บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 5 หลินหอมหมื่นลี้

ตอนที่ 5 หลินหอมหมื่นลี้

แสงอรุณวันใหม่สาดส่องผ่านรอยแยกของฝาบ้านดินเหนียว กระทบเข้ากับใบหน้าของ หลินชิงเซียว ที่กำลังขมักเขม้นอยู่หน้าเตาไฟตั้งแต่เช้ามืด กลิ่นหอมกรุ่นของน้ำตาลทรายแดงที่เคี่ยวจนเป็นคาราเมลเข้มข้นลอยอบอวลไปทั่วห้องครัวเล็กๆ ผสมผสานกับกลิ่นหอมสะอาดของใบเตยหอมที่เธอเก็บมาจากริมรั้ว

ในมือเรียวบางนั้นกำลังนวดแป้งมันสำปะหลังที่ผสมกับน้ำต้มเดือดอย่างใจเย็น ความร้อนจากแป้งทำให้ผิวพรรณของเธอแดงระเรื่อ แต่นัยน์ตาคู่นั้นกลับนิ่งสงบและมีสมาธิอย่างน่าอัศจรรย์ นี่ไม่ใช่แค่การทำอาหาร แต่มันคือการ สร้างประวัติศาสตร์ ในยุคที่ผู้คนยังไม่รู้จักเครื่องดื่มที่เรียกว่า ชานมไข่มุก

"ชิงเซียว... ลูกตื่นมาทำอะไรตั้งแต่ไก่โห่ พ่อบอกแล้วไงว่าอย่าหักโหมนัก"

เสียงแหบพร่าของ หลินเจิ้น ดังมาจากเตียงนอน ชิงเซียวเงยหน้าขึ้นยิ้มให้ผู้เป็นพ่อ แววตาเต็มไปด้วยความอ่อนโยนที่ซ่อนความเด็ดเดี่ยวไว้ภายใน

"หนูกำลังเตรียม 'อาวุธลับ' ชิ้นใหม่ค่ะพ่อ แป้งทอดอย่างเดียวอาจจะทำให้เรามีกินมีใช้ แต่ถ้าจะปลดหนี้ก้อนใหญ่และสร้างรากฐานให้ครอบครัวเรา หนูต้องมีสิ่งที่คนอื่นไม่มี และไม่มีใครเลียนแบบได้ง่ายๆ"

เธอมองไปยังแป้งก้อนกลมมนที่เพิ่งนวดเสร็จ ก่อนจะเริ่มลงมือ ปั้น ด้วยมือทีละเม็ด... ทีละเม็ด... เม็ดแป้งขนาดเท่าปลายนิ้วก้อยถูกคลึงจนกลมเกลี้ยงวางเรียงรายอยู่ในถาดไม้ ความยากลำบากในยุคที่ไร้เครื่องจักรกลอัตโนมัติ ทุกเม็ดคือหยาดเหงื่อและความอดทน ชิงเซียวคำนวณในใจอย่างรวดเร็ว

[ถ้าฉันต้องการยอดขายวันละ 100 หยวน ฉันต้องเตรียมไข่มุกให้พอสำหรับเครื่องดื่มอย่างน้อย 200 แก้ว นี่คือแรงงานคนล้วนๆ]

ช่วงสายของวัน ชิงเซียวหอบหิ้วอุปกรณ์และหาบขนมมุ่งหน้าไปยัง ตลาดสดชิงหยวน ทำเลที่เธอเล็งไว้ไม่ใช่ทางเข้าตลาดที่วุ่นวายจนเกินไป แต่เป็นมุมสามแยกที่เป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างสถานีขนส่งกับทางเดินเข้าโรงงานทอผ้า ทำเลนี้คือ คอขวด ที่ใครผ่านไปมาก็ต้องมองเห็น

ที่ตรงนั้นมีแผงลอยเก่าๆ ของ เถ้าแก่เฉิน ชายวัยกลางคนหน้าตาบูดบึ้งที่กำลังนั่งตบแมลงวันอยู่หน้าแผงขายน้ำชาจืดๆ ของเขา ชิงเซียวเดินเข้าไปด้วยรอยยิ้มพิมใจพร้อมกับถุงแป้งทอดร้อนๆ ในมือ

"เถ้าแก่เฉินคะ เหนื่อยไหมคะ? วันนี้ หนูเอาขนมมาฝากค่ะ"

เถ้าแก่เฉินปรายตามองเด็กสาวบ้านนอกตรงหน้าด้วยความระแวง

"มีอะไรนังหนู? ที่ตรงนี้ฉันจองไว้แล้วนะ ถ้าจะมาแย่งที่ขายของล่ะก็ ฝันไปเถอะ"

ชิงเซียวหัวเราะเบาๆ ท่าทางสง่างามจนเถ้าแก่เฉินแอบแปลกใจ

"หนูไม่ได้มาแย่งที่ค่ะ แต่หนูมาเสนอ 'ขุมทอง' ให้เถ้าแก่ต่างหาก หนูเห็นว่าแผงของเถ้าแก่ทำเลดีมาก แต่น้ำชาจืดๆ นี่กำไรต่อแก้วไม่กี่เหมาเองนะคะ จะดีกว่าไหม... ถ้าเรามาทำข้อตกลงกัน?"

ชิงเซียวเริ่มใช้ทักษะการเจรจาระดับผู้บริหารในชาติก่อน เธอไม่เสนอค่าเช่าเป็นเงินคงที่เพราะรู้ว่าเถ้าแก่จะปฏิเสธ

"หนูขอเช่าพื้นที่มุมเล็กๆ ของแผงเถ้าแก่ค่ะ ค่าเช่ารายเดือนหนูให้ 50 หยวน... แต่เท่านั้นยังไม่พอ หนูจะให้ 'ส่วนแบ่งยอดขาย' อีก 10% จากทุกแก้วที่หนูขายได้เดี๋ยวนี้เลย!"

เถ้าแก่เฉินขมวดคิ้ว

"10% รึ? มันจะไปได้สักกี่บาทกันเชียว"

ชิงเซียวไม่รอช้า เธอเปิดฝาถังน้ำแข็งใบเล็กที่พกมาด้วย กลิ่นหอมหวานของชานมสีส้มทองผสมกับกลิ่นคาราเมลของไข่มุกต้มสุกใหม่ๆ ลอยออกไปเตะจมูกผู้คนรอบข้าง เธอตักไข่มุกสีดำขลับที่มันวาวลงในแก้ว ตามด้วยน้ำแข็งและน้ำชานมสูตรลับที่เคี่ยวจากใบชาคุณภาพดีผสมนมข้นหวานอย่างลงตัว

"ลองชิมดูสิคะเถ้าแก่ ถ้าเถ้าแก่คิดว่ามันขายไม่ได้ หนูจะไม่มาเหยียบที่นี่อีกเลย"

เถ้าแก่เฉินรับแก้วไปดื่มด้วยความจำใจ แต่ทันทีที่หลอดดูดเอาเม็ดแป้งนุ่มหนึบเข้าไปในปาก ดวงตาที่เคยขุ่นมัวก็เบิกกว้าง

"นี่มัน... อะไรกัน? ทำไมมันถึงนุ่มหนึบและหอมแบบนี้!"

"มันเรียกว่า 'ชานมไข่มุกหลินหอมหมื่นลี้' ค่ะ"

ชิงเซียวกล่าวด้วยความมั่นใจ

"ถ้าวันนี้หนูขายได้ 100 แก้ว แก้วละ 1 หยวน เถ้าแก่จะได้ส่วนแบ่งทันที 10 หยวนต่อวัน เดือนหนึ่งเถ้าแก่จะได้เงินพิเศษเกือบ 300 หยวน โดยที่เถ้าแก่ไม่ต้องทำอะไรเลย นอกจากนั่งดูหนูขายของ... มากกว่าค่าเช่าแผงแถวนี้ถึง 6 เท่า!"

เถ้าแก่เฉินรีบตบโต๊ะดัง ปัง!

"ตกลง! ใครไม่ตกลงก็โง่เต็มทีแล้ว!"

ในยุคปี 1995 ที่ผู้คนรู้จักแค่ชาร้อนกับน้ำอัดลม การปรากฏตัวของเครื่องดื่มที่มี ลูกกลมๆ สีดำ ให้เคี้ยวเล่นจึงกลายเป็นเรื่องประหลาดที่น่าตื่นตาตื่นใจ ชิงเซียวไม่ได้ตั้งแผงเฉยๆ เธอใช้กลยุทธ์ Visual Impact โดยการใช้แก้วใส (ซึ่งราคาแพงกว่าแก้วพลาสติกขุ่นเล็กน้อยแต่คุ้มค่า) เพื่อให้คนเห็นชั้นของไข่มุกที่ก้นแก้ว

"เร่เข้ามาค่ะ! ชานมไข่มุกเจ้าแรกในมณฑลซานตง! ดื่มแล้วสดชื่น เคี้ยวสนุก รสชาติที่คนเมืองหลวงยังไม่ได้กิน!"

เสียงใสๆ ของชิงเซียวดึงดูดกลุ่มสาวโรงงานที่เพิ่งเลิกกะ เมื่อคนแรกได้ลองชิม ความอร่อยที่แปลกใหม่ก็ถูกบอกต่อแบบปากต่อปากราวกับไฟลามทุ่ง ภายในเวลาไม่ถึงชั่วโมง หน้าแผงของเถ้าแก่เฉินที่เคยเงียบเหงากลับเนืองแน่นไปด้วยผู้คนจนล้นออกมาถึงถนนดินลูกรัง

"แม่หนู เอาให้ฉันสองแก้ว!"

"ฉันเอาสามแก้ว ใส่ไข่มุกเยอะๆ นะ!"

มือของชิงเซียวขยับไหวราวกับร่ายรำ เธอตักไข่มุก เติมน้ำแข็ง เทชานม และปิดฝาด้วยความรวดเร็วและแม่นยำ แม้จะเหนื่อยจนเหงื่อซึมตามไรผม แต่รอยยิ้มบนหน้าเธอกลับไม่เคยจางหาย ในใจเธอคำนวณเงินสดที่ไหลเข้ากระเป๋าผ้าดิบอย่างต่อเนื่อง

[แก้วละ 1 หยวน... ตอนนี้ผ่านไปสองชั่วโมง น่าจะขายได้เกือบ 80 แก้วแล้ว!]

ขณะที่การค้ากำลังไปได้สวย สายตาคมกล้าของชิงเซียวก็เหลือบไปเห็นเงาร่างหนึ่งที่คุ้นเคยยืนอยู่อีกฟากของถนน เซียวจ้านหรง ในชุดทหารนอกเครื่องแบบสีเขียวขี้ม้า เขายืนพิงมอเตอร์ไซค์คันใหญ่พลางเฝ้ามองเธอด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก แต่ในนั้นมีความชื่นชมระคนประหลาดใจอย่างเห็นได้ชัด

จ้านหรงเดินตรงเข้ามาหาเธอท่ามกลางฝูงชน รัศมีของความน่าเกรงขามทำให้ผู้คนหลีกทางให้เขาโดยอัตโนมัติ

"ดูเหมือนว่า... แม่ค้าแป้งทอดจะเปลี่ยนมาเป็นแม่ค้าชานมเสียแล้วนะ"

เสียงทุ้มต่ำของเขาทำให้หัวใจของชิงเซียวสั่นไหวเล็กน้อยโดยที่เธอไม่ทันตั้งตัว

"ธุรกิจต้องมีการขยับขยายค่ะคุณทหาร"

ชิงเซียวตอบกลับอย่างรวดเร็วพร้อมส่งแก้วชานมให้เขา

"ลองดูไหมคะ? แก้วนี้หนูเลี้ยง... ถือว่าเป็นค่าคุ้มครองคราวก่อน"

จ้านหรงรับแก้วมา สายตาเขาสบเข้ากับดวงตาที่เป็นประกายของเธอ

"รสชาติคงจะ 'เด็ดขาด' เหมือนเจ้าของร้านสินะ"

คำพูดกึ่งเล่นกึ่งจริงนั้นทำให้ชิงเซียวนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะแสร้งทำเป็นยุ่งกับการขายของต่อเพื่อซ่อนพวงแก้มที่เริ่มร้อนผ่าว

เมื่อถึงเวลาเย็นย่ำ ชิงเซียวสรุปยอดขายวันแรก เธอขายไปได้ทั้งหมด 180 แก้ว เป็นเงิน 180 หยวน เมื่อหักต้นทุนและส่วนแบ่งให้เถ้าแก่เฉินไป 18 หยวน (ซึ่งทำให้เถ้าแก่ยิ้มแก้มปริและอาสาเฝ้าอุปกรณ์ให้ฟรี) เธอมีกำไรสุทธิในมือวันนี้ถึง 90 หยวน! ถ้ารวมกับกำไรจากแป้งทอดที่เธอจ้างป้าข้างบ้านช่วยขาย ตอนนี้กำไรสะสมของเธอเริ่มแตะหลัก 1,000 หยวน เข้าไปแล้ว หนี้ 4,500 หยวนที่ดูเหมือนยอดเขาสูงเสียดฟ้าเริ่มดูจะเล็กลงเรื่อยๆ

ทว่า ในขณะที่เธอกำลังเก็บของเตรียมกลับบ้าน เด็กชายตัวน้อยคนหนึ่งก็วิ่งเอาซองจดหมายเก่าๆ มายื่นให้เธอ

"พี่สาวครับ มีคนฝากมาให้พี่"

ชิงเซียวเปิดซองจดหมายออกดู ภายในมีเพียงกระดาษแผ่นเดียวที่เขียนด้วยลายมือขยุกขยิกว่า

'ไม้ใหญ่ย่อมต้านลมแรง... อย่าคิดว่าเงินไม่กี่หยวนจะซื้อชีวิตใหม่ได้ ระวังตัวให้ดี นังเด็กอวดดี'

ชิงเซียวขยำกระดาษแผ่นนั้นในมือจนยับย่น นัยน์ตาที่เคยอ่อนโยนกลับกลายเป็นคมกล้าเย็นชาดุจน้ำแข็งในฤดูหนาว เธอรู้ดีว่านี่คือฝีมือของนายท่านกู๋ หรือไม่ก็ป้าสะใภ้หลิวที่เริ่มอยู่ไม่สุขเมื่อเห็นเธอร่ำรวยขึ้น

"ไม้ใหญ่อาจจะต้านลมแรงไม่ได้..."

ชิงเซียวพึมพำกับตัวเองพลางมองออกไปที่แสงอาทิตย์ที่กำลังลับขอบฟ้า

"แต่ไม้ที่ทำจากเหล็กกล้าอย่างหลินชิงเซียว... ลมพายุแค่ไหนก็ทำอะไรฉันไม่ได้!"

เธอกระชับสายคาดกระเป๋าเงินแน่นขึ้น ความสำเร็จในวันนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น 6 วันที่เหลือกับหนี้ 3,500 หยวนเศษ และศัตรูที่เริ่มเผยเขี้ยวเล็บ... เกมธุรกิจครั้งนี้เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริง!

สถานะการเงินปัจจุบัน: กำไรสะสมประมาณ 1,100 หยวน

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel