บทที่ 10 ฝากครรภ์
“มั่นใจหรือเปล่าว่าเด็กในท้องเป็นลูกของภัทร”
“ไม่ครับ ไม่มั่นใจเลย” ภัทรดนัยบอกไปตามตรง คนเป็นแม่จ้องมองตาไม่กระพริบ
“ทำไม... ลูกกับเขาไม่ได้รู้จักกันมาก่อนเหรอ” มะลิวัลย์ถาม ภัทรดนัยพยักหน้า
“โอ๊ย! นี่มันเรื่องบ้าเรื่องบออะไรกันเนี่ย! ทำไมต้องเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น แล้วอย่างนี้หนูน้ำรินจะทำยังไง ถ้ารู้เรื่องนี้ต้องเสียใจมากแน่ๆ” มะลิวัลย์โวยวาย ภัทรดนัยแอบหันไปถอนหายใจอีกรอบ
“คุณแม่ก็รู้ว่าผมไม่ได้รักน้องน้ำริน...”
“ไม่รักตอนนี้ อยู่ๆ กันไปเดี๋ยวก็รักกันเองนั่นแหละ เราน่ะอายุเกือบจะ 40 แล้ว ไม่คิดจะเป็นฝั่งเป็นฝาบ้างหรือไง แล้วดูสิ... ไปเอาผู้หญิงที่ไหนมาก็ไม่รู้ ไม่มีหัวนอนปลายเท้า แต่งตัววับๆ แวมๆ พูดจาก้าวร้าว ถ้าหาได้แค่นี้ สู้ให้แม่หาให้ดีกว่า!” มะลิวัลย์บ่นลูกชาย ภัทรดนัยอยากจะเอาสำลีอุดหูเสียเดี๋ยวนี้
“คุณผู้หญิง คุณภัทรคะ ห้องที่ให้สร้อยกับองุ่นทำความสะอาด เสร็จแล้วค่ะ” ป้าสร้อยเดินเข้ามาบอก ภัทรดนัยจึงได้จังหวะลุกออกไป
“เอาของเข้าไปไว้ในห้องแล้วใช่ไหม”
“ค่ะ เรียบร้อยแล้วค่ะ”
“โอเค ขอบคุณมากนะครับ”
ภัทรดนัยเดินออกมาหาหญิงสาวที่หน้าบ้าน เขาเห็นรถยนต์สีดำของเธอก็ยิ้มที่มุมปาก หญิงสาวอายุ 22 ปี มีคอนโด มีรถยนต์เป็นของตัวเอง ดูแล้วก็ไม่น่าจะลำบากอะไร เธอเดินไปหาเธอจากทางด้านหลัง เห็นเธอกำลังยืนคุยโทรศัพท์อยู่จึงยังไม่เรียก
“ไบรอัน ไอจะอดทนนะ รอให้ครบ 9 เดือน ให้ไอคลอดลูกออกมาก่อน ไอจะไปอยู่กับยู” เธอคุยโทรศัพท์ ภัทรดนัยขมวดคิ้ว นี่เธอกำลังคิดอะไรอยู่
“ใช่... ไอจะเอาเด็กให้พวกเขาเลี้ยง ในเมื่อเขาเป็นคนทำ ก็ต้องรับผิดชอบ!”
“เพิ่งจะท้องสองเดือน คิดจะทิ้งลูกแล้วเหรอ!” ภัทรดนัยถามเสียงดัง ชาลิสาสะดุ้งโหยง เธอกดวางสายไบรอันทันที
“คุณ... มาตั้งแต่เมื่อไหร่”
“มาทันได้ยินเธอคุยกับแฟนว่าจะทิ้งลูกให้ฉันกับแม่เลี้ยงนั่นแหละ!” เขามองเธออย่างไม่พอใจ ดูเหมือนเธอจะเป็นคนใจยักษ์ใจมารเสียจริง
“ช่วยไม่ได้ ในเมื่อคุณทำ ก็ต้องรับผิดชอบ”
“เราต้องรับผิดชอบเรื่องนี้ด้วยกันสิ เธอคลอดลูกแล้วทิ้งไปอย่างนี้ได้ยังไง ขนาดหมาแมวมันยังรักลูกของมัน ไม่คิดจะอยู่ให้นมลูกก่อนหรือไง!”
“นมผงมีก็ให้ไปสิ!” เธอบอกปัด ภัทรดนัยจับแขนหญิงสาวไว้แน่น
“เธอนี่มัน...”
“ทำไม... ฉันทำไม... เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นเพราะคุณคนเดียว รู้ไว้ซะด้วย ฉันกำลังสานสัมพันธ์กับคนที่ฉันแอบชอบได้ด้วยดี เรากำลังจะคบกัน แล้วฉันก็มาท้อง... มาท้องกับคุณ! คิดดูว่าฉันยังไม่ทันได้มีอะไรกันกับไบรอันเลย!” ด้วยอารมณ์หงุดหงิดและโมโห ชาลิสาจึงพูดออกไปโดยไม่คิด ภัทรดนัยหัวเราะในลำคออย่างสังเวชใจ
“อ้อ... เสียดายเหรอที่ยังไม่ได้มีอะไรกับแฟนตัวเอง แต่พลาดมามีอะไรกับฉันเสียก่อน” เขาถามเสียงเหี้ยม ชาลิสาชะงัก สงบปากสงบคำทันที
“เรื่องบนเตียงน่ะ ฉันทดแทนให้เธอได้นะ ท้องอยู่ก็เอากันได้ ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก ลีลาฉันเด็ดพอตัว ถึงขนาดทำให้เธอร้องครางอ๊าๆๆ ได้ทั้งคืน เหมือนแบบคืนนั้น...” เขาดึงเธอเข้ามาใกล้ ชาลิสาได้ยินก็ควันออกหู มีแต่เขาคนเดียวที่จำเหตุการณ์วันนั้นได้ ยกเว้นเธอ!
“คุณ!”
“ป้าสร้อยกับองุ่นจัดห้องให้เธอเสร็จเรียบร้อยแล้ว เข้าไปดูสิ... เดี๋ยวคืนนี้ฉันจะลงมาหา จะได้รื้อฟื้นความสัมพันธ์ระหว่างเรา...”
“อีตาหมอแก่บ้า!” ชาลิสาเงื้อมือขึ้นจะตบ แต่ภัทรดนัยก็รับไว้ทันเสียก่อน
“อย่าฤทธิ์เยอะนักเลย ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว เราเป็นผัวเมียกันแล้ว และกำลังจะเป็นพ่อแม่ของลูก มีอะไรกันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกหรอก” เขากระเซ้า ยิ่งเห็นท่าทางโกรธๆ ของเธอยิ่งทำให้เขาอยากแกล้ง ชาลิสาขมวดคิ้วขึ้น จู่ๆ เธอก็เวียนหัว หน้ามืดขึ้นมาทันที ภัทรดนัยเห็นหน้าซีดๆ ของเธอแล้วต้องหยุดยั่วโมโห ชาลิสาหันไปอ้วกที่โคนต้นไม้ใหญ่
“ลิสา!” ภัทรดนัยเข้าไปลูบหลัง เธออ้วกไปจนหมดท้อง ภัทรดนัยจึงต้องประคองเธอเข้าไปในตัวบ้าน
“เดินไหวไหม” น้ำเสียงของเขาอ่อนลงทันที เธอเหมือนจะเป็นลมขึ้นมาเสียให้ได้
“ป้าสร้อย เอาน้ำ เอายาดมมาให้หน่อย” ภัทรดนัยเรียกคนรับใช้ ป้าสร้อยรีบเดินเข้ามาดู มะลิวัลย์ยังนั่งอยู่ในห้องรับแขก เห็นแม่เด็กสาวหมดฤทธิ์ก็เบะปากใส่
“สำออยล่ะสิไม่ว่า!” มะลิวัลย์หลุดปากแขวะไป ชาลิสาไม่สนใจอะไรแล้วตอนนี้ เธอต้องการนอนอย่างเดียว ภัทรดนัยจึงพาเธอไปที่ห้องนอนเล็ก เขาประคองตัวเธอลงนอนช้าๆ
“แพ้เยอะเลยเหรอ” เขาถามอาการอย่างเป็นห่วง ชาลิสาพยักหน้า ไม่ตอบ
“พรุ่งนี้ฉันจะพาเธอไปหาหมอ เธอไปฝากท้องแล้วหรือยัง”
“ยัง...”
“ฉันจะได้จองคิวอาจารย์หมอที่เก่งที่สุดให้ ตอนนี้เธอนอนพักไปก่อน กินอะไรได้บ้าง” เขาถาม แต่ชาลิสาไม่ตอบ เธอชิงหลับไปเสียก่อนด้วยความอ่อนเพลีย ภัทรดนัยมองหญิงสาวอย่างงุนงง แม้ว่าเขาจะเป็นหมอ แต่ก็เป็นหมออายุรกรรม ไม่ใช่หมอสูติที่จะได้รู้ทุกอย่าง เขาดึงผ้าห่มขึ้นมาห่มให้และเอาผ้าชุบน้ำมาเช็ดหน้าเธอเบาๆ เพื่อให้เธอสดชื่นขึ้น
“ป้าสร้อย เดี๋ยวเตรียมแกงจืดร้อนๆ ไก่กระเทียม ข้าวต้มให้หน่อยแล้วกันนะ อ้อ... อย่าลืมผลไม้ด้วย เอามะละกอก็แล้วกัน” คุณหมอบอกกับคนรับใช้
“ไม่เห็นจะต้องดูแลกันขนาดนี้เลย อะไรๆ ก็กินได้ทั้งนั้นแหละ”
“คุณแม่ครับ ลิสากำลังท้องอยู่นะครับ คุณแม่เองก็เคยท้อง ยังไงผมขอให้คุณแม่อดทนหน่อย อีกไม่กี่เดือนลิสาก็คลอดลูกแล้ว ตอนนั้นเราจะได้รู้ว่าเด็กในท้องเป็นลูกใครกันแน่ ตอนนี้เป็นหน้าที่ผม ผมจะต้องดูแลเธอกับลูกให้ดีที่สุด” ภัทรดนัยบอก แต่มะลิวัลย์ยังคงทำเมิน
“ผมขอร้องนะครับคุณแม่ ตอนนี้คุณแม่อย่าไปอะไรกับเธอมาก คนท้องอารมณ์แปรปรวน หงุดหงิด น้อยใจ เสียใจง่าย ถ้าเครียดขึ้นมามากๆ เดี๋ยวจะแท้งเอา”
“แม่ไม่เข้าใจ ทำไมแม่ต้องมาอยู่ร่วมบ้านร่วมชายคากับเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมคนนี้ด้วย”
“คุณแม่...”
“แม่ออกไปข้างนอกดีกว่า อยู่บ้านแล้วหงุดหงิด!”
ภัทรดนัยพาชาลิสามาฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลแห่งเดียวกับที่เขาทำงาน ช่วงที่พาเธอไปทำประวัติ พยาบาลในโรงพยาบาลต่างมองเขาเป็นตาเดียวกัน และสงสัยว่าเขาพาผู้หญิงที่ไหนมาด้วย เพราะเขาไม่มีสาวๆ เป็นตัวเป็นตนมานานมากแล้ว
“หมอภัทรพาใครมาเหรอคะ” พยาบาลคนหนึ่งถาม
“ภรรยาครับ พามาฝากครรภ์” เขาบอกไปตามตรง พยาบาลได้ยินแล้วก็ต้องเบิกตากว้าง
“ภรรยา!” เจ้าหล่อนอุทานเสียงดัง ทำให้พยาบาลที่อยู่ใกล้เคียงหันมามองอย่างสนใจ
“ครับ ภรรยา” ภัทรดนัยยืนยันอีกครั้ง ความตกใจของพยาบาลสาวทำให้ชาลิสากระอักกระอ่วนใจ ทำตัวไม่ถูก
“หมอภัทรมีภรรยาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ ทำไมพวกเราไม่เห็นรู้เรื่องเลย” พยาบาลอีกคนหนึ่งเดินเข้ามาถาม ภัทรดนัยหัวเราะเบาๆ และหันไปมองหน้าชาลิสา ก่อนจะยิ้มหวาน
“เมื่อไม่นานมานี้ครับ ทำประวัติเสร็จแล้วใช่ไหม ผมจะได้พาภรรยาไปหาอาจารย์หมอ”
“ค่ะ เสร็จแล้วค่ะ”
ภัทรดนัยเดินจับมือชาลิสาไปที่แผนกสูติช่วงที่กำลังเดินอยู่ เธอรีบแกะมือเขาออก ทำหน้าไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่
“ทำไมล่ะ”
“ฉันเดินเองได้ คุณไม่ต้องมาจับมือฉันหรอก” ชาลิสาบอกด้วยน้ำเสียงสะบัดงอน
“ไม่ได้ เราเป็นสามีภรรยากัน ต้องเดินด้วยกัน เดินจับมือกัน” เขาแกล้งยั่วโมโหเธอ
“ไม่ต้อง!” เธอขึ้นเสียงใส่เขาเบาๆ และเดินนำหน้าไป ภัทรดนัยส่ายหน้าอย่างระอาปนเอ็นดู วันนี้เธอทำฤทธิ์ใส่เขาตั้งแต่เช้าตรู่แล้ว
“สวัสดีครับอาจารย์หมอ”
“สวัสดีหมอภัทร วันนี้พาใครมา” อาจารย์หมอปริญญา ซึ่งเป็นหมอแผนกสูติที่เก่งแบบหาตัวจับได้ยากเอ่ยปากทักทาย
“พาภรรยามาฝากครรภ์ครับ” เขาบอก หมอปริญญามองลอดแว่นตาอย่างสงสัย
“หมอภัทรไปแต่งงานตั้งแต่เมื่อไหร่ ถึงได้มีภรรยาแล้ว” อาจารย์หมอผู้ซึ่งมีอายุ 60 ปีถามไปตรงๆ ทำให้ชาลิสาหน้าขึ้นสีเรื่อ
