พลิกชะตาแม่ค้าหมื่นล้าน ยุค 90

42.0K · อัพเดทล่าสุด
ระฆังพฤษภา|จงร่ายรำบทกวี
21
บท
587
ยอดวิว
9.0
การให้คะแนน

บทย่อ

เมื่อพระเจ้าประทานโอกาสให้ 'หลินชิงเซียว' ย้อนกลับมาในปี 1995 พร้อมสมองระดับอัจฉริยะและสูตรลับรวยทางลัด หนี้แค่นี้เธอจะใช้ให้หมด ส่วนใครที่เคยเหยียบย่ำ... เตรียมตัวรับแรงกระแทกได้เลย! ในปี 2024 หลินชิงเซียว คือนักวางกลยุทธ์ธุรกิจที่ประสบความสำเร็จสูงสุดแต่กลับเดียวดาย เธอเสียชีวิตจากอาการหัวใจวายเพราะโหมงานหนัก แต่แล้วเธอกลับตื่นขึ้นมาในร่างของตัวเองตอนอายุ 19 ปี ในปี 1995 ช่วงเวลาที่มืดมนที่สุดของครอบครัว พ่อพิการจากการทำงาน หนี้นอกระบบท่วมหัว และเธอกำลังจะถูกขายให้คนแก่ตัณหากลับ ด้วยความรู้ในอนาคตอีก 30 ปี และไหวพริบระดับเซียน เธอตัดสินใจเปลี่ยนเส้นทางชีวิตจาก ลูกหนี้ผู้น่าสงสาร สู่การเป็น เจ้าแม่แห่งวงการอุปโภคบริโภค ที่สั่นสะเทือนยุค 90!

นิยายรักโรแมนติกนิยายจีนโบราณทหารนางเอกเก่งเกิดใหม่จีนโบราณโรแมนติกนิยายย้อนยุค

ตอนที่ 1 ตื่นจากฝันร้ายในฤดูใบไม้ร่วงปี 1995

ตอนที่ 1 ตื่นจากฝันร้ายในฤดูใบไม้ร่วงปี 1995

ความเหน็บหนาวที่กัดกินไปถึงขั้วหัวใจเป็นความรู้สึกสุดท้ายที่ หลินชิงเซียว จำได้

ในห้องผู้ป่วยวีไอพีชั้นบนสุดของโรงพยาบาลที่ทันสมัยที่สุดในเซี่ยงไฮ้ ปี 2024 ร่างผอมบางของเธอนอนจมอยู่กับสายระโยงระยาง เสียงเครื่องช่วยหายใจดังประสานกับจังหวะชีพจรที่ค่อยๆ แผ่วลง ดวงตาที่พร่าเลือนมองดูเงาร่างที่คุ้นเคยในชุดสูทราคาแพงที่ยืนอยู่ปลายเตียง... หุ้นส่วนธุรกิจที่เธอไว้ใจที่สุด คนที่เพิ่งเซ็นเอกสารโอนทรัพย์สินทั้งหมดของเธอไปเป็นชื่อของเขาขณะที่เธอกำลังหายใจรวยริน

นี่น่ะหรือ... จุดจบของนักวางกลยุทธ์หญิงที่ใครๆ ต่างก็เรียกว่า 'นางพญาแห่งวงการ' ?

ความมืดมิดเข้าครอบงำพร้อมกับความเสียดทานในอกที่ค่อยๆ จางหายไป ทว่า... แทนที่จะเป็นความว่างเปล่าอย่างที่ควรจะเป็น เธอกลับเริ่มได้ยินเสียงอย่างอื่น

แอ๊ด!... แอ๊ด!...

เสียงเสียดสีของโลหะเก่าๆ ดังขึ้นสม่ำเสมอพร้อมกับสัมผัสของลมร้อนที่เป่ากระทบใบหน้า กลิ่นที่ลอยมาแตะจมูกไม่ใช่กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่เย็นชืด แต่เป็นกลิ่นอับชื้นของไม้เก่า กลิ่นยาฉุนๆ ของยากันยุงแบบขดที่จุดไว้มุมห้อง และกลิ่นแดดจางๆ จากม่านหน้าต่างที่ดูเหมือนจะไม่ได้ซักมานานหลายปี

ชิงเซียวขมวดคิ้วแน่น เปลือกตาที่หนักอึ้งค่อยๆ เปิดขึ้น สิ่งแรกที่เธอเห็นไม่ใช่ฝ้าเพดานสีขาวสะอาดของโรงพยาบาล แต่เป็นเพดานไม้ที่มีคราบน้ำฝนเป็นวงกว้าง แสงแดดยามบ่ายส่องผ่านรอยแยกของหลังคาลงมาเป็นลำแสงที่มีฝุ่นละอองลอยฟุ้ง

"ที่นี่มัน..."

เสียงของเธอแหบพร่าและเบาหวิว

เธอยันกายลุกขึ้นอย่างยากลำบาก ความรู้สึกปวดแปลบแล่นเข้าสู่สมองจนต้องนิ่วหน้า มือเรียวบางยกขึ้นลูบขมับ แต่แล้วเธอก็ต้องชะงักเมื่อมองเห็นมือของตัวเอง

มือคู่นี้... ไม่ได้ซูบผอมจนเห็นกระดูกเหมือนคนวัยเกือบห้าสิบที่ป่วยหนัก แต่มันเป็นมือของเด็กสาว ผิวพรรณแม้จะดูหยาบกร้านจากการทำงานหนักแต่ยังมีความเต่งตึงและนุ่มนวลอย่างที่คนหนุ่มสาวเท่านั้นจะมีได้

ชิงเซียวหันมองรอบห้องด้วยหัวใจที่เต้นรัว บนผนังดินเหนียวที่ทาปูนขาวลอกร่อน มีโปสเตอร์รูปดาราฮ่องกงผมลอนยาวในชุดกี่เพ้าสีแดงสดติดอยู่ มุมหนึ่งมีปฏิทินกระดาษแผ่นใหญ่ที่ระบุปีอย่างชัดเจน... กันยายน ปี 1995

"ปี 1995... ฉันย้อนกลับมาจริงๆ หรือ?"

น้ำตาหยดหนึ่งไหลอาบแก้มโดยไม่รู้ตัว ความทรงจำเกี่ยวกับบ้านเก่าในหมู่บ้านซีเป่ยที่มณฑลซานตงไหลบ่าเข้ามาเหมือนเขื่อนแตก ยุคสมัยที่การสื่อสารยังต้องใช้จดหมาย ยุคที่รถจักรยานตราผีเสื้อยังเป็นของล้ำค่า และยุคที่ชีวิตของเธอพังทลายลงเป็นครั้งแรกเพราะหนี้สินของครอบครัว

ทว่าความซาบซึ้งกลับอยู่ได้ไม่นาน เสียงฝีเท้าหนักๆ ที่เดินกระแทกส้นบนพื้นไม้กระดานหน้าห้องดังขึ้น พร้อมกับเสียงแหลมสูงที่เธอเกลียดเข้าไส้ดังลอดเข้ามา

"ตื่นหรือยัง! นังชิงเซียว! จะนอนกินบ้านกินเมืองไปถึงเมื่อไหร่ รู้ไหมว่านายท่านกู๋อุตส่าห์เจียดเวลาอันมีค่ามาหาถึงที่นี่ ถ้าแกยังทำตัวอิดออด ฉันจะลากคอแกออกมาเอง!"

ป้าสะใภ้หลิว...

ชิงเซียวเม้มริมฝีปากแน่น ดวงตาที่เคยสับสนกลับกลายเป็นคมกล้าและเย็นชาในชั่วพริบตา ในชาติก่อน เธอหวาดกลัวผู้หญิงคนนี้ ยอมก้มหน้าก้มตาทำงานเหมือนทาส และสุดท้ายก็ถูกป้าสะใภ้ใจยักษ์คนนี้แหละที่ร่วมมือกับคนนอกหลอกขายเธอให้กับเศรษฐีแก่ตัณหากลับเพื่อเอาเงินไปใช้หนี้พนันของลูกชายตัวเอง

ปัง!

ประตูไม้สภาพเก่าถูกถีบออกอย่างแรงจนฝุ่นร่วงกราวลงมาจากวงกบ หญิงวัยกลางคนรูปร่างท้วมในชุดเสื้อผ้าฝ้ายลายดอกฉูดฉาดเดินนวยนาดเข้ามา ด้านหลังของเธอคือชายแก่ร่างท้วมที่มีพุงพลุ้ย สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวที่กระดุมแทบจะปริออก ใบหน้ามันเยิ้มของเขามองมาที่ชิงเซียวด้วยสายตาแทะโลมอย่างไม่ปิดบัง

"โอ้โห... ไม่เจอกันแค่ไม่กี่เดือน แม่หนูชิงเซียวโตเป็นสาวเต็มตัวแล้วจริงๆ ผิวพรรณผุดผ่องสมคำร่ำลือ"

นายท่านกู๋ เอ่ยเสียงแหบพล่าพลางลูบพุงตัวเองไปมา

"นายท่านกู๋มองคนไม่ผิดหรอกจ้ะ"

ป้าสะใภ้หลิวรีบประจบ สองมือถูเข้าหากันด้วยความละโมบ

"นังนี่มันสมบัติล้ำค่าของบ้านเรา ถ้าไม่ใช่เพราะเห็นแก่นายท่าน ฉันคงไม่ยอมยกให้ง่ายๆ แบบนี้หรอก... ชิงเซียว! มัวแต่นั่งบื้ออยู่ทำไม รีบลงมาเซ็นสัญญาหมั้นหมายนี่ซะ นายท่านกู๋อุตส่าห์ใจดีบอกว่าถ้าแกตกลง หนี้ 5,000 หยวนที่พ่อแกติดไว้ เขาจะไม่เอาความ แถมยังจะให้เงินตั้งตัวอีกก้อนใหญ่!"

ชิงเซียวมองดู กระดาษสัญญา ที่วางอยู่บนโต๊ะไม้ใกล้เตียง ลายมือไก่เขี่ยบนนั้นระบุชัดเจนว่าเป็นการหมั้นหมายที่ผูกมัดชีวิตเธอไว้ในฐานะ เมียน้อย หรือที่เรียกกันในยุคนั้นว่าอนุภรรยาเพื่อล้างหนี้

ในยุค 90 เงิน 5,000 หยวนนั้นเทียบเท่ากับเงินก้อนโตที่คนงานโรงงานปกติต้องเก็บหอมรอมริบเป็นสิบปี แต่มันกลับเป็นราคาที่ป้าสะใภ้ใช้ประเมินค่าชีวิตของเธอ

ชิงเซียวแค่นยิ้มเย็นชา เธอไม่แม้แต่จะปรายตามองกระดาษใบนั้น แต่กลับจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของป้าสะใภ้หลิว

"เงิน 5,000 หยวน... นั่นคือหนี้ของพ่อฉัน หรือเป็นหนี้พนันของพี่สะใภ้ใหญ่ที่ค้างอยู่ในบ่อนที่ตัวเมืองกันแน่ล่ะคะป้า?"

คำถามนั้นทำให้ป้าสะใภ้หลิวชะงักไปชั่วครู่ ใบหน้าหน้าเปลี่ยนสีจากขาวเป็นแดงก่ำ

"แก... แกพูดเรื่องบ้าอะไร! หนี้ของพ่อแกทั้งนั้นที่รักษาตัวตอนขาหัก อย่ามาปากดีนะนังชิงเซียว!"

"ฉันไม่ได้ปากดี ฉันแค่พูดความจริง"

ชิงเซียวลุกขึ้นยืนช้าๆ แม้ร่างกายจะยังดูอ่อนแอ แต่รัศมีบางอย่างในตัวเธอกลับทำให้คนในห้องรู้สึกกดดันอย่างประหลาด เธอเดินเข้าไปหานายท่านกู๋ด้วยท่าทางที่สง่างามเกินกว่าจะเป็นเด็กสาวชาวบ้าน

"นายท่านกู๋... สัญญาฉบับนี้ไม่มีผลทางกฎหมายหรอกนะคะ ตามกฎหมายการแต่งงานฉบับใหม่ที่รัฐบาลเพิ่งประกาศปฏิรูปมา การบังคับขืนใจหรือการค้ามนุษย์โดยอ้างการแต่งงานมีโทษจำคุกอย่างน้อย 10 ปี คุณอยากใช้เงินซื้อความสบาย หรืออยากใช้เงินซื้อตั๋วเข้าคุกกันแน่?"

นายท่านกู๋ถึงกับสะดุ้ง

"กฎหมาย... กฎหมายอะไรของแก?"

เขารู้สึกเสียหน้าและเริ่มโกรธ

"กฎหมายที่คุณอาจจะยังไม่รู้ เพราะคุณมัวแต่สนใจเรื่องใต้สะดือมากกว่าข่าวสารบ้านเมืองไงคะ"

ชิงเซียวตอบกลับนิ่งๆ

"นังเด็กปากเสีย!"

ป้าสะใภ้หลิวเงื้อมือจะตบ แต่ชิงเซียวคว้าข้อมือหนาๆ นั้นไว้ได้ทันควัน แรงบีบที่ข้อมือทำให้ป้าสะใภ้ร้องโอยออกมา

"ฟังนะป้าสะใภ้... และฟังไว้ด้วยนายท่านกู๋"

ชิงเซียวประกาศก้อง

"หนี้ 5,000 หยวนนั่น ฉันจะเป็นคนหามาคืนเองภายใน 1 เดือน ถ้าฉันคืนได้ สัญญาฉบับนี้ถือเป็นโมฆะและพวกคุณห้ามมาเหยียบที่นี่อีก แต่ถ้าฉันหามาไม่ได้... ฉันจะยอมแต่งเข้าบ้านตระกูลกู๋โดยไม่มีเงื่อนไข"

"1 เดือน? 5,000 หยวนเนี่ยนะ? แกจะไปหามาจากไหน นังเด็กกำพร้าอย่างแกจะหาเงินได้วันละเกือบพันหยวนเชียวหรือ!"

ป้าสะใภ้หลิวหัวเราะเยาะเหมือนได้ฟังเรื่องตลกที่สุดในชีวิต

"นั่นเป็นเรื่องของฉัน"

ชิงเซียวกล่าวพลางชี้มือไปที่ประตู

"ตอนนี้... ไสหัวออกไปจากห้องของฉันได้แล้ว ก่อนที่ฉันจะเปลี่ยนใจไปแจ้งทางการเรื่องพยายามฉุดคร่าอนาจาร!"

แววตาของชิงเซียวที่จ้องมองมานั้นเหมือนคมดาบที่พร้อมจะเชือดเฉือน นายท่านกู๋ที่ขี้ขลาดเป็นทุนเดิมรู้สึกเสียวสันหลังวูบ เขาเริ่มไม่แน่ใจว่านังเด็กคนนี้เป็นคนเดิมที่เขาเคยเห็นเมื่อเดือนก่อนจริงหรือเปล่า

"ก็ได้! 1 เดือน! ถ้าวันศุกร์หน้าแกไม่มีเงิน 5,000 หยวนมากองตรงหน้าฉัน ฉันจะให้คนมาฉุดแกไปขึ้นเตียงโดยไม่ต้องมีพิธีหมั้น!"

นายท่านกู๋ขู่ทิ้งท้ายก่อนจะสะบัดหน้าเดินออกไป

ป้าสะใภ้หลิวถล่มตาใส่ชิงเซียวอย่างอาฆาต

"แกเตรียมตัวตัวตายได้เลยนังชิงเซียว 1 เดือน... หึ! แม้แต่เทวดาก็ช่วยแกไม่ได้!"

เมื่อประตูถูกปิดลงอีกครั้ง ความเงียบก็กลับเข้าครอบงำ ชิงเซียวทรุดตัวลงนั่งบนเตียงที่สั่นคลอน เธอถอนหายใจยาวพลางมองไปที่มือของตัวเองที่ยังสั่นเทาอยู่เล็กน้อย

1 เดือน กับเงิน 5,000 หยวน... ในยุคที่ค่าแรงรายวันไม่ถึง 10 หยวน มันคือภารกิจที่เป็นไปไม่ได้สำหรับคนทั่วไป

แต่สำหรับเธอ... หลินชิงเซียว ผู้ที่เคยคุมอาณาจักรธุรกิจหมื่นล้านในอนาคต ปี 1995 ไม่ใช่ยุคที่แร้นแค้น แต่มันคือยุคที่เต็มไปด้วยขุมทรัพย์ที่คนรอบตัวเธอยังมองไม่เห็น!

"ในเมื่อสวรรค์ให้ฉันกลับมา... ฉันจะทำให้นายท่านกู๋และป้าสะใภ้ได้รู้ว่า การดูถูกผู้หญิงอย่างหลินชิงเซียว คือความผิดพลาดที่ร้ายแรงที่สุดในชีวิตของพวกเขา!"

ชิงเซียวลุกขึ้นยืนอีกครั้ง คราวนี้ไม่มีความลังเลเหลืออยู่ เธอเดินไปที่หน้าต่าง มองออกไปที่ทุ่งนาสีเหลืองทองและปล่องควันโรงงานที่กำลังพ่นควันจางๆ ออกมา

สงครามชีวิตครั้งใหม่... เริ่มต้นขึ้นแล้ว