บทที่ 5 ย้อนคืนกลับมาไม่ได้
ชาลิสานั่งผมยุ่งอยู่ที่เดิม เธอร้องไห้ออกมาเสียงดัง ความสาวที่อุตส่าห์เฝ้าเก็บไว้ให้คนที่เธอรัก ถูกอีตาหมอบ้าที่ไหนไม่รู้มาพรากมันไป ไม่พอ... เธอจำเซ็กซ์ครั้งแรกของตัวเองไม่ได้ด้วย ไม่รู้ว่ามันเป็นแบบไหน รู้สึกยังไง รู้อีกทีก็เจ็บแปล๊บปนแสบกลางร่างกายจนขยับลุกขึ้นแทบไม่ไหว ยิ่งเห็นรอยเลือดยิ่งทำให้เธอเสียใจหนักขึ้นกว่าเดิม เธอพยายามคิดถึงเหตุการณ์เมื่อคืนนี้ ไล่ลำดับเหตุการณ์ไปเรื่อยๆ จนพบจุดสังเกต
เมื่อคืนมีคนแปลกหน้ายื่นไวน์ให้เธอดื่มเพียงคนเดียวเท่านั้น คือ ผู้ชายที่ชื่อโรจน์ เขาเป็นคนที่มาเลี้ยงเครื่องดื่มกลุ่มเพื่อเธอ และเต้นกับเธอ เขาเป็นคนพาเธอไปห้องน้ำ จากนั้นเธอก็จำอะไรไม่ได้อีกเลย ยิ่งคิดยิ่งแค้น เธอไม่น่าพลาดไปดื่มเครื่องดื่มของคนอื่นเลย แต่คิดไปคิดมาก็ยังดีที่เธอเสียตัวให้กับอีตาหมอบ้านี่คนเดียว หากเป็นคนอื่นพาไป จะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้ ช่วงนี้ยิ่งมีข่าวออกอยู่บ่อยๆ ว่าผู้หญิงถูกวางยาโดนพาไปรุมข่มขืนฆ่าหมกป่า
ภัทรดนัยอาบน้ำเสร็จก็เดินออกมาจากห้องน้ำ เขาเห็นเธอนั่งร้องไห้เช็ดน้ำตาป้อยๆ แล้วก็สงสาร แต่ทำยังไงได้ ในเมื่อเธอเป็นผู้หญิงสวยที่คู่ควรแก่การพามากกกอด เขาเดินไปหยิบผ้าขนหนูให้เธอ ชาลิสาเงยหน้าขึ้นมองเขาทั้งน้ำตา
“ไปอาบน้ำก่อน ใจเย็นๆ แล้วค่อยมาคุยกัน” ภัทรดนัยบอกเธอด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ไม่กวนอารมณ์เหมือนตอนแรก ชาลิสาหยิบผ้าขนหนูมาพันตัวเอาไว้ และเดินเข้าห้องน้ำไป เธอใช้เวลาอาบน้ำ สระผมไม่นานก็เดินออกมา
ชายหนุ่มจ้องมองหญิงสาวที่ไร้เครื่องสำอางอย่างเผลอไผล แม้ยามไม่มีอะไรแต่งแต้มบนใบหน้า เธอยังคงความสวยงามเอาไว้ได้เหมือนเดิม ใบหน้าเธอยังดูเป็นเด็กอยู่เลย หน้าตาเธอน่าเอ็นดูไม่น้อย เธอไปนั่งเป่าผมจนแห้งสนิท แล้วค่อยหยิบชุดที่ถูกถอดกระจัดกระจายบนพื้นไปสวมใส่ในห้องน้ำ
“เธออายุเท่าไหร่” ภัทรดนัยเป็นฝ่ายเริ่มบทสนทนา หลังจากที่เธอแต่งตัวเรียบร้อยแล้ว และมานั่งบนเตียง
“22”
“ชื่ออะไร”
“ลิสา... ชาลิสา” เธอตอบสั้นๆ ไม่อยากจะมองหน้าเขาด้วยซ้ำ
“ฉันชื่อภัทร... ภัทรดนัย อายุ 37 ปีแล้ว เป็นหมออายุรกรรม” เขาแนะนำตัวเองคร่าวๆ ชาลิสาเงยหน้าขึ้นมองค้อนขวับ ทั้งๆ ที่เขาเป็นหมอแท้ๆ แต่ช่วยอะไรเธอไม่ได้เลย หนำซ้ำยังปู้ยี่ปู้ยำเธออีก
“เธอทำงานอะไร” เขาถามต่อ
“ครีเอทีฟ บริษัทโฆษณา”
“เพิ่งเรียนจบมาเหรอ”
“ใช่ นี่... คุณจะถามอะไรฉันเยอะ ถามอย่างกับฉันจะมาสัมภาษณ์งาน มีอะไรสำคัญก็พูดมาสิ ฉันจะได้กลับ!” หญิงสาวผู้มีความอดทนน้อยโวยวาย ภัทรดนัยมองคนใจร้อนอย่างอ่อนใจ
“เมื่อคืนนี้ หลังจากที่เรามีอะไรกัน 3 ครั้ง ถุงยางมันก็หมดใช่ไหม แล้วเราก็มีอะไรกันต่อ... โดยไม่ได้ใช้ถุงยาง” ภัทรดนัยพูดตรงๆ ชาลิสามองหน้าเขม็ง พร้อมจะเข้าไปชาร์ตชายหนุ่มได้ทุกเมื่อ
“คุณเป็นโรคติดต่อหรือเปล่า”
“เปล่า ฉันไม่ได้เป็นโรคติดต่อ ฉันเป็นหมอนะ ดูแลตัวเองดี ว่าแต่เธอ... เป็นโรคอะไรไหม ถ้ามีโรคอะไรก็บอกมาตรงๆ” เขาถามไปตามตรง
“ไม่มี”
“ดีแล้ว ตอนนี้ที่ฉันห่วงคือ ไอ้น้ำที่ 4 ถึงน้ำที่ 8 ของฉันที่มันเขาไปในตัวเธอน่ะ มันเสี่ยงที่จะทำให้เธอท้อง เพราะฉะนั้นเธอต้องกินยาคุมฉุกเฉิน”
“โอเค ฉันเข้าใจแล้ว ธุระคุณมีเท่านี้ใช่ไหม ฉันจะได้กลับบ้าน”
“ทำไมรีบร้อนกลับนักล่ะ ฉันยังอยากนอนกอดเธออยู่เลย” ภัทรดนัยทำเสียงหวานใส่ แววตาหยอกล้อจนน่าโดนตบ
“อย่ามาพูดพล่อยๆ คุณเอาเปรียบฉันมามากพอแล้ว ฉันไม่เอาเรื่องคุณก็ดีแค่ไหน!”
“ดุจริง... เดี๋ยวกินข้าวก่อน แล้วฉันจะพาเธอไปส่งบ้าน”
“ไม่ต้อง ฉันกลับเองได้!”
“เธอจะกลับยังไง”
“กลับแท็กซี่ คุณไม่ต้องมาทำเป็นห่วงฉัน ฉันดูแลตัวเองได้” เธอบอกและลุกขึ้นเดินออกไปจากห้อง ภัทรดนัยรีบเดินตาม ก่อนจะฉุดเธอไว้ก่อน
“กินข้าวก่อน เดี๋ยวเป็นลมเป็นแล้งไป ฉันให้คนใช้เตรียมอาหารไว้ให้แล้ว ให้ฉันไปส่งเธอเนี่ยแหละ ดีที่สุดแล้ว ฉันจะได้พาเธอไปซื้อยาคุมฉุกเฉินด้วย”
“ฉันซื้อเองได้”
“แต่ฉันเป็นหมอ ย่อมรู้ดีกว่าเธอว่ายายี่ห้อไหนดี ยี่ห้อไหนไม่ดี” เขาเอาวิชาชีพมาเป็นข้ออ้าง ทำให้เธอต้องยอมกินข้าวและยอมให้เขาพาไปซื้อยาคุมฉุกเฉิน ก่อนจะไปส่งเธอที่คอนโด
ภัทรดนัยเงยหน้ามองคอนโดสูงใจกลางเมือง ใกล้กับสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันแล้วก็หันมามองหญิงสาว เธอเตรียมจะลงจากรถ เขาจึงรั้งเธอไว้ก่อน
“ลิสา...”
“มีอะไรอีก!”
“นี่เบอร์ติดต่อฉัน ถ้ามีอะไรก็โทรมาหาฉันได้ตลอดนะ” เขายื่นนามบัตรให้ ชาลิสารับมาแบบส่งๆ ไม่ใคร่สนใจนัก
“ฉันไปได้หรือยัง...” เธอรับนามบัตรมาใส่ในกระเป๋าและถามอย่างหาเรื่อง
“ได้แล้ว ดุจริง!”
เขาบ่น แต่เธอไม่สนใจ เดินลงจากรถและเข้าไปในคอนโดทันที ภัทรดนัยมองตามอย่างแสนเสียดาย อยากจะสานต่อความสัมพันธ์ เพราะชื่นชอบลีลารักร้อนแรงของเธอไม่น้อย แต่คิดไปคิดมาไม่เอาดีกว่า ดูเธอเป็นคนหัวแข็ง ไม่ยอมคน ขี้เหวี่ยงขี้โวยวายใช้ได้เลย ไม่ใช่สเปคเขาเลยสักนิด สเปคของเขาต้องผู้หญิงน่ารัก อ่อนโยน อ่อนหวาน ขี้อ้อน ช่างเอาใจเท่านั้น
ชาลิสาขึ้นมาถึงคอนโด เธอทิ้งตัวนอนลงบนเตียงอย่างอ่อนล้า พอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู ก็พบว่าเธอมีสายเรียกเข้าเป็นร้อยๆ สายจากเพื่อนๆ และมีสายโทรเข้าจากไบรอัน... หนุ่มลูกครึ่งไทย-อังกฤษ ที่เธอแอบชอบ และกำลังคุยๆ กันอยู่ ยิ่งคิดยิ่งเสียใจ เธอควรจะเสียตัวให้กับไบรอัน ไม่ใช่อีตาหมอบ้านั่น!
เธอนั่งไล่ตอบข้อความเพื่อนๆ โดยใช้ข้ออ้างว่าเมาแล้วกลับบ้านโดยไม่รู้ตัว เธอยังไม่โทรไปหาไบรอันตอนนี้ เพราะยังทำใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้ แม้ว่าภายนอกเธอจะดูเข้มแข็ง ดูเหมือนไม่เป็นอะไร แต่ภายในมันเจ็บปวดรวดร้าวไปหมด แต่ก่อนอื่น... เธอต้องกินยาคุมฉุกเฉินก่อน เพื่อป้องกันการพลาด หลังจากนั้นเธอก็หลับไป จนกระทั่งดึกๆ เธอตื่นขึ้นมาอีกครั้ง เพราะเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นไม่ขาดสาย
“หวัดดีไบรอัน...” ชาลิสาเปิดกล้องวิดีโอ เธออยู่ในสภาพที่งัวเงีย
“ไอโทรหายูตั้งแต่เมื่อคืน แต่ยูไม่ยอมรับสายเลย” ไบรอันถามเสียงเครียด แววตาฉายชัดถึงความเป็นห่วง
“ขอโทษที ไอเมา... เพิ่งสร่าง” เธอโกหกไปคำโต ไบรอันส่ายหน้าน้อยๆ เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอเมาแล้วหลับแบบไม่รู้เรื่องรู้ราว
“ลดๆ ลงบ้าง ไอเป็นห่วงยู เมาไม่รู้เรื่องแบบนี้อันตรายรู้หรือเปล่า” เขาเตือน ซึ่งสิ่งนี้เป็นสิ่งที่เธอเพิ่งรู้ซึ้งจากเหตุการณ์เมื่อคืนนี้
“ไอรู้แล้ว หลังจากนี้ก็คงจะลดๆ ลงนั่นแหละ เมื่อไหร่ยูจะกลับไทย คิดถึง” เธอเข้าสู่โหมดอ้อน ไบรอันยิ้มจนเห็นไรฟัน
“อีกสองเดือน รอหน่อยนะ ไอก็คิดถึงยูจะแย่แล้วเหมือนกัน”
“ตั้งใจทำงานนะ”
“โอเคครับ ฝันดีนะ” ไบรอันส่งจูบให้ ชาลิสายิ้ม แต่เป็นรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความเศร้า เธอวางสายจากเขาไปแล้ว แต่มันรู้สึกหน่วงๆ ในอกไปหมด แม้ว่าไบรอันจะเป็นลูกครึ่ง ไม่ถือสาเรื่องพรหมจรรย์ แต่เธอก็ยังรู้สึกผิด ทั้งๆ ที่เธอกำลังคบหาดูใจกับเขาอยู่ แม้จะยังไม่ได้ตกลงเป็นแฟนกันก็ตาม แต่เธอดันไปพลาดท่าเสียทีให้คนอื่น หากเขารู้ต้องเสียใจมากแน่ๆ
