บท
ตั้งค่า

เจอกันที่ผับ

ในขณะที่ทิศเหนือกำลังนั่งฟังเพื่อน ๆ แซวเรื่องนับดาวอย่างออกรสอีกฟากหนึ่งของร้านหญิงสาวตัวเล็กเจ้าของชื่อที่ถูกพูดถึง กำลังหัวเราะจนตาหยีกับกลุ่มเพื่อนสนิท

"ชน!"

น้ำพั้นช์สีสวยสดใสถูกยกขึ้น

"ยินดีต้อนรับสาวเชียงใหม่สู่กรุงเทพฯ อย่างเป็นทางการ!"

ข้าวหอมประกาศเสียงดังนับดาวหัวเราะออกมา

"พูดเหมือนฉันเพิ่งย้ายมาเมื่อวาน"

"ก็ใช่ไหมล่ะ"

มิรินยักไหล่

"ทำงานมาได้ไม่กี่เดือนเอง"

โต๊ะของพวกเธอเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะทั้งข้าวหอม มิริน และน้ำใส ต่างย้ายมาทำงานที่กรุงเทพฯ กันหมดแล้วคืนนี้จึงเป็นคืนรวมตัวของแก๊งสาวเชียงใหม่โดยเฉพาะ

"แล้วเป็นไง"

ข้าวหอมละสายตาจากแก้วน้ำพั้นช์สีสวย แล้วหันมาสบตานับดาวด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความใคร่รู้

"อยู่คอนโดเดียวกับคู่หมั้นแล้ว"

นับดาวถึงกับสำลักน้ำที่เพิ่งดื่มเข้าไปจนต้องรีบวางแก้วลง

“เลิกเรียกแบบนั้นสักทีเถอะ มิริน”

“ทำไมล่ะ?” มิรินส่งยิ้มเจ้าเล่ห์กลับมาอย่างไม่สะทกสะท้าน “พวกแกก็ยังเป็นคู่หมั้นกันอยู่ไม่ใช่หรือไง”

“แต่เขาไม่ได้อยากหมั้นกับฉันสักหน่อย” นับดาวตอบกลับตามความจริง น้ำเสียงแผ่วลงจนแทบกลืนหายไปในอากาศ บรรยากาศบนโต๊ะอาหารพลันเงียบกริบลงทันตาเห็น

น้ำใสที่นั่งฟังอยู่นิ่ง ๆ จึงเอื้อมมือมาแตะแขนเพื่อนสาวเบา ๆ แววตาเต็มไปด้วยความเห็นใจ “แกยังเสียใจเรื่องนี้อยู่เหรอดาว”

รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นบนใบหน้าของนับดาว แต่มันกลับเป็นยิ้มที่ดูเหนื่อยล้าเพียงครู่หนึ่งก่อนจะละสายตาลงต่ำความคาดหวังที่เคยมีเริ่มมอดดับไปทีละน้อย เพราะเธอรู้ดีว่าทิศเหนือไม่มีวันรักเธอ และการพยายามเรียกร้องความสนใจจากเขาต่อไปก็มีแต่จะทำให้ใจตัวเองพังยับเยินกว่าเดิม

"ไม่นะ แค่กำลังพยายามเลิกชอบเขาอยู่"

เพื่อนทั้งสามคนสบตากันครู่หนึ่ง ก่อนที่ข้าวหอมจะเป็นฝ่ายถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่

“เสียดายจัง”

“เสียดายอะไรของแก?” นับดาวขมวดคิ้วถาม

“ก็ผู้ชายดี ๆ อย่างหัวหน้าแกน่ะสิ” ข้าวหอมตอบเสียงเศร้า มิรินรีบพยักหน้าสนับสนุนทันควัน “จริง! คนอะไรงานดีชะมัด ทั้งสุภาพ อบอุ่น แล้วรอยยิ้มนั่นนะแค่เห็นก็ใจละลายแล้ว”

นับดาวหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ กับท่าทีเพ้อฝันของเพื่อน “พวกแกนี่นะนี่รู้จักเขาดีแค่ไหนกันเชียวถึงได้ชมกันขนาดนี้”

“ฉันพูดเรื่องจริงนะดาว” ข้าวหอมเอ่ยแทรกขึ้นมาด้วยท่าทีจริงจังพลางยกมือขึ้นประกอบคำพูด “ถ้าฉันเป็นแกนะ ฉันไม่ลังเลที่จะเลือกคุณนภัทรแน่ ๆ”

จังหวะนั้นเองสายตาของมิรินพลันเหลือบไปเห็นใครบางคน

"เฮ้ยนั่นใช่ไหม"

สายตาทุกคู่หันไปมองยังจุดเดียวกัน และเพียงแค่นั้น นับดาวก็แทบอยากจะเอาหัวโขกโต๊ะให้รู้แล้วรู้รอด เพราะโต๊ะฝั่งตรงข้ามที่ห่างออกไปไม่กี่เมตร คือกลุ่มของทิศเหนือและแก๊งเพื่อนของเขา

“โลกกลมไปหรือเปล่าเนี่ย” ข้าวหอมพึมพำเสียงหลง “ร้านมีตั้งเยอะแยะ ทำไมต้องมาเจอกันที่นี่ด้วยนะ”

นับดาวถอนหายใจยาว พยายามทำใจให้เย็น “ช่างเถอะน่า ต่างคนต่างกิน ต่างคนต่างเที่ยว อย่าไปสนใจเลย”

เธอพยายามปัดความรู้สึกกังวลทิ้งไป แต่ดูเหมือนโชคชะตาจะไม่ยอมเข้าข้าง เพราะเพียงไม่กี่นาทีต่อมา ภูผาหนึ่งในเพื่อนกลุ่มของทิศเหือน ก็ดันหันมาเห็นพวกเธอเข้าพอดี!

"เฮ้ย!"

เสียงดังลั่นร้านจนทุกคนหันมอง

"นับดาว!"

หญิงสาวถึงกับหลับตาอยากหายตัวได้เดี๋ยวนั้นคิรินหันมาตามเสียงก่อนยิ้มกว้าง

"อ้าว!"

“นับดาว!”

ธามตะโกนเรียกเสียงหลงพร้อมกับโบกไม้โบกมือให้รัว ๆ ราวกับเจอเพื่อนสนิทที่ไม่ได้เจอกันมานานนับปี “มานี่สิ! มารวมโต๊ะกันเลย!”

นับดาวทำได้เพียงยิ้มเจื่อน ๆ ส่งกลับไป ในขณะที่ข้าวหอมกับมิรินเริ่มกลั้นขำจนตัวสั่น

“เสียงดังลั่นร้านเชียว” นับดาวกระซิบเสียงลอดไรฟันด้วยความอับอาย

สุดท้าย เหตุการณ์ก็จบลงด้วยการที่สองโต๊ะต้องขยับมานั่งรวมกัน ท่ามกลางบรรยากาศที่แสนอึดอัด โดยเฉพาะทิศเหนือที่นั่งทำหน้าบูดบึ้งคิ้วขมวดเป็นปมอยู่ฝั่งตรงข้าม เขาไม่เข้าใจเลยสักนิดว่าทำไมเพื่อนตัวเองถึงต้องออกอาการตื่นเต้นดีใจที่เจอผู้หญิงคนนี้ขนาดนั้น

“ดาว”

เสียงทุ้มต่ำที่เรียกชื่อเธอทำให้คนถูกเรียกถึงกับชะงักไปทันที

คิรินรีบคว้าแก้วพั้นช์แล้วยื่นไปจ่อที่มือของนับดาวทันที เขาจงใจขยับไปนั่งใกล้เธอมากขึ้นจนแทบจะชิดไหล่ ท่าทางของเขาดูเอาอกเอาใจราวกับกำลังทำคะแนนแข่งกับใครบางคน

"กินอะไรเพิ่มไหม เดี๋ยวพี่เลี้ยง" คิรินเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มผิดปกติ สายตาที่เขามองนับดาวนั้นมีความเอ็นดูฉาบไว้จน

ทิศเหนือที่มองอยู่ถึงกับต้องเบือนหน้าหนีด้วยความขัดใจ

"ไม่ต้องเกรงใจ" ภูผาพูดทันทีด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ ก่อนจะขยับเข้าไปใกล้แล้วช่วยขยับเก้าอี้ให้นับดาวนั่งอย่างนุ่มนวล "คนกันเองทั้งนั้น จะมาพิธีรีตองอะไรตอนนี้"

"ใช่ จำตอนที่ไปเที่ยวบ้านเหนือที่เชียงใหม่ได้ไหม" ธามพยักหน้าเสริมด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม แววตาของเขามีความเอ็นดูอย่างที่เก็บไม่มิด "ตอนนั้นน้องดาวดูแลพวกเราดีจะตาย โดยเฉพาะตอนที่พวกเราเมาค้างกันจนลุกไม่ขึ้น น้องดาวก็เป็นคนต้มโจ๊กมาเสิร์ฟถึงที่เตียงไม่ใช่เหรอ"

คิรินไม่รอช้า ยื่นแก้วน้ำพั้นช์สีสวยที่เขาสั่งมาให้ด้วยตัวเองส่งไปให้หญิงสาวอย่างเอาใจ "จริงด้วย! มื้อนั้นอร่อยที่สุดเท่าที่เคยกินมาเลยนะเนี่ย อะ ดื่มน้ำพั้นช์หน่อยนะ จะได้สดชื่นๆ เหมือนตอนที่พวกเราไปโดดน้ำเล่นที่น้ำตกกันไง"

ท่าทีที่รุมเอาใจนับดาวของเพื่อนทั้งสามคน ไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับคนที่รู้จักกันมานาน แต่สำหรับทิศเหนือที่นั่งอยู่ตรงนั้น มันกลับเป็นภาพที่น่าหงุดหงิดใจอย่างประหลาด เขาจำความทรงจำที่เชียงใหม่นั้นได้แม่นยำ แต่ภาพที่เพื่อนกำลังเอาใจผู้หญิงที่เขา ไม่สนใจมันกลับทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังเสียทรงจนเกือบเก็บอาการไว้ไม่อยู่ ทิศเหนือหรี่ตาส่วนข้าวหอมกับมิรินเริ่มมองหน้ากันอย่างสนุกแล้ว เรื่องที่ทำให้ทิศเหนืออยากโยนเพื่อนทั้งสามออกนอกร้านก็เกิดขึ้นเมื่อคิรินหันไปบอกนับดาวหน้าตาเฉย

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel