บท
ตั้งค่า

บทที่ 9 หมาแมวยังรักลูก

“สวัสดีค่ะ” ชาลิสายกมือขึ้นไหว้อย่างแข็งๆ มะลิวัลย์ไล่สายตามองเด็กสาวอย่างเหยียดๆ วันนี้เธอสวมชุดเดรสสีเทาสั้นเหนือเข่า แบบเป็นสายเดี่ยว โชว์เนื้อหนัง หล่อนเป็นคนหัวโบราณ พอเห็นเด็กสมัยนี้แต่งตัววับๆ แวมๆ มักจะหงุดหงิดและต่อว่าในใจเสมอ

“นี่ใคร...” มะลิวัลย์หันไปถามลูกชาย

“เอ่อ...”

“หนูชื่อลิสาค่ะ เป็นเมียและแม่ของลูกของคุณภัทร” ชาลิสาบอกไปโต้งๆ ภัทรดนัยแอบไปถลึงตามองชาลิสา บอกไปแบบนี้แม่เขาได้เอาตายน่ะสิ!

“อะไรนะ!” มะลิวัลย์อุทาน เอามือยกขึ้นทาบอก และหันไปมองลูกชายอย่างต้องการคำตอบ

“เอ่อ...”

“จริงเหรอลูก!”

“ครับ คุณแม่...” ภัทรดนัยตอบอ้อมแอ้ม ชาลิสายืนกอดอก มองหน้าภัทรดนัยอย่างเป็นผู้ชนะในเกมนี้ เพียงแค่ลูกชายยอมรับสารภาพไปตามตรง มะลิวัลย์ถึงกับเป็นลมล้มพับไปทันที

“คุณแม่!”

ยาดม ยาลม ยาหม่อง ถูกวางไว้บนโต๊ะข้างโซฟาจำนวนมาก ภัทรดนัยหยิบพัดมาพัดวีมารดาที่ตกใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นจนช็อกไปเสียก่อน เขาหันมามองหญิงสาวตัวเล็กที่นั่งไขว่ห้างอย่างไม่รู้สึกรู้สาด้วยสายตาตำหนิ

“เธอไม่น่ารีบบอกคุณแม่ฉันไปตรงๆ แบบนี้เลย ฉันยังไม่ได้เกริ่นเรื่องนี้กับคุณแม่”

“นั่นมันเป็นปัญหาของคุณ ไม่ใช่ปัญหาของฉัน คุณขอเวลาฉัน 1 อาทิตย์เพื่อเคลียร์ทุกอย่างให้เรียบร้อย ฉันก็ให้เวลาคุณแล้ว แต่คุณตุกติกกับฉันเอง” เธอบอก ภัทรดนัยส่ายหน้า มองท่าทางของหญิงสาวแล้วรู้สึกไม่ค่อยชอบใจนัก เธอทำตัวก้าวร้าวไม่น่ารักเลยจริงๆ

“ภัทร... ตาภัทร...” มะลิวัลย์ลืมตาตื่นขึ้นมา ภัทรดนัยค่อยๆ ประคองผู้เป็นแม่ลุกขึ้นนั่ง

“คุณแม่ ดีขึ้นไหมครับ”

“ทำไมถึงทำแบบนี้ ลูกเอาน้องน้ำรินไปไว้ที่ไหน!” พอฟื้นขึ้นมา มะลิวัลย์ก็ต่อว่าชายหนุ่มทันที ภัทรดนัยลอบถอนหายใจเฮือกใหญ่ น้ำริน คือ ลูกสาวของเพื่อนแม่ ที่แม่เขาหมายมาดจะให้เป็นลูกสะใภ้ ด้วยความเรียบร้อย น่ารัก อ่อนน้อมถ่อมตัว เป็นแม่บ้านแม่เรือน เหล้าไม่แตะ ไม่เที่ยวกลางคืน แตกต่างจากหญิงสาวที่นั่งตรงหน้าลิบลิ่ว เสียแต่ว่าเขาไม่รักหรือพิศวาสน้ำรินเลยแม้แต่น้อย เขาเอ็นดูในฐานะที่เธอเป็นน้องสาวมากกว่า

“คุณแม่...”

“แม่ไม่ยอม... แม่ไม่ยอมรับผู้หญิงคนนี้มาเป็นลูกสะใภ้เด็ดขาด!” มะลิวัลย์ประกาศ และมองชาลิสาด้วยสายตาเหยียดหยาม

“ถ้าคุณแม่ไม่ยอมรับ หนูจะไปเอาเด็กในท้อง ซึ่งเป็น ‘หลาน’ แท้ๆ ของคุณแม่ออก” ชาลิสาบอกหน้าตาเฉย ทำให้มะลิวัลย์ถลึงตามองอย่างตำหนิ

“ผู้หญิงคนนี้ ทำไมจิตใจหยาบช้าขนาดนี้!”

“หยาบช้า... หยาบช้างั้นเหรอคะ ถ้าหนูจิตใจหยาบช้าแล้วลูกชายคุณแม่ล่ะคะ เป็นเทพบุตร เทวดาลงมาจากสวรรค์หรือไง กล้าทำก็ต้องกล้ารับผิดชอบสิคะ เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นลูกชายคุณแม่รู้ดีแก่ใจทั้งหมด แต่พยายามหลบหลีก ปัดความรับผิดชอบ ทิ้งให้หนูต้องเผชิญปัญหาอยู่คนเดียว หนูท้องแบบนี้ จะแบกหน้าไปไว้ที่ไหน ไหนจะครอบครัว ไหนจะเพื่อน ไหนจะหน้าที่การงาน หนูจะไม่ยอมเสียอนาคตเพราะเด็กเพียงคนเดียวหรอก!” ชาลิสาโพล่งออกไปอย่างมีน้ำโห เธอเกลียดเหลือเกิน พวกไร้ความรับผิดชอบ เธอลุกขึ้นยืน เตรียมจะเดินออกไปจากบ้านหลังนี้ ในเมื่อเขาไม่ต้องการเด็ก เธอก็จะเอาออก เพราะเธอเองก็ไม่ต้องการเหมือนกัน ภัทรดนัยรีบลุกขึ้นไปดึงตัวเธอไว้ก่อน

“ลิสา! เธอจะทำอย่างนั้นไม่ได้!” เขาย้ำกับเธออีกครั้ง แม้ว่าในใจจะตงิดๆ ไม่รู้แน่ชัดว่าเด็กในท้องเป็นลูกของเขาหรือเป็นลูกของคนอื่น แต่เขาก็ทนเห็นเธอไปเอาเด็กออกไม่ได้ เด็กในท้องเป็นเด็กบริสุทธิ์ เขาเกิดมาโดยไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร มีสิทธิที่จะใช้ชีวิตบนโลกใบนี้ ไม่ควรจะต้องมาตายเพราะความเห็นแก่ตัวของพ่อกับแม่

“ทำไมฉันจะทำไม่ได้ ในเมื่อ...”

“โอเค ฉันยอมแล้วลิสา ฉันยอมให้เธอเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้ในฐานะเมียและแม่ของลูก ฉันจะดูแลรับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่างๆ ของเธอและลูกจนกว่าเธอจะคลอด” ภัทรดนัยพูดรัวเร็ว เพราะดูท่าทางแล้วเธอเอาจริงเสียด้วย

“ตาภัทร!” มะลิวัลย์เหมือนจะเป็นลมอีกรอบ ชาลิสายิ้มที่มุมปากอย่างพึงพอใจ

“คุยกันดีๆ แบบนี้ตั้งแต่แรกก็จบ”

“แต่มีข้อแม้...!” ภัทรดนัยเบรกเธอไว้เสียก่อน

“อะไรคะ”

“เมื่อไหร่ที่เด็กคลอด เธอจะต้องยินยอมให้มีการตรวจดีเอ็นเอ!” เขาบอก ทำให้มะลิวัลย์เงยหน้าขึ้นมองลูกชายเป็นเชิงถาม ขณะที่ชาลิสายิ้มกริ่ม

“เรื่องนั้นไม่มีปัญหา ฉันยินดีให้คุณตรวจทุกอย่างหากคุณไม่เชื่อว่าเด็กคนนี้เป็นลูกของคุณ”

“ป้าสร้อย องุ่น ยกกระเป๋าคุณผู้หญิงขึ้นไปไว้บนห้องนอนฉัน” ภัทรดนัยบอกคนรับใช้ที่ยืนงงอยู่หน้าประตู พวกหล่อนรู้สึกอึ้ง ตกใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นไม่น้อย

“ตาภัทร! ไม่ได้นะ ลูกจะให้ผู้หญิงคนนี้มาอยู่ในบ้านนี้ไม่ได้ แม่ไม่ยอม!” มะลิวัลย์ลุกขึ้นยืนอย่างไม่พอใจ

“คุณแม่ครับ ผมขอร้อง... เดี๋ยวเราค่อยคุยกันหลังจากนี้นะครับ” ภัทรดนัยหันไปบอกคุณแม่ แววตาเชิงขอร้องทำให้มะลิวัลย์ต้องเงียบลง

“ฉันจะอยู่ที่นี่ แต่จะไม่อยู่ห้องเดียวกับคุณ!” เธอบอก ภัทรดนัยหรี่ตามองหญิงสาว

“ทำไม ในเมื่อเธอจะเข้ามาอยู่บ้านหลังนี้ในฐานะเมียและแม่ของลูกฉัน ก็ต้องเข้าไปอยู่ในห้องเดียวกับฉันสิ”

“ไม่!”

“หรือว่าเด็กในท้องเธอไม่ใช่ลูกของตาภัทร เธอถึงไม่อยากนอนห้องเดียวกับตาภัทร” มะลิวัลย์ตั้งข้อสงสัย ชาลิสาเม้มริมฝีปากแน่น เธอไม่อยากนอนห้องเดียวเตียงเดียวกับเขา เพราะไม่อยากเสียเปรียบเขา เหตุการณ์ครั้งนั้นเธอพลาดท่าเสียทีไปแล้ว เธอจะไม่พลาดให้กับเขาเป็นครั้งที่สอง คลอดลูกเมื่อไหร่ เธอจะออกไปจากบ้านนี้ทันที ส่วนเด็ก... ใครทำก็รับไปเลี้ยงเอง!

“ห้องคุณภัทรอยู่ชั้น 2 เดินขึ้นเดินลงลำบาก ช่วงนี้ฉันหน้ามืด เป็นลมบ่อยๆ กลัวตกบันได ต่อไปฉันก็จะท้องใหญ่ขึ้น ต้องปวดขาปวดหลัง ฉันไม่เอาด้วยหรอก” เธอหาข้ออ้างจนได้ ภัทรดนัยมองหญิงสาวตรงหน้าอย่างพิจารณา

เธอฉลาดเป็นกรด นอกจากปั่นหัวเขากับแม่เรื่องจะเอาเด็กออกแล้ว ยังหาวิธีหลีกเลี่ยงการอยู่กับเขาสองต่อสอง เพราะกลัวเสียตัวให้กับเขาอีก!

“ถ้าอย่างนั้นฉันจะให้คนรับใช้ทำความสะอาดห้องข้างล่างให้ก็แล้วกัน” มะลิวัลย์บอก และรู้สึกดีที่เด็กสาวตรงหน้าเลือกจะนอนแยกกับลูกชาย รอให้คลอดและตรวจดีเอ็นเอก่อน หล่อนจะไล่ผู้หญิงคนนี้ออกจากบ้านทันที

“ขอบคุณมากค่ะคุณแม่”

มะลิวัลย์หยิบพัดขึ้นมาพัดเหย็งๆ แม้ว่าภายในห้องรับแขกจะเปิดแอร์เย็นฉ่ำ แต่เรื่องที่เกิดขึ้นมันทำให้จิตใจของหล่อนร้อนรุ่มเหลือเกิน ชาลิสาออกไปเดินเล่นรับลมอยู่หน้าบ้าน เธอส่งไลน์ไปหาไบรอัน เพื่อแจ้งข่าวว่าทุกอย่างเรียบร้อยดี ไม่ต้องเป็นห่วง ขณะที่ชาลิสาออกไปด้านนอก มะลิวัลย์ก็หันมาเค้นคำตอบจากลูกชายตัวดีทันที

“ตาภัทร! นี่มันเกิดอะไรขึ้น เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้ยังไง!”

“คุณแม่ ผมขอโทษ”

“แม่ไม่ต้องการฟังคำขอโทษ แม่แค่อยากรู้ว่ามันเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้ยังไง”

“คือ... เรื่องนี้ผมผิดเอง คืนนั้นลิสาเมา ผมก็เลยพากลับมานอนด้วย” ภัทรดนัยเล่าคร่าวๆ ไม่อยากลงลึกในรายละเอียดเท่าไหร่นัก

“ทำไมลูกไม่ป้องกัน ปกติลูกไม่เคยพลาดเรื่องแบบนี้นี่!” มะลิวัลย์ถามอย่างเกรี้ยวกราด ไม่ใช่ว่าหล่อนไม่รู้ว่าลูกชายเป็นยังไง แต่ที่ผ่านมาภัทรดนัยไม่เคยพลาดมาก่อน

“ก็มันเลยเถิดน่ะ แต่ผมให้เธอกินยาคุมฉุกเฉินไปแล้ว ไม่คิดว่ามันจะพลาด” เขายกมือขึ้นกุมขมับ มะลิวัลย์หยิบพัดมาพัดยิกๆ อย่างอารมณ์เสีย

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel