ตอนที่6 โยนเผือกร้อนมาให้นาง
เมื่อกุนซือลู่จื้อเอ่ยจบ ผู้คนทั้งห้องโถงก็ต่างส่งเสียงฮือฮากันขึ้นมา นี่มันคำถามอะไร? คำถามเช่นนี้แม้แต่ขุนนางก็ยังตอบไม่ได้ นับประสาอะไรกับเหล่าคุณหนู พวกนางจะไปรู้เรื่องการปกครองบ้านเมืองได้อย่างไร คำถามนี้ยากเกินไปแล้ว
“ทูลท่านอ๋องคำถามนี้แม้แต่กระหม่อมยังตอบไม่ได้เลยพ่ะย่ะค่ะ” เป็นเสนาบดีกู้ที่รีบเอ่ยขึ้น
“กระหม่อมก็เห็นด้วยกับเสนาบดีกู้ คำถามยากขนาดนี้คงไม่มีใครตอบได้อย่างแน่นอนพ่ะย่ะค่ะ”
เสนาบดีหวังหยุนเฉิงเอ่ยเสริมขึ้นมา ก่อนจะแอบค่อนขอดท่านอ๋องในใจ นี่กำลังคัดเลือกพระชายาหรือคัดเลือกกุนซือกันแน่เนี่ย
“ทูลถามท่านอ๋อง คำถามนี้ไม่มีคำตอบตายตัวใช่หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?” เสนาบดีโจวเหวินป๋อเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“ใช่เราเพียงอยากฟังความคิดเห็น ไม่มีคำตอบใดถูกหรือผิด” เมื่อเป็นเช่นนี้เขาเองก็รู้สึกโล่งใจเพราะหากมีคนตอบได้ขึ้นมา เขาก็เป็นห่วงว่าจะไปกดดันไป๋เสี่ยวหราน โชคดีที่เขาคิดตั้งคำถามนี้ขึ้นมา เพราะเขาเชื่อว่าคงไม่มีใครตอบได้ เพราะเขาเองก็กำลังคิดหาคำตอบให้ตัวเองอยู่เหมือนกัน
“ในเมื่อคำตอบไม่มีถูกหรือผิด มีคุณหนูท่านใดอยากเสนอความคิดเห็นในเรื่องนี้บ้างหรือไม่?”
เป็นไทเฮาเอ่ยถามขึ้นมาบ้าง ก่อนจะกวาดสายตามองหาผู้กล้า ไป๋เสี่ยวหรานคิดว่าในเมื่อไม่มีใครเอ่ยอะไร นางก็ไม่จำเป็นต้องเสนอหน้า อยู่เงียบ ๆ แบบนี้ก็ดีแล้ว อย่าแกว่งเท้าหาเสี้ยนนะไป๋เสี่ยวหราน
แต่แล้ว...
“คุณหนูไป๋ท่านบอกข้าเองว่าสามารถตอบได้ เหตุใดถึงยังนั่งเงียบอยู่เล่า” เป็นคุณหนูจางม่านอวี้ที่เอ่ยขึ้นมาเพื่อให้ทุกคนได้ยิน คราวนี้ทุกสายตาจึงพุ่งเป้ามองมาที่ไป๋เสี่ยวหรานเป็นจุดเดียวกัน ไป๋เสี่ยวหรานกำหมัดแน่นด้วยความโกรธ สตรีผู้นี้จู่ ๆ ก็โยนเผือกร้อนมาให้นาง คงหวังให้นางได้รับความอับอายเพราะตอบไม่ได้สินะ
“คุณหนูไป๋หากว่าเจ้าตอบได้ ข้าจะให้รางวัลกับเจ้า” ไทเฮาเอ่ยขึ้นมาอย่างอ่อนโยน มองไป๋เสี่ยวหรานด้วยความเห็นใจและเอ็นดู ไทเฮารู้ว่านางถูกกลั่นแกล้ง แต่ในเมื่อคำตอบไม่มีถูกผิด นางจะตอบอย่างไรก็ไม่ถือว่าผิดใช่หรือไม่เล่า
ไป๋เสี่ยวหรานหันไปมองบิดาและท่านย่า พวกเขาต่างส่งยิ้มมาให้อย่างอ่อนโยนอย่างให้กำลังใจ เมื่อนางเห็นเช่นนั้นภายในใจก็รู้สึกฮึกเหิมขึ้นมา ท่านพ่อ ท่านย่า ข้าจะไม่ทำให้พวกท่านผิดหวังในตัวข้าอย่างแน่นอน ไป๋เสี่ยวหรานจึงลุกขึ้นก่อนจะตอบด้วยความมั่นใจ
“เราต้องเปลี่ยนจากการลงนามสงบศึกเป็นเวลา 10 ปี มาเป็นลงนามเป็นพันธมิตรที่ดีต่อกันตลอดไป การลงนามเป็นพันธมิตรไม่ใช่เรื่องง่ายแต่ก็ไม่ใช่เรื่องยาก เวลานี้ศึกสงบเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่จะพูดคุยกัน การโน้มน้าวให้พวกเขายอมเป็นพันธมิตร ต้องมีแรงจูงใจให้พวกเขาเชื่อถือและยอมลงนาม”
“ตัวอย่างเช่นแคว้นต้าโจวมีปัญหาภัยแล้งอยู่บ่อยครั้ง พืชผลทางการเกษตรไม่ได้ผลเพราะปริมาณน้ำไม่เพียงพอ การบุกโจมตีแคว้นต้าเฉิงคงเป็นเพราะอยากได้ดินแดนที่อุดมสมบูรณ์ มาช่วยเหลือในส่วนที่แห้งแล้ง หากว่าเรายื่นข้อเสนอในการช่วยเหลือเรื่องน้ำ พวกเขาต้องยินยอมลงนามอย่างแน่นอน”
“ส่วนแคว้นต้าซ่งถึงจะอุดมสมบูรณ์แต่ก็เกิดอุทกภัยน้ำท่วมอยู่บ่อยครั้ง หากว่าเราช่วยคิดแก้ปัญหา และเสนอช่วยพวกเขาอย่างจริงใจ พวกเขาต้องยอมลงนามอย่างแน่นอน นี่เป็นเพียงตัวอย่างเจ้าค่ะ เพราะถ้าให้อธิบายหรือพูดถึงรายละเอียดเรื่องนี้จริง ๆ มันยาวมากเจ้าค่ะ หากต้องให้รวบรัดง่าย ๆ สั้น ๆ ได้ใจความก็คือ หาจุดอ่อนของแต่ละแคว้น แล้วยื่นข้อเสนอให้ความช่วยเหลือด้วยความจริงใจเจ้าค่ะ”
“คุณหนูไป๋มาหาข้า” ไป๋เสี่ยวหรานรีบเดินไปหาไทเฮา จากนั้นไทเฮาก็ดึงปิ่นปักผมที่อยู่บนศีรษะของนาง มาปักลงที่ผมของไป๋เสี่ยวหรานอย่างนุ่มนวลและอ่อนโยน “ขอบพระทัยเพคะ”
ยามนี้ภายในห้องโถงใหญ่มีทั้งคนปลาบปลื้มดีใจและไม่พอใจอย่างรุนแรงเกิดขึ้น จางม่านอวี้โกรธจนแทบอยากกรีดร้องออกมา นางไม่น่าไปเสนอให้นางเป็นคนพูดเลย นางเลยได้ความดีความชอบไปหมดเลย มันน่าเจ็บใจนัก!
ไท่หวงไท่ซ่างหวงหันไปมองไท่ซ่างหวงอย่างพอใจ จากความกังวลว่านางจะตอบไม่ได้กลับกลายเป็นว่านางตอบได้ดีอย่างน่าเหลือเชื่อ และคำตอบของนางก็ทำประโยชน์ให้กับแคว้นต้าเฉิงเป็นอย่างมาก อย่างนี้ใช่หรือไม่ที่มีประโยคที่ว่า อย่าตัดสินคนแต่เพียงภายนอก
“รอบนี้เป็นคุณหนูไป๋ทำผลงานได้ดี เราจะมีการคัดเลือกอีกสองครั้งก่อนที่ท่านอ๋องจะตัดสิน เราจะพบกันในอีกสามวันขอรับ” กุนซือลู่จื้อประกาศให้ทุกคนรับรู้ จากนั้นทุกคนก็แยกย้ายกันกลับ
“ท่านพ่อ ท่านย่า ข้าพูดได้ดีหรือไม่เจ้าคะ?”
“ไม่เพียงแต่เจ้าได้พูดดี แต่พูดดีมากเลยต่างหากละลูกรัก เจ้าทำให้พ่อภูมิใจมากรู้หรือไม่?” ไป๋หยวนเซียวระบายยิ้มออกมาเต็มใบหน้าด้วยความภาคภูมิใจ เขายกมือมาลูบศีรษะให้นางอย่างรักใคร่เอ็นดู “ย่าก็ภูมิใจในตัวเจ้าเช่นเดียวกันหลานรักของย่า”
“งั้นเรากลับไปทำอะไรอร่อย ๆ กิน ดีหรือไม่เจ้าคะ?”
“ดี ไปกันเถอะ” เสนาบดีไป๋ตอบขึ้นทันที ไป๋เสี่ยวหรานจึงรีบเดินตรงเข้าไปประคองฮูหยินผู้เฒ่าอย่างใส่ใจ ก่อนจะพากันเดินออกไปที่หน้าจวนที่มีรถม้าจอดรออยู่
จากที่ไม่มีใครให้ความสนใจกับคุณหนูไป๋มาก่อน มายามนี้ทุกคนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เพียงคำตอบเดียวทำเอานางโด่งดังเพียงชั่วข้ามวัน นางเป็นดั่งม้ามืดที่จู่ ๆ ก็โผล่มา สร้างความแปลกใจให้กับทุกคนเป็นอย่างมาก ทุกคนต่างพูดถึงนางกันไม่หยุด
