บท
ตั้งค่า

อาหารเลิศรสหน้าโรงงานทอผ้า 2

ที่นี่คือโลกส่วนตัวของเธอไร่ผักเขียวขจีทอดตัวยาวสุดลูกหูลูกตา ผักกาดขาวต้นอวบน้ำใบหนาสีเขียวสดดั่งมรกตเรียงรายเป็นระเบียบ และหัวไชเท้าที่โผล่พ้นดินขึ้นมานั้นขาวนวลราวกับแท่งหยกมันแพะชั้นดี พืชพรรณเหล่านี้เติบโตขึ้นด้วยพลังปราณจากดินดำและน้ำพุวิเศษ รสชาติของมันย่อมไม่ใช่อะไรที่ผักธรรมดาในโลกภายนอกจะเทียบติด

เสี่ยวเวยเดินไปที่บ่อน้ำพุหยกขาววักน้ำขึ้นมาล้างหน้าล้างตา ความเย็นสดชื่นช่วยปลุกให้สมองปลอดโปร่งถึงขีดสุด เธอไม่รอช้าหยิบตะกร้าไม้ไผ่ในกระท่อมออกมาแล้วลงมือเก็บผักด้วยสองมือของตัวเอง

กร๊อบ

เสียงหักก้านผักกาดขาวดังกรอบสนั่นบ่งบอกถึงความสดใหม่ เสี่ยวเวยถอนหัวไชเท้าออกมาอีกหลายหัวอย่างทะมัดทะแมง การที่เธอเข้ามาทำงานในมิติด้วยร่างกายจริง ทำให้เธอสามารถขนย้ายวัตถุดิบออกไปได้สะดวกและรวดเร็วกว่าการใช้จิตเพียงอย่างเดียว

เมื่อได้วัตถุดิบครบตามต้องการ เธอตักน้ำพุวิเศษใส่ถังไม้ขนาดใหญ่สองถัง เตรียมพร้อมสำหรับภารกิจสำคัญ

“ออก”

เพียงแค่ความคิดร่างของเธอกลับมายืนอยู่ในห้องเช่าพร้อมกับตะกร้าผักและถังน้ำที่หนักอึ้ง แต่ด้วยผลของน้ำพุวิเศษที่ดื่มกินเข้าไป พละกำลังของเธอจึงมีมากพอที่จะแบกมันได้สบายๆ

แม้ในใจจะอยากทำอาหารเลิศรสอย่างหมูตุ๋นน้ำแดงหรือเป็ดพะโล้เพียงใด แต่สถานะทางการเงินในตอนนี้อนุญาตให้เธอทำได้เพียงเมนูที่เรียบง่ายที่สุดต้นทุนต่ำที่สุด ทว่ามันต้องเป็นเมนูที่ดึงดูดใจและเยียวยาผู้คนได้มากที่สุด

"น้ำแกงผักกาดขาวและหัวไชเท้าดองปรุงรส" คือคำตอบสุดท้าย

ในยุคที่เนื้อสัตว์เป็นของฟุ่มเฟือยต้องใช้ตั๋วเนื้อแลกซื้อ และน้ำมันพืชมีราคาแพงระยับ การทำอาหารให้อร่อยโดยไม่ใช้เนื้อสัตว์คือบททดสอบฝีมือแม่ครัวอย่างแท้จริง

เสี่ยวเวยลงมือล้างผักอย่างพิถีพิถัน เธอนำหัวไชเท้ามาหั่นเป็นชิ้นบางๆ ขนาดพอดีคำ ดองคลุกเคล้ากับเกลือเม็ดและพริกป่นหยาบๆ ที่เหลือติดก้นครัวเพียงน้อยนิด แต่เคล็ดลับสำคัญอยู่ที่การพรมน้ำพุวิเศษลงไปหมักด้วยเพื่อช่วยดึงความหวานกรอบตามธรรมชาติออกมาและรักษาสภาพผักให้สดใหม่อยู่เสมอ

ส่วนผักกาดขาวนั้นเธอนำมาต้มในหม้อใบเขินใบใหญ่ เคี่ยวด้วยไฟอ่อนๆ กับน้ำพุวิเศษ โดยไม่ปรุงแต่งรสชาติด้วยผงชูรสหรือซุปก้อนแม้แต่น้อย อาศัยเพียงรสหวานล้ำลึกจากตัวผักและพลังจากน้ำทิพย์

เวลาเจ็ดโมงเช้าบรรยากาศหน้าโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่เต็มไปด้วยความเร่งรีบและมีชีวิตชีวา เสียงกริ่งจักรยานดัง กริ๊ง... กริ๊ง... ประสานไปกับเสียงฝีเท้าของคนงานนับพันชีวิตที่สวมชุดยูนิฟอร์มสีน้ำเงินและสีเทาอันเป็นเอกลักษณ์ของชนชั้นแรงงานในยุคนั้น

ไอหมอกจางๆ ลอยปกคลุมยอดไม้ สายลมพัดพาเอากลิ่นน้ำมันเครื่องและฝุ่นละอองคละคลุ้ง แต่วันนี้มีกลิ่นหอมบางอย่างที่แปลกแยกแทรกซึมเข้ามา

หลินเสี่ยวเวยปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับรถเข็นไม้เก่าคร่ำคร่าที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดทุกการเคลื่อนไหว รถเข็นคันนี้เธอกัดฟันเช่ามาจากป้าเจ้าของห้องเช่าในราคา 5 เหมาต่อวัน บนรถมีหม้อต้มใบใหญ่ที่ขัดจนสะอาดวับ และไหดินเผาใบเล็กๆ สองสามใบ

เธอจงใจเลือกทำเลทองใต้ร่มเงาของต้นการบูรยักษ์แผ่กิ่งก้านสาขา ซึ่งเป็นจุดตัดทางผ่านหลักที่คนงานทุกคนต้องเดินผ่านก่อนเข้าประตูโรงงาน

ฟู่...

ทันทีที่เสี่ยวเวยเปิดฝาหม้อน้ำแกง ควันสีขาวพวยพุ่งออกมาม้วนตัวขึ้นสู่อากาศ พร้อมกับกลิ่นหอมที่ระเบิดออกมาราวกับดอกไม้บานสะพรั่ง!

มันไม่ใช่กลิ่นฉุนของเครื่องเทศราคาถูกที่ชวนเวียนหัว แต่มันคือกลิ่นหอมสะอาด บริสุทธิ์และสดชื่นอย่างน่าประหลาด กลิ่นของผักกาดขาวที่ต้มจนเปื่อยได้ที่ผสมผสานกับไอระเหยของน้ำพุวิเศษ สร้างอานุภาพทำลายล้างที่ทำให้ใครก็ตามที่ได้กลิ่นต้องรู้สึกน้ำลายสอ ลำไส้บิดเกลียวด้วยความหิวโหย

“ฮัดชิ้ว! หอมจังแม่สาวน้อยนี่เธอขายอะไรน่ะ กลิ่นหอมเหลือเกิน!”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel