บท
ตั้งค่า

#####บทที่ 5

"..." มินตราทำได้เพียงหัวเราะเสียงเจื่อนๆ จะให้กล้าบอกเพื่อนสนิทอย่างไรล่ะว่าตอนนี้เธอไม่ครองโสด...คานที่เคยรอรับจนใยแมงมุมทำรังออกใช้งานเป็นที่เรียบร้อยแล้วเพียงแค่ไม่มีสถานะคู่นอนของเจ้านาย...

"ไม่ต้องมาทำเป็นหัวเราะกลบเกลื่อนเลยนะยายมินตรา! ถ้าเกิดแกมัวชักช้าลีลาอยู่แบบนี้เนี่ยมีหวังได้ขึ้นคานทองจริงๆด้วย แก๊งเราก็มีแฟน มีผัวไปหมดแล้ว" พิมพ์พลอยเอ็ดเพื่อนเบาๆ

"มาแล้วครับ สุดหล่อประจำกลุ่มมาแล้วครับโผมม" พลกฤษณ์ลากเสียงยาวพร้อมกับเดินเข้ามาในร้านอาหารเจ้าประจำ ก่อนจะยกฝ่ามือขึ้นเสยผมแบบลวกๆเพื่อโอ้อวดความโก้จากการย้อมสีสไตล์ฝรั่งนั่นก็คือฟ้าบลูฮาวาย

"เชี้ย! มึงเอายาม่วงไปโกรกผมมาเหรอวะ" ฟ้าใสส่ายศีรษะไปมาให้กับความโก๊ะของเพื่อนสนิท ไม่แปลกเลยที่เมื่อก่อนจะไม่มีเพื่อนผู้ชายคบเพราะไอ้ความเว่อร์วังปัญญาอ่อนแบบนี้นี่แหละคือสาเหตุหลัก

"นี่มันสีฟ้าบลูฮาวายครับคุณพิมพ์พลอย ยาม่วงบ้านพ่อง ตาสวะใช้ได้ฮะ" พลกฤษณ์กระแทกเสียงอย่างประชดประชัน "ใครมันจะเหมือนคนพิมพ์พลอยล่ะครับ คงย้อมผมสีเอิกเกริกแบบนี้ไม่ได้หรอกเพราะต้องรักษาหน้าตาของพ่อผัวแม่ผัว"

"ไอ้พลกฤษณ์! เดี๋ยวแม่ตีปากแตก" และนี่คืออีกสิ่ง...พิมพ์พลอยกับพลกฤษณ์เป็นคู่กัดกันมาตั้งแต่สมัยเรียนยันโตอายุปูนนี้ก็ยังไม่เลิกแว้งประชดประชันเหน็บแนมกันเสียที จนเธอกับฟ้าใสเคยคิดว่าหากวันนึงมันทั้งสองคนตกแต่งออกเรือนไปด้วยกันมีหวังลูกดกหัวปีท้ายปีแน่ๆ...แต่ความฝันก็พังทลายเพราะตอนนี้พิมพ์พลอยของเราได้เป็นสะใภ้เศรษฐีพันล้านไปเสียแล้ว

"พอๆ เลิกทะเลาะกัน นี่! กินติ่มซำกันเถอะ เจ้าโปรดของพวกเราเลยนะ" ฟ้าใสเห็นถึงกับรีบห้ามปรามไม่เช่นนั้นทั้งสองคนคงได้ต่อปากต่อคำยาวเหยียดจนกระทั่งอาหารเย็นจืดชืดกันพอดี

"เป็นไงบ้างมินตรา สบายดีไหม" สุ้มเสียงที่พูดคุยกับมินตราต่างออกไปจากพิมพ์พลอยเมื่อครู่ พลกฤษณ์หย่อนสะโพกลงนั่งข้างๆเพื่อนสาวแล้วถามไถ่สารทุกข์สุขดิบตามประสาคนสนิทกัน

"ก็สบายดี ว่าแต่พลกฤษณ์เถอะสบายดีนะช่วงนี้" พลกฤษณ์เป็นถึงหัวหน้าวิศวกรชื่อดังที่ต้องจองคิวยาวตั้งแต่ต้นปียันปลายปี...นับได้ว่างานล้นมือเลยเทียว

"สบายมาก มินสวยขึ้นนะเนี่ย รู้สึกว่าดูแลตัวเองดีเป็นพิเศษเหมือนคนกำลังมีความรักเลย" พลกฤษณ์แซว ตั้งแต่รู้จักกันมามินตราไม่ค่อยแต่งตัวเว้าหน้าเว้าหลังคอดเข้ารูปขนาดนี้ก่อน...อย่างมากออกมารับประทานอาหารตอนเย็นหรือยามเช้าตรู่ก็ใช้เป็นเสื้อโอเวอร์ไซส์ตัวโคร่งและกางเกงเจเจขาสั้นซะส่วนใหญ่

"เปล่าหรอก" ถึงแม้แค่ออกมารับประทานอาหารเจ้าประจำหลังมหาวิทยาลัยใกล้ๆ...แต่เจ้านายของเธออย่างภาคินก็กำชับนัก กำชับหนาว่าจำเป็นต้องดูดีอยู่ตลอดเวลา เพราะหากเจอกับผู้ค้าธุรกิจที่ร่วมด้วยจะได้ไม่ต้องก่อเรื่องขายหน้าไปจนถึงเขา...'เลขารองประธานบริษัทเดชาประวัติสกุลกรุ๊ป แต่งตัวมอซอเหมือนยายเพิ้งน่ะ'

"อะๆๆ อย่าพูดจาพร่ำเพรื่อ รีบๆกินกันเถอะ ฉันหิวจนไส้จะกิวแล้วเนี่ย" ฟ้าใสเร่งรัดจนเพื่อนๆทุกคนจำต้องกรอกตามองบน แล้วเริ่มลงมือรับประทานติ่มซำชิ้นเล็กชิ้นน้อยมากหน้าหลายชนิดที่วางเรียงรายอยู่บนโต๊ะ

นี่คงจะเป็นการพบปะสังสรรค์รวมตัวครบแก๊งครั้งแรกในรอบหนึ่งปีที่ผ่านมาเลยก็ว่าได้ เพราะทั้ง 4 คนไม่ค่อยมีเวลาตรงกันสักเท่าไหร่นัก ต้องบากบั่นทำงานทำการมุ่งมั่นกับหน้าที่ของตนเอง...

ติ้ง! จู่ๆข้อความจาก application LINE ในมือถือของมินตราก็ดังขึ้นอย่างต่อเนื่องคล้ายกับจุดประทัดสามารถเรียกความสนใจจากเพื่อนสนิททั้งสามคนหันมามองเป็นตาเดียวกัน

"อ่านข้อความก่อนไหม?" พิมพ์พลอยเป็นฝ่ายเบิกฤกษ์ถาม

"อื้อ"

"คุณภาคินเหรอ" คำถามของฟ้าใสทำเอาใจเธอกระตุกวูบ "คุณภาคินนี่ก็อะไรดี วันนี้เป็นวันอาทิตย์ซึ่งคือวันหยุดแท้ๆยังส่งข้อความมาสั่งงานเลขายิกๆ คิดจะไม่ให้พัก ไม่ให้ผ่อนกันเลยหรือไง แหมะ! ใช้งานจนคุ้มเงินเดือนจริงๆ"

มินตราถอนหายใจด้วยความโล่งอกที่เพื่อนสนิทของเธอคิดเห็นเป็นเช่นนั้น "ใช่ๆ ขอออกไปคุยงานแป๊บนึงนะพวกแกกินต่อได้เลย"

มินตราลุกขึ้นเดินออกมาจากร้านเจ้าประจำ เพื่อพิมพ์แชทส่งข้อความคุยกับภาคินที่เด้งเข้ามาเร็วระรัวจนโทรศัพท์เก่าซอมซ่อของเธอค้างเลื่อนแถบไม่ไป

phakin.nd

'อยู่ไหน'

'ทำไมยังไม่กลับบ้าน'

'มินตรา! กลับมาเดี๋ยวนี้เลยนะผมหิวข้าวจะแย่อยู่แล้ว'

'กล้าดียังไง ไปไหนมาไหนโดยไม่บอกกล่าวผมสักคำ'

'อย่าให้ผมรู้นะมิน ว่าคุณไปนัดเจอกับผู้ชายคนอื่น ไม่เช่นนั้นผมไม่เก็บคุณเอาไว้แน่'

ในสายตาของเขาเห็นเธอเป็นผู้หญิงประเภทไหนกันนะ...ถึงได้ด้อยค่าเหยียบย่ำเกียรติและศักดิ์ศรีคิดว่าเธอจะนอกกายนอกใจแล้วแอบไปเล่นสวาทกับผู้ชายคนอื่นควบคู่

แค่มีเขาคนเดียวเธอก็จะตายห่าอยู่แล้ว! หากเพิ่มมาอีกสองสามคน ใต้ขอบตาคงดำคล้ำ สภาพซูบเซียวจนต้องทรุดโทรมเข้าโรงพยาบาลแน่ๆ

และแล้วเมื่อเธออ่าน ไม่ทันได้ตอบข้อความ...สายโทรศัพท์เรียกเข้าจากเบอร์ที่ถูกเมมโมรี่ว่า คุณคีริน ก็ได้เด้งปรากฏโฉเด่นหราอยู่บนหน้าจอตัวโตๆ

(ทำไมอ่านแล้วไม่ตอบ? อยู่ที่ไหน กลับมาบ้านเดี๋ยวนี้ ผมหิวข้าวจะแย่อยู่แล้ว ในตู้เย็นก็มีแต่ของสดจะให้ผมทำกินเองหรือไง) พอเธอรับสายปุ๊บก็สาดคำถามใส่เข้ามาอย่างไม่ยั้ง จนสมองของมินตราแทบประมวลผลไม่ทันว่าควรเรียงจากคำตอบไหนไปคำตอบไหนก่อนดี

"มินเพิ่งเห็นข้อความเมื่อกี้กำลังจะพิมพ์ตอบพอดีแต่คุณคิรินก็โทรมาเสียก่อน ตอนนี้มินอยู่ที่ร้านติ่มซำหลังมหาวิทยาลัยค่ะ ออกมาพบปะเม้าท์มอยเล่าเรื่องสารทุกข์สุขดิบกับเพื่อนฝูงนิดหน่อย น่าจะกลับไม่เกินสองทุ่ม ที่สำคัญถ้าเกิดหิวในตู้เย็นมีข้าวที่มินซื้อมาจากเซเว่น คุณคีรินเอาอุ่นในไมโครเวฟทานก่อนได้เลยนะคะ" มินตราตอบอย่างใจเย็นที่สุด

(นี่มินกล้าให้ผมอุ่นอาหารในไมโครเวฟกินเองงั้นเหรอ? กลับมาเดี๋ยวนี้มินตรา ไม่เช่นนั้นอย่าหาว่าผมไม่เตือน) ภาคินสั่งเสียงเข้ม ถ้าเกิดตอนนี้เปิดวีดีโอคอลอยู่คงได้เห็นสีหน้าและใบหูของเขาแดงเถือกพร้อมกับลูกกะตาที่แทบจะถลนออกมานอกเบ้ากระมัง

"แต่...วันนี้มินขออยู่กับเพื่อนได้ไหมคะ มินกับเพื่อนแทบไม่ได้รวมกลุ่มครบคนแบบนี้มานานแล้ว..." มินตราร้องขอด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา รู้ทั้งรู้ว่าความหวังของมันคือศูนย์แต่เธอก็ยังอยากลองดูสักตั้งเผื่อเขาคิดเห็นใจ

(กลับมาเดี๋ยวนี้) ภาคินเริ่มกดเสียงต่ำแสดงออกมาทำให้มินตราได้รู้ซึ้งถึงความรู้สึกที่กำลังคุกรุ่นอยู่ภายในอกจนแทบปะทุ ไม่อยากจะนึกสภาพของตัวเองเลยว่าทันใดที่ย่างก้าวเข้าไปใน ห้องเชือด หลังนั้นเธอจะต้องประสบพบเจอกับอะไรบ้าง

ปกติกว่าเขาจะกลับมาถึงบ้านจัดสรรที่ซื้อเอาไว้ให้เธออยู่...ก็ประมาณสามทุ่ม...เธอจึงเผื่อเวลาและได้ออกมาพบปะสังสรรค์กับเพื่อนสนิทโดยกำหนดเวลาก่อนหน้านั้นสองชั่วโมง แต่ไม่รู้ว่าวันนี้โชคชะตาหรืออะไรเล่นตลกถึงได้ทำกับเธอแบบนี้

"ค่ะ มินจะกลับไปเดี๋ยวนี้" มินตราไม่มีทางเลือก เธอจะกล้าฮึกเหิมทำให้เขาไม่พึงพอใจได้อย่างไรล่ะ ยิ่งตอนที่เขาโมโห อารมณ์ร้าย ไม่เคยฟังใครทั้งสิ้น ทั้งทำลายข้าวของ...แล้วค่อยมาพูดจาอ่อนออเซาะเธอทีหลังเมื่ออารมณ์เย็นลง

"ผมให้เวลา 10 นาที ถ้ามินยังไม่ถึงเราได้เจอดีกันแน่" ว่าจบคีรินกดตัดสาย

มินตรากำโทรศัพท์แน่นก้าวขาหนักเข้าไปในร้านอาหารเจ้าประจำ หยุดการเคลื่อนไหวด้านหน้าโต๊ะของกลุ่มเพื่อนฝูงแล้วขบเม้มริมฝีปากเข้าหากันเบาๆเพราะไม่รู้ว่าจะสรรหาคำใดมาพูดเพื่อให้ตัวเองดูน่าเกลียดน้อยลง

"เอ่อ...คะ...คือ"

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel