุณอยู่ในสถานะอะไร คุณก็น่าจะรู้ดี" ภาคินทิ้งท้ายด้วยประโยคถากถางทำร้ายจิตใจก่อนจะคว้ากุญแจรถสปอร์ตแล้วขับออกไปจากบ้านจัดสรรหลังนี้ทันที
สถานะเมียเก็บ ใช่...ตอนนี้เธออยู่ในสถานะเมียเก็บ
"ฮื่อ..." มินตราปล่อยโฮออกมาอีกครั้ง เธอรู้สึกว่าเธอช่างอ่อนแอและบอบบางเสียเหลือเกิน...แต่อีกความคิดวูบหนึ่งเธอก็เข้มแข็งใช่ย่อยที่ทนอยู่ในสถานะแบบนี้มาได้ตั้ง 1 ปีกว่า เพราะอะไรน่ะเหรอ...รักน่ะสิรักคำเดียวเท่านั้น
รักที่ไม่ได้คาดหวัง...รักที่ขอเพียงแค่ได้อยู่ดูแลและได้อยู่ใกล้ๆภาคินก็เท่านั้น
วันนี้คำพูดร้ายๆของเขามันได้แปรเปลี่ยนเป็นเข็มพันเล่มจิ้มปักเข้ามาบนก้อนเนื้อบริเวณหน้าอกข้างซ้ายจนกลายเป็นแผลเหวอะหวะที่ได้เชือดเฉือนและบีบขยำความรู้สึกของเธอจนป่นปี้แหลกละเอียดไม่เหลือชิ้นดี
เธอต้องเข้มแข็งกว่านี้!
...
@บ้านของพิรญาณ์
"อ้าว!! คุณภาคินมาพอดีเลยลูก" คุณหญิงชไมพรภรรยาของคุณเกริกพลเพื่อนสนิทคุณดำเกิงรีบดันตัวลูกสาวเพียงคนเดียวให้ลุกขึ้นเพื่อรอต้อนรับว่าที่ลูกเขยที่จะเข้ามาเกี่ยวดองเป็นทองแผ่นเดียวกัน
"สวัสดีครับคุณน้า" ภาคินยกมือไหว้ผู้อาวุโสตรงหน้าด้วยความเคารพ อย่างไรเสียหล่อนก็เป็นคนสนิทของคุณดำเกิงพ่อเขานั่นเอง...
"ไหว้พระเถอะลูก น้องรออยู่พอดีเลย"
"สวัสดีค่ะพี่ภาคิน" ภาคินไล่ตามองเสียงหวานของพิรญาณ์ตั้งแต่หัวจรดเท้า ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าหน้าตาของเจ้าหล่อนสะสวยรวมทั้งเรือนร่างทรวดทรงองค์เอวเอสเข้ากั๊นเข้ากัน...ยิ่งใส่เป็นเดรสสายเดี่ยวไขว้หลังระบายลูกไม้สีสะพรั่งตัดกับผิวขาวนวลละอออย่างน่าหลงใหลจับใจชาย
ดูนั่น...ไม่ว่าจะเป็นตุ้มหู เครื่องประดับ สร้อยคอ กำไรสร้อยข้อมือ รองเท้า เดรสกระโปรง หรือแม้กระทั่งกระเป๋าถือล้วนเป็นของแบรนด์เนมราคาสูงทั้งนั้น...
"สวัสดีครับ ผมต้องขอโทษคุณน้าด้วยนะครับที่มารับน้องพิณช้า บังเอิญว่ารถผมเสียก็เลบต้องเอาไปซ่อมที่อู่ ผมต้องขอโทษอีกครั้งนะครับ" ภาคินทำตามคำสั่งของบิดาอย่างไม่มีขัดข้อง
"ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ" ขอแค่ภาคินมีท่าทีสนใจบุตรสาวของตัวเองอยู่เพียงเล็กน้อยก็ถือว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีในการเกี่ยวดองระหว่างสองครอบครัวแล้ว
ประเดี๋ยวเดียวหากทั้งสองคนออกไป หล่อนคงจะรีบวิ่งแจ้นโทรหาคุณดำเกิงเพื่อรายงานสถานการณ์ความคืบหน้าแหงๆเลย
"เชิญครับ" หลังจากนั้นรถสปอร์ตก็ถูกขับเเล่นออกมามุ่งหน้าสู่บ้านเดชาบวรสกุล แน่นอนว่าในระหว่างทางค่อนข้างอึดอัดเพราะบรรยากาศอึมครึมที่เอ่อล้นอยู่รอบกาย...ภาคินแทบไม่เปล่งประโยคใดๆพูดคุยกับพิรญาณ์เลยแม้แต่น้อยจนเธอจำใจต้องเกริ่นเริ่มเสียเอง
"เราสองคนไม่ได้เจอกันนานเลยนะคะพี่ภาคิน" พิรญาณ์พบเจอภาคินตั้งแต่สมัยเด็กๆ ก่อนที่เธอจะไปร่ำเรียนเมืองนอกเมืองนาเพื่อคว้าปริญญาโทมาฝากคุณพ่อ ซึ่งปัจจุบันนี้หล่อนอายุ 27 ปีบริบูรณ์
"ครับ น้องพิณสวยขึ้นเยอะเลย" ภาคินชักไม่แน่ใจเหมือนกัน หากครอบครัวของพิรญาณ์รู้ความจริงถึงความสัมพันธ์อันซับซ้อนซ่อนเงื่อนบางอย่างในวงตระกูลของเขาว่าแท้จริงแล้วภาคินเป็นเพียงแค่ลูกเมียน้อย ไม่ใช่บุตรชายคนรองของคุณหญิงจารวีดังคำร่ำลือและเป็นที่เข้าใจในแวดวงสังคม พวกเขายังอยากจะได้เขาไปเป็นลูกเขยเกี่ยวดองเป็นทองแผ่นเดียวกันอยู่อีกหรือไม่?
เขาถูกปั้นถูกชูช่วง กลายเป็นหุ่นเชิดในนามบุตรชายของคุณหญิงจารวีและคุณดำเกิงประธานคณะกรรมการบริหารบริษัทเดชาบวรสกุลกรุ๊ป...อยู่ภายใต้หน้ากากที่ปั้นหน้าต่อหน้าสื่อว่าต้องทำตัวเป็นรักใคร่สนิทสนมกลมเกลียวคล้ายกับแม่ลูกกันจริงๆเพื่อไม่ให้ใครอื่นเขาสงสัยแล้วย้อนกลับมาเยาะเย้ยคุณหญิงจารวีว่าโง่งมจนกระทั่งผัวไปมีเมียน้อย
"แหม พี่ภาคินก็ปากหวานจริงๆนะคะ" พิรญาณ์เขินจนแทบจะม้วนตัวเป็นเลขแปดอยู่แล้ว "เอ่อ...พี่ภาคินคะ วันศุกร์ช่วงประมาณสามทุ่มพี่ภาคินว่างหรือเปล่าคะ"
วันศุกร์ก็อีกสามวันข้างหน้าที่จะถึง...
"ทำไมเหรอครับ?"
"ถ้าพี่ภาคินว่าง พิณว่าจะชวนพี่ภาคินไปงานเลี้ยงค็อกเทลของนักการทูตและก็พวกนักธุรกิจ รวมถึงไฮโซ เซเลบดังในแวดวงสังคมหน่อยน่ะค่ะ" พิรญาณ์เหลือบมองหน้าของชายหนุ่มที่เธอหมายปองเป็นระยะระยะ "คือคอนเซ็ปต์ของงานกำหนดไว้ว่าต้องไปเป็นคู่ชายหญิง เพื่อนส่วนใหญ่ของพิณก็เป็นพวกฝรั่งมังค่าอยู่ต่างประเทศทั้งนั้น พิณก็เลยไม่รู้จะชวนใครดี แต่หากไม่เป็นการรบกวนและพี่ภาคินไม่รังเกียจพิณ ช่วยไปเป็นเพื่อนพิณหน่อยนะคะ"
