บท
ตั้งค่า

บทที่ 4

บทที่ 4

“คุณแม่เมื่อไหร่เราจะไปหาคุณพ่อคะ”

ภัณฑิรามองยัยแก้มป่องลูกสาวที่ถามคำถามนี้เป็นรอบที่เท่าไหร่แล้วไม่รู้ แต่เธอก็ยังคงแบ่งรับแบ่งสู้

“คุณแม่ยังไม่ว่างเลยค่ะ…” เธอตอบลูกกลับไปและก็ได้เป็นร่างนุ่มนิ่มโผเข้ามากอดลำคอแทน

“งั้นเตยให้อาเอิร์ธพาไปได้ไหมคะ…ไปกับคุณยาย”

คนเป็นแม่เพียงแค่ยิ้ม แต่ไม่ตอบอะไรลูก เธอหันไปสนใจหน้าจอคอมพิวเตอร์ต่อ

ช่วงขวบปีนี้ของภัณวรินทร์เติบโตจนน่าใจหาย แค่เพียงคำพูดไม่กี่คำของผู้ใหญ่ก็ดูเหมือนเด็กหญิงจะเข้าใจไปเสียหมด

“คุณแม่งั้นโทรหาคุณพ่อได้ไหม เตยคิดถึงคุณพ่อค่ะ” จนแล้วจนรอดภัณฑิราก็ไม่อนุญาตลูกสาวอยู่ดี

คนเป็นลูกทำหน้าเศร้าน้ำตาคลอ แต่ก็ไม่ยอมปล่อยกอดและซุกซบอยู่กับอกของมารดา จนคนเป็นยายเป็นฝ่ายเดือดร้อนแทน เธอก็เข้าใจความเจ็บช้ำของลูกสาว แต่จะให้ทำอย่างไร ในเมื่อเรื่องมันก็มาถึงขนาดนี้แล้ว

“เอาเครื่องยายโทรมา น้องเตยมาหายายลูก”

พอเด็กหญิงได้ยินเช่นนั้นก็รีบวิ่งไปหามารดาของเธอ

ภัณฑิรายังไม่มองไปในทีแรก แต่เมื่อได้ยินเสียงลูกสาวร้องเรียกคนปลายสายด้วยความดีใจเธอจึงเหลือบไปมอง

“คุณพ่ออออ”

ภัณฑิราไม่อาจทนฟังประโยคห่วงหาที่ปลายสายคืออิฐพูดคุยกับลูก ความคิดถึงที่ส่งผ่านเสียงแหบแห้งเธอฟังแล้วรู้สึกอินไม่ลง

“แม่สบายดีนะครับ”

“ก็เรื่อย ๆ เราเถอะเป็นยังไงบ้าง เอิร์ธบอกว่าแผลที่ผ่าตัดติดเชื้อเหรอ”

“ผมดีขึ้นแล้วครับ แต่ช่วงนี้คงต้องกะเพลกไปก่อน เหลือผ่าตัดอีกรอบครับ ถึงจะกลับมาเดินได้ปกติ ซึ่งก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเดินเหมือนเดิมได้หรือเปล่า…”

ภัณฑิราไม่รู้อาการของอิฐเพราะเธอไม่ได้ถามน้องชายของเขา แต่คิดไปเองว่าหากเขาสามารถเรียกร้องขอเจอลูกสาวได้ก็คงจะไม่ได้เป็นอะไรมากขนาดที่ครอบครัวเขาบอกว่าเป็นครั้งสุดท้ายของชีวิต

ตอนที่ได้ยินเขาคุยกับมารดาเธอ ยอมรับว่าก็มีวูบหนึ่งที่ใจหาย ภัณฑิราอธิบายไม่ถูกว่ารู้สึกสะใจหรือว่าอะไร

แน่นอนว่าเกลียดที่เขาใจร้าย แต่เธอก็ไม่ได้ต้องการให้เขาตาย หรือว่าเดินขาเป๋ไปตลอดชีวิตนี้

“หมายความว่าอิฐอาจจะกลับมาเป็นปกติไม่ได้เหรอ?”

มารดาของเธอถามย้ำราวกับจะให้ลูกสาวอย่างเธอได้ยิน แต่ภัณฑิราแสร้งหยิบหูฟังไร้สายขึ้นมาใส่ และเดินไปหยิบน้ำในตู้เย็นดื่ม

“60% ครับ ยังไม่รู้เหมือนกัน แม่ฮะ…พาน้องเตยมาเจอผมหน่อยได้ไหม ผมอยากเจอลูก” ถึงเธอจะเดินไปไกลแล้ว แต่การที่มารดาเปิดลำโพงเพื่อพูดคุยกับเขา อย่างไรเธอก็ได้ยิน

“เตยก็คิดถึงคุณพ่อค่ะ…แต่คุณแม่ยุ่งมาก” ลูกสาวบอกด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย ปลายสายก็เงียบไป เขาพาวงสนทนาก็เงียบไปด้วย

“ไม่เป็นไรครับแม่ เอาที่เมี่ยงสะดวก…ผมรอได้” หลังจากพูดกันไม่กี่คำเขาก็วางสายไป

“ใจ๋มาเอาน้องไปนอนกลางวันไป” มารดาของเธอเอ่ยบอกพี่เลี้ยงลูก ก่อนจะหันกลับมามองเธอ

“พรุ่งนี้แม่จะพาน้องเตยไปเยี่ยมพ่อเขา เดี๋ยวให้ลุงชวนขับรถไปส่งแล้วรอรับกลับ”

“แต่เมี่ยงไม่ว่าง…”

“แม่ให้ลุงชวนขับรถพาไป…ทำไม หรือว่าเมี่ยงจะอาสาขับรถไปส่งเรายายหลานแทน ทำไมทำหน้าแบบนั้นหรือเมี่ยงไม่พอใจไม่อยากให้แม่ไปอีก”

ลุงชวนคือคนขับรถที่เธอจ้างไว้ เป็นพ่อของใจ๋พี่เลี้ยงลูกเธอ

“แม่จะมาประชดเมี่ยงทำไม จะมาทะเลาะกับเมี่ยงเพราะเรื่องคนบ้านนั้นทำไม”

“ไม่ได้ประชดและก็ไม่ได้ทะเลาะ แต่แม่ว่าเมี่ยงใจร้ายเกินไป”

“ใจร้าย…แม่ว่าเมี่ยงใจร้าย แล้วสิ่งที่คนพวกนั้นทำกับเราเรียกว่าอะไรคะ”

ไม่ใช่เธอไม่รู้ความเจ็บปวดของลูก ไม่ใช่จะลืมเลือนไปเสียหมด แต่ในเมื่อมันเป็นแบบนี้ไปแล้ว จะให้คนเป็นยายอย่างเธอทำอย่างไรได้ น้ำตาลูก น้ำตาหลาน มันเพื่ออะไรกัน

“เมี่ยงกำลังเอาเรื่องในอดีตที่มันไม่มีใครกลับไปแก้ไขได้มาทำร้ายปัจจุบันโดยเฉพาะหัวใจของลูก น้องเตยคิดถึงพ่อ…แม่เห็นน้ำตาเมี่ยงแม่ก็เสียใจ เมี่ยงเห็นน้ำตาน้องเตยไม่รู้สึกอะไรบ้างหรือ”

“ทำไมเมี่ยงจะไม่รู้สึก ก็เพราะเมี่ยงยังรู้สึกอยู่ทุกวันถึงไม่อยากให้ลูกไปเจอกับคนใจร้ายพวกนั้น แม่ก็รู้…ว่าเขาใจร้ายกับเมี่ยงขนาดไหน เขาไม่เคยต้องการ…”

เธอไม่อาจเอื้อนเอ่ยคำพูดนั้นออกไปได้จึงได้แต่ทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาแล้วร้องไห้ อิฐไม่ได้ต้องการลูก เธอยังจำทุกคำพูดของเขาได้

“แม่เข้าใจเมี่ยง แต่ในเมื่อเมี่ยงเลือกที่จะให้เขาเป็นพ่อของลูกแล้วจะทำยังไงได้ ต่อให้เขาไม่ดีมันก็ต้องปรับกันต่อหรือเปล่า อย่างน้อยก็คุยกันให้มันรู้เรื่องไปเลยว่าจะอย่างไรกัน เห็นแก่ลูกลดทิฐิลงสักครึ่งหนึ่ง อิฐเขาก็ถอยให้เมี่ยงจนสุดทางแล้วนะลูก…แล้วที่เขาเป็นแบบนี้แม่ก็คิดว่าเขาได้รับกรรมที่เขาก่อแล้ว”

อิฐไม่ได้เพียงทิ้งความวุ่นวายไว้ให้เธอ แต่เขาทิ้งความผิดบาปให้คนอื่นมองเธอใจร้ายใจดำอีก มันจะไม่อะไรเลยถ้าคนที่พูดไม่ใช่มารดาผู้ให้กำเนิดเธอ

#โรงพยาบาล

รุ่งเช้าอีกวันภัณฑิราเป็นคนพาลูกสาวมาหาพ่อของเขาด้วยตัวเอง โดยมีแม่ของเธอเดินอุ้มหลานนำหน้าไป

ทันทีที่ประตู้ห้องพักเปิดออกหญิงสาวยังไม่ได้เข้าไป จนผ่านไปหลายนาทีก็ค่อยเดินตามเข้าไป

“หวัดดีครับพี่เมี่ยงทานอะไรมาหรือยังผมว่าจะลงไปสั่งกาแฟเอาไหมครับ”

อัธดิษฐ์เป็นคนเอ่ยทักเธอคนแรก หญิงสาวส่ายหน้ายกมือไหว้บิดาของเขา ก่อนจะเห็นบุคคลที่ไม่คิดว่าจะเจอ มารดาของอิฐวันนี้ก็อยู่ด้วยกัน

เธอเห็นมารดาของเขาลำคอก็แข็งเกร็งขึ้นทันทีทันใด แต่เพราะคุณย่าแสนใจร้ายนั่นกำลังพูดคุยปรับความเข้าใจกับมารดาของเธอ

เรื่องราวบาดหมางจบลงง่าย ๆ แต่บาดแผลในใจยากจะลบเลือน

มารดาเธออาจจะให้อภัยได้ แต่สำหรับภัณฑิราแล้วเธอไม่คิดให้อภัยใครสักคนโดยเฉพาะคนที่นอนหน้าซีดเซียวอยู่บนเตียงผู้ป่วยและทอดสายตาปวดร้าวรู้สึกผิดมาทางนี้

“วันนี้เมี่ยงเลยต้องหยุดงานเลย พ่อรบกวนหน่อยนะ”

ภัณฑิราขยับปากแต่ไม่พูดตอบรับอะไรบิดาของเขา เธอเลือกเดินไปนั่งยังเก้าอี้รับแขกตัวหนึ่งที่ยังว่างอยู่

“คุณพ่อ เตยคิดถึงคุณพ่อ…”

เด็กหญิงกัดปากเล็ก ๆ ก่อนจะวางมือไปบนแก้มสากของคนเป็นพ่อ ภัณวรินทร์ไม่ได้เจอบิดานานเลย

“พ่อก็คิดถึงน้องเตย เป็นยังไงบ้างคะ สูงขึ้นหลายเซนเลยนะ…” คำพูดของคนเป็นพ่อกัดเสาะหัวใจคนแอบฟังได้เป็นอย่างดี

ที่ตรงนี้ไม่มีใครไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดที่ได้ห่างเหินของเขากับลูกสาว แต่ก็เข้าใจในหัวใจคนเป็นแม่อย่างภัณฑิราไม่กล้าตำหนิอะไรเธอมากไปกว่านี้ เพราะวันนี้เธอก็พาลูกสาวมาเยี่ยมพ่อเขาแล้ว ทั้งที่จะไม่พามาเลยก็ได้

อิฐยื่นมือข้างที่เจาะสายน้ำเกลือไปสัมผัสแก้มนุ่มใสของลูกสาว ดวงตาเรียวรีสีน้ำตาเข้มถอดแบบมารดามาทั้งหมดกำลังจะจ้องเขาอยู่

กระบอกตาของคนเป็นพ่อร้อนผ่าว ยามลูกสาวเอียงแก้มนุ่มลงมาในฝ่ามือ

ช่างเหมือนกับคนเป็นแม่ไม่มีผิดเพี้ยน วันคืนที่หวานชื่นของเราอิฐไม่เคยลืมเลือนแม้แต่วันเดียว

แต่ความเลวทรามที่เขาทำกับเธอก็เด่นชัดเช่นกัน เขาทั้งโกรธและโมโหที่เธอพาลูกหนีกลับมาอยู่ที่บ้านแม่

อิฐตามอาละวาดเธออยู่นาน เขาไม่เคยชอบคนอวดดี

ยิ่งภัณฑิรายืนยันจะเลี้ยงลูกด้วยตัวเองเขาก็ยิ่งไม่ยอมแพ้ แต่สุดท้ายคนที่แพ้ก็มีแต่เขา

วันนี้จึงไม่กล้าแม้แต่จะเรียกร้องอื่นใด แค่ที่ภัณฑิราให้มาวันนี้ก็มากเกินกว่าที่เขาจะกล้าหน้าด้านเรียกร้องอะไรจากเธอแล้ว

“คุณพ่อจะหายเมื่อไหร่ หายแล้วเราไปกินติมร้านนั้นได้ไหมคะ” เด็กหญิงนั่งอยู่บนเตียงกับบิดาและเอ่ยถาม

อิฐยิ้มกว้างที่สุดในรอบปี ขอบตาของเขาแดงก่ำจับยกมือเล็กของลูกมากอดจูบ

“ได้ลูก ออกจากโรงบาลเมื่อไหร่พ่อจะพาน้องเตยไปนะคะ หนูอยากไปไหนพ่อจะพาไปดีไหม”

“ดีค่ะคุณพ่อ เตยคิดถึง…”

และเจ้าก้อนนุ่มตัวเล็กก็เอียงใบหน้าลงมาซุกซบอยู่กับอกแกร่ง มือข้างที่ว่างโอบเอวหนาของบิดา มืออีกข้างแตะแก้มสาก ปากเล็กนั่นขยับพูดอวยพรให้คนเป็นพ่อหายไว ๆ

อิฐไม่สามารถกลั้นน้ำตาของโหยหาและคิดถึงลูกสาวตัวเล็กนี่ได้อีก เขากอดลูกแน่นมากความเจ็บจากบาดแผลที่ผ่าตัดหายเป็นปลิดทิ้ง

“พ่อก็คิดถึงน้องเตย…คิดถึงมากเลยลูก” น้ำตาลูกผู้ชายไหลออกมาอย่างไม่อายใคร

คนบ้านปัญญารัตนวงศ์สะท้อนอยู่ในอกเจ็บปวดไปกับลูกชาย

มารดาของภัณฑิราถอยห่างออกมาและเดินกลับมานั่งกับลูกสาว ภัณฑิรายังคงนิ่งเหมือนเดิมจนเมื่อเสียงร้องไห้ของเขาบาดลึกเข้าไปในหัวใจของเธอ หญิงสาวจึงตัดสินใจลุกขึ้น

“เมี่ยงขอตัวไปคุยงานก่อนนะคะ”

ภัณฑิราไม่อาจทนฟังประโยคที่พ่อลูกพูดกันได้อีก ขอบตาเธอร้อนผ่าว รุดเดินออกจากห้องมาอย่างรวดเร็ว

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel