บท
ตั้งค่า

ลืมตาตื่นกลางงานเต้นรำ พร้อมบทละครฉากใหญ่ 2

ประโยคฉันลื่นตกลงไปเองของไป๋ลู่หลิน ไม่ต่างอะไรกับการราดน้ำมันลงบนกองไฟ มันยิ่งทำให้ผู้คนรู้สึกว่านางเอกช่างแสนดีมีเมตตา และนางร้ายอย่างซ่งชิงเยี่ยนช่างชั่วช้าสามานย์ที่แม้แต่เหยื่อยังพยายามปกป้อง

ซ่งชิงเยี่ยนในร่างเดิม หากเจอสถานการณ์เช่นนี้คงจะพุ่งเข้าไปตบตีไป๋ลู่หลินด้วยความโทสะที่ถูกใส่ร้าย และกรีดร้องด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคาย ซึ่งนั่นจะยิ่งเป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์หญิงบ้าคลั่งให้ฝังรากลึกในใจทุกคน ตามพล็อตเรื่องเดิมที่นางเอกดอกบัวขาววางหลุมพรางไว้

แต่ขอโทษทีนะแม่ดอกบัวขาว ตอนนี้คนที่ยืนอยู่ตรงนี้ ไม่ใช่ซ่งชิงเยี่ยนคนโง่คนเดิมอีกต่อไปแล้ว

เล่นละครฉากใหญ่ต่อหน้านักแสดงระดับรางวัลออสการ์อย่างงั้นหรือ? อ่อนหัดไปร้อยปีเถอะ!

แทนที่จะตื่นตระหนกตกใจหรือพุ่งเข้าไปอาละวาดตามความคาดหมายของทุกคน ซ่งชิงเยี่ยนกลับยืนนิ่งสงบแผ่นหลังตั้งตรงดุจต้นสน เธอเพียงเหยียดยิ้มเย็นชาที่มุมปากเล็กน้อยจนแทบไม่มีใครสังเกตเห็น

ในชั่วพริบตา บรรยากาศรอบตัวของเธอก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง นัยน์ตาดอกท้อที่เคยก้าวร้าว ดุดัน และเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราด บัดนี้กลับทอประกายสั่นระริก ความเย่อหยิ่งถูกแทนที่ด้วยความตกตะลึงและหวาดหวั่นอย่างสมบูรณ์แบบ

หนึ่ง... สอง... สาม...

เพียงแค่สามวินาที หยาดน้ำตาเม็ดโตก็ร่วงหล่นจากหางตาที่แดงเรื่อของซ่งชิงเยี่ยน ไหลกลิ้งลงมาตามพวงแก้มขาวซีดอย่างงดงาม ไม่ได้ฟูมฟายจนดูเสแสร้ง แต่เป็นการร้องไห้อย่างเงียบงันที่แฝงไปด้วยความเจ็บปวดล้ำลึก

เธอยกมือที่สั่นเทาขึ้นปิดปากเล็กน้อย ราวกับไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ตนเองเพิ่งได้ยิน ก่อนจะถอยหลังไปหนึ่งก้าวคล้ายคนหมดแรง ร่างกายบอบบางสั่นเทาเบาๆ ดูเปราะบางราวกับกิ่งหลิวที่ต้องลมพายุ ช่างดูน่าสงสารเสียยิ่งกว่าคนที่เพิ่งตกน้ำขึ้นมาเสียอีก

“สหายไป๋...” ซ่งชิงเยี่ยนเอ่ยปาก น้ำเสียงของเธอแหบพร่าและสั่นเครือ แฝงไปด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจอย่างถึงที่สุด

“เธอ... ทำไมเธอถึงพูดจาให้คนอื่นเข้าใจผิดแบบนี้ล่ะ? ฉันเพิ่งเดินมาถึงตรงนี้ ยังไม่ทันได้พูดกับเธอสักคำ เธอก็ลื่นตกลงไปเอง แล้วทำไม... ทำไมเธอถึงต้องพูดเหมือนฉันเป็นคนจงใจผลักเธอด้วย?”

ผู้ชมรอบข้างที่กำลังด่าทอถึงกับชะงักไปชั่วขณะ ไม่มีใครคาดคิดว่าหญิงร้ายกาจอย่างซ่งชิงเยี่ยนจะมีมุมที่ดูอ่อนแอและน่ารังแกเช่นนี้

ไป๋ลู่หลินเองก็ชะงักงันไปเช่นกัน แววตาของนางเอกต้นฉบับฉายแววสับสนไปวูบหนึ่ง หล่อนไม่คิดว่าซ่งชิงเยี่ยนจะใช้ไม้นี้

“พี่สะใภ้ ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้นนะคะ ฉันก็บอกแล้วไงคะว่าฉันลื่นลงไปเอง” ไป๋ลู่หลินรีบบีบน้ำตาเพิ่ม พยายามดึงความสงสารกลับมา

“ลื่นลงไปเองงั้นหรือ?” ซ่งชิงเยี่ยนไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดมือ เธอปาดน้ำตาออกจากหางตาช้าๆ แววตาที่สั่นระริกเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความแน่วแน่และแหลมคม ซ่อนอยู่ภายใต้ใบหน้าที่ยังคงดูเศร้าหมอง

“ถ้าอย่างนั้น ฉันขอถามอะไรเธอสักหน่อยเถอะ สหายไป๋”

ซ่งชิงเยี่ยนก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างช้าๆ มั่นคง ท่ามกลางสายตาจับจ้องของทุกคน เธอชี้มือไปยังริมขอบสระน้ำพุจุดที่เกิดเหตุ

“ทุกคนคะ รบกวนช่วยดูให้ชัดเจนที” น้ำเสียงของซ่งชิงเยี่ยนชัดถ้อยชัดคำ ก้องกังวานและเต็มเปี่ยมไปด้วยตรรกะ “เมื่อครู่ทุกคนต่างกล่าวหาว่าฉันผลักสหายไป๋ตกลงไปในน้ำจากด้านหลังใช่ไหมคะ?”

สหายทหารหญิงคนที่ด่าทอเมื่อครู่อึกอักเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้า “ชะ...ใช่ ฉันเห็นหล่อนยืนอยู่ข้างหลังสหายไป๋”

“ดีมากค่ะ” ซ่งชิงเยี่ยนยิ้มบางๆ ที่มุมปาก แต่เป็นยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา

"ตามหลักเหตุผลง่ายๆ เลยนะคะ ถ้าฉันผลักเธอจากด้านหลัง เธอต้องหน้าคะมำตกน้ำไปในท่าคว่ำหน้าสิ ไม่ใช่หงายหลังตกลงไปแบบนี้ ถูกไหมคะ?"

ผู้คนเริ่มขมวดคิ้วตามคำพูดของเธอ หลายคนเริ่มจินตนาการตามและพยักหน้าเห็นด้วยเบาๆ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel