บท
ตั้งค่า

#####บทที่ 4

"แต่ผมยังไม่อยากมีพันธะเข้ามาเกี่ยวข้องให้ต้องวุ่นวายปวดสมองเล่นตอนนี้นะครับ ผมยังรักอิสระ อยากใช้ชีวิตเที่ยวเตร็ดเตร่และทุ่มเทกับการทำงานให้เต็มที่ก่อน"

คุณอรุณีรู้นิสัยใจคอของภาคินลูกชายตัวเองเป็นอย่างดี...เจ้าอารมณ์ ไม่เคยยอมใคร ชอบหงุดหงิด ไม่ไว้หน้าใครทั้งสิ้นแม้กระทั่งคนผู้นั้นจะสำคัญสักเพียงใดแต่หากทำให้เขาไม่พึงพอใจแล้วล่ะก็ย่อมต้องมอดไหม้กันไปข้างหนึ่ง

แต่คงมีคนเดียวที่เจ้าภาคินยินยอมอย่างจำใจกัดฟันฝืน...นั่นก็คือคุณดำเกิงผู้เป็นบิดา เนื่องจากทุกๆครั้งเขาจะใช้อรุณีเมียน้อย แม่เชื้อแม่พันธุ์เข้าต่อรองเพื่อหักแข้งหักขาไม่ให้ภาคินเหิมเกริมหรือกลายเป็นนกปีกกล้าขาแข็งคิดขัดคำสั่ง

"แล้วจะทำยังไง จะยอมพ่อเขาเหมือนทุกๆครั้งที่ผ่านมาหรือเปล่า?"

"ก็คงจะต้องปล่อยเลยตามเลยไปก่อน ไม่เช่นนั้นพ่อก็คงจะต้องใช้แม่มาขู่เหมือนทุกๆครั้ง" ภาคินประคองฝ่ามือนุ่มของมารดาขึ้นมาเสมอแผงอกแกร่ง "แม่รอผมอีกสักหน่อยนะครับ ผมสัญญาว่าผมจะทำให้แม่สุขสบายด้วยสองมือสองขาของผมเอง ผมจะไม่ยอมให้คนพวกนั้นมากดขี่ข่มเหงแม่ได้อีก"

ที่เขาต้องพยายามพัฒนาศักยภาพของตนเอง ถีบตนเองขึ้นไปให้เสมอและอยู่เหนือกว่าภาคีลูกชายคนโปรด...นั่นก็เพราะคุณอรุณี เขาอยากจะทวงคืนทุกสิ่งทุกอย่างที่แม่ควรจะได้ตั้งแต่แรกในฐานะภรรยาอีกคนหนึ่ง!

แม่ของเขาไม่ผิด เพราะแม่ของเขาไม่เคยรู้มาก่อนว่าคุณดำเกิงแต่งงานมีภรรยาและมีลูกแล้ว...คุณดำเกิงดึงคุณอรุณีเข้ามาอยู่ในความสัมพันธ์วงเวียนวงไฟเนื่องจากอารมณ์ชั่ววูบเมื่อครั้งไปถ่ายทำโฆษณาแถวเกาะภาคใต้ ใช้ความหวานคารมดีเข้าสู่หว่านล้อมจนหล่อนเผลอไผลตัวหลวมเข้าไป จนกระทั่งตั้งท้อง

แต่พอรู้ความจริงคุณอรุณีก็พยายามตีตัวออกห่าง ขอโทษขอโพยคุณหญิงจารวีที่เป็นต้นเหตุทำให้ครอบครัวต้องร้าวฉานกันยกใหญ่เนื่องด้วยตนเข้าไปแทรกกลางระหว่างความสัมพันธ์ แต่ก็เป็น...คุณดำเกิงเองที่ไม่ยอมปล่อย เขาเก็บคุณอรุณีไว้เป็นตุ๊กตาหน้ารถ เป็นนางบำเรอชั่วครั้งชั่วคราว...ไปบ้านโน้นทีบ้านนี้ทีสลับกันวันคี่วันคู่...

"ขอบคุณมากเลยนะลูกที่ทำเพื่อแม่ แต่ไม่ต้องพยายามทำงานตัวเป็นเกลียวมานะบากบั่นขนาดนั้นก็ได้ แม่เป็นห่วง แล้วไอ้ส่วนทิฐิที่มันเป็นกำแพงอัดแน่นอยู่ในใจเพลาๆทุเลาลงหน่อย เพราะเดี๋ยวมันจะย้อนกลับไปกัดกินลูกเอง" คุณอรุณีไม่อยากเห็นบุตรชายของตนเองเป็นบ้าคลั่ง!

"ผมจะไม่ปล่อยให้มันย้อนกลับมาทำร้ายตัวเองหรอกครับแม่ คนพวกนั้นต่างหากต้องได้รับผลกรรม" น้ำเสียงแข็งกร้าวแลดูจริงจังของภาคินทำเอาผู้เป็นมารดาอกสั่นหวาดผวาไม่ไหว

"พ่อ คุณหญิงจารวี คุณภาคีพวกเธอไม่ได้ทำอะไรผิดเลยนะลูก คนที่ผิดก็คือแม่เอง..." คุณอรุณียืดอกยอมรับความจริงในสิ่งที่ตัวเองก่อเอาไว้ หากวันนั้นหล่อนไม่ง่ายยินยอมผู้ชายคนนั้นและเชื่อเขาอย่างหมดจดแล้วย้อนกลับมาเอะใจดูสักนิดว่าคนเพียบพร้อมทั้งหน้าที่การงาน ฐานะ ชาติสกุลเลิศหรูจะมาจริงจังกับผู้หญิงบ้านนอกคอกนาลูกสาวคนหากุ้ง หอย ปู ปลา เป็นชาวประมงแล่นเรืออยู่ในท้องทะเลได้อย่างไร "เป็นแม่เอง แม่ผิดเอง แม่เป็นเมียน้อยเขา แม่ทำให้คุณจารวีต้องเจ็บช้ำน้ำใจ"

"แต่คนที่ลากแม่เข้าไปในวงเวียนนั้นก็คือพ่อ! พ่อไม่ยอมปล่อยให้แม่ไปใช้ชีวิตอิสระ พ่อเหนี่ยวรั้งแล้วกักขังแม่เอาไว้ในบ้านหลังเล็กๆอันแสนมอสอ เป็นผู้หญิงในความลับ เป็นตุ๊กตาเริงระบำ...และไปเสวยสุขกับเมียแต่ง พ่อไม่เคยปกป้องแม่ พ่อปล่อยให้แม่ใหญ่มาทำร้ายพูดจาข่มเหงแม่สารพัดโดยที่เขายืนมองเฉยๆไม่ตอบโต้หรือคัดค้านแม้สักคำเดียว" ภาคินผ่านชีวิตช่วงนั้นมาหมดทุกสรรพสิ่งแล้ว...ตั้งแต่รู้ความจริงเขาเฝ้ามองมารดานั่งร้องห่มร้องไห้เสียใจไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งในรอบเดือน

เขาเห็นมารดาลงครัวทำอาหารตั้งแต่บ่ายสามในวันที่คนคนนั้นสัญญาดิบดีเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าจะมาหา ยังจำได้ดีทุกอย่างที่วางอยู่บนโต๊ะล้วนเป็นของโปรดของพ่อ แต่สุดท้ายแม่ก็ต้องนั่งรอเก้อ...เพราะเขาดันลืม ดันเสวยสุขอยู่กับเมียแต่ง

แม่ต้องทนทุกข์ก็เพื่อเขาคนนั้น...

เพราะอยากให้ภาคินเติบโตมาในสังคมที่มีคุณภาพเป็นผู้ลากมากดีอยู่ในชนชั้นที่คิดว่าเหมาะสมแล้ว...อยู่เพื่อให้เขาได้เรียนโรงเรียนดีๆ ให้เขาได้กินอาหารดีๆ ไม่ต้องไปทนลำบากตรากตรำหาเช้ากินค่ำ กินมื้ออดมื้อ ข้าวเคล้าปลาทอด ฟังคำดูถูกดูหมิ่นจากญาติพี่น้อง แต่ก็ต้องแลกกับศักดิ์ศรีของแม่...

"..." จริงอย่างที่ภาคินพูดทุกประการ "นี่...ลูกอยากกินขนมเค้กหน้าส้มหรือเปล่า เดี๋ยวแม่ว่าจะลงครัวทำซักชุดสองชุดแล้วเอาไปฝากขายที่ร้านหน้าปากซอยนี้ด้วย"

"อยากกินกับแม่ ขนมเค้กรสส้มฝีมือแม่อร่อยที่สุดเลย" และนี่เป็นอีกหนึ่งอย่างที่เขาตั้งใจว่าจะสานฝันให้แก่มารดา...นั่นก็คือเปิดร้านขายขนมเล็กๆให้คุณอรุณีได้ทำตามความปรารถนาของตนเองสักครั้ง เขาเชื่อว่ามันต้องขายดิบขายดีเทน้ำเทท่านั่งรับกำไรจนมือหงิกมืองอแน่ๆ

จำได้ว่าเมื่อก่อนแม่ของเขาเคยทำขายอยู่ครั้งหนึ่ง...แต่ก็ต้องเลิกราล้มเลิกความฝันไป เนื่องจากความหึงหวงส่วนตัวของคุณดำเกิงที่ไม่ชอบให้คุณอรุณีออกไปด้านนอกบ่อยครั้ง กะจะขังไม่ให้เห็นเดือนเห็นตะวันเลยกระมัง!

"ปากหวานจริงๆเลยนะ อะ นั่งรอตรงนี้ก่อน ดีนะเนี่ยที่ไม่ต้องรอนานเพราะแม่อบแป้งเค้กไว้เสร็จเรียบร้อยแล้วล่ะ เหลือแค่ปาดแย้งด้านบนก็สามารถทานได้เลย" คุณอรุณีหัวเราะยิ้มแย้มอย่างมีความสุขทุกครั้งที่ได้ใช้ช่วงเวลาในหนึ่งวันอยู่กับบุตรชาย

...

@ร้านอาหารเจ้าประจำหลังมหาวิทยาลัย

"นี่ถ้าฉันไม่โทรนัดก็คงจะไม่มีใครโผล่หัวมาสินะ" พิมพ์พลอยสาวสวยประจำกลุ่ม ที่ปัจจุบันนี้เป็นเจ้าของร้านขนมเล็กๆกำลังเปิดตัวอยู่ในห้างสรรพสินค้าชื่อดัง

"ก็ฉันทำงานนี่ ใครมันจะไปโชคดีเหมือนแกล่ะ ขายขนมอยู่ดีๆดันได้ลูกชายเจ้าของห้างมาเป็นผัวซะงั้น" ฟ้าใสเพื่อนสาวอีกคนหนึ่งซึ่งกำลังทำงานเป็นหัวหน้าฝ่ายการตลาดของบริษัทเดชาบวรสกุลกรุ๊ปแห่งเดียวกับมินตราเอ่ยขึ้น

"บุญวาสนากีกูสูง" แต่ก็ไม่สามารถโต้เถียงได้จริงๆ มีผัวเป็นถึงลูกชายเจ้าของห้างสรรพสินค้าชื่อดัง ซ้ำพ่อแม่สามียังรัก ยังหลงเปรียบเสมือนลูกสาวอีกคนหนึ่งอีกด้วย นับได้ว่าโชคดีซ้อนสอง

แต่เธอเนี่ยสิ...เป็นเพียงนางบำเรอลับๆ เอาแค่ความสุขทางกาย ทางใจแค่ได้อยู่ใกล้เขาก็พึงพอแล้ว

"แล้วไหนไอ้พลกฤษณ์ไม่มาเหรอ" พลกฤษณ์คือเพื่อนผู้ชายคนเดียวในกลุ่มที่สนิทสนมกับพวกเธอมากที่สุด

"เห็นบอกว่ากำลังรีบมา แต่ไฟแดงด้านหน้าบริษัทมันรถติดมากก็เลยถึงช้าหน่อย" พิมพ์พลอยตอบคำถามของฟ้าใส "เออ แล้วนี่แกไม่คิดจะมีแฟนเลยเหรอยายมินตรา ดูฉันซิแต่งงานมาเกือบปีแล้ว ส่วนยายฟ้าใสก็เพิ่งจะได้ฤกษ์หมั้นหมายปลายเดือน 6 เหลือแค่แกคนเดียวแล้วนะ ระวังจะขึ้นคานไม่รู้ตัว"

"จริง แกก็หน้าตาสะสวยนะยายมินตรา ไม่ใช่ว่าจะขี้ริ้วขี้เหร่สักหน่อย หรือจะให้ยายพิมพ์พลอยแนะนำเพื่อนผัวมันที่รวยๆให้พิจารณาสักคนสองคนดีป่ะ ชีวิตของแกจะได้สุขสบาย" ฟ้าใสสนับสนุนเต็มที่ ก็ในกลุ่มนี้ที่คบหาสมาคมกันมาตั้งแต่สมัยมหาวิทยาลัยเหลือแค่มินตราคนเดียวนั่นแหละที่ยังคงครองสถานะโสด...

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel