พลิกชะตาวาสนารักข้ามภพ

81.0K · จบแล้ว
คุณแม่แฝดสาม
45
บท
1.0K
ยอดวิว
9.0
การให้คะแนน

บทย่อ

เมื่อคำทำนายทายทักว่าเนื้อคู่ของเขาคือคุณหนูไป๋เสี่ยวหราน เสด็จปู่และเสด็จพ่อก็ไม่รอช้ารีบไปจับนางไปให้เขาทันที แล้ววาสนาด้ายแดงของพวกเขาจะเป็นอย่างไรต่อไ

นิยายจีนโบราณข้ามมิติแต่งงานก่อนรักจีบเมียเก่าแต่งงานสายฟ้าแลบ

ตอนที่1 งานเลี้ยงต้อนรับชินอ๋อง

ชินอ๋องแม่ทัพหนุ่มผู้แสนเย็นชาและเงียบขรึมยกสุราขึ้นจิบพร้อมมองจอกสุราในมืออย่างพึงพอใจ เสียงดนตรีบรรเลงเพลงอย่างแผ่วเบาแสนไพเราะ สร้างความเพลิดเพลินใจและผ่อนคลายให้เขาอยู่ไม่น้อย ตั้งแต่เขาเดินเข้างานมานับจนถึงเวลานี้ เขาก็ยังไม่ได้เอ่ยสิ่งใดออกมาเลยแม้แต่ครึ่งคำ

ความเย็นชาและเงียบขรึมของเขา ผู้คนต่างรับรู้กันเป็นอย่างดี พอ ๆ กับที่ผู้คนรับรู้ถึงความหล่อเหลาดั่งเทพเซียน จนบรรดาสตรีต่างให้ฉายาเขาว่ายมทูตหน้าหยก เพราะถึงแม้ว่าเขาจะดุดันเหี้ยมโหดมากเพียงใด แต่เหล่าคุณหนูและสตรีทั่วทั้งแคว้นต่างก็หลงใหลคลั่งไคล้อยากเป็นสตรีของเขา

ชินอ๋องเฉินตงหยางแม่ทัพหนุ่มผู้แข็งแกร่งโหดเหี้ยมดั่งพญามัจจุราช นำทัพออกรบโจมตีข้าศึกที่รุกรานจนชนะศึกแทบทุกครั้ง และครั้งนี้นับเป็นความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ที่สุด เพราะต่างยอมยกธงขาวอย่างศิโรราบยอมจำนนไม่ขอต่อสู้ และขอลงนามเป็นพันธมิตรที่ดีต่อแคว้นต้าเฉิงตลอดไป

ยามนี้แคว้นต้าเฉิงปกครองโดยฮ่องเต้เฉินเฟยหลงพระเชษฐาของชินอ๋อง ฮ่องเต้เฉินเฟยหลงได้สมรสกับบุตรสาวของเสนาบดีกู้หว่านเฉิงนามว่ากู้หว่านชิง ซึ่งนางถูกแต่งตั้งให้เป็นฮองเฮาในเวลาต่อมา

ชินอ๋องปรายตามองผู้คนในงานเลี้ยงอย่างเบื่อหน่าย เขาคุ้นเคยกับการอยู่ในสนามรบและค่ายทหารที่มีแต่บุรุษมากกว่าสถานที่ที่เต็มไปด้วยสตรีมากมายเช่นนี้ ปีนี้เขาอายุ 25 ปีแล้วแต่ก็ยังไร้คู่ครอง แม้จะถูกไทเฮารบเร้าให้เขาแต่งชายา แต่เขาก็ตอบอย่างแน่วแน่และมั่นคงว่า เขายังไม่คิดเรื่องการจะออกเรือน

เมื่อทุกคนได้ยินคำประกาศชัดเจนเช่นนั้น ก็ไม่มีใครกล้าทำให้ยมทูตหน้าหยกขุ่นเคืองใจ เพราะเขาคือเสาหลักของแคว้นต้าเฉิง แว่นแคว้นสงบสุขและมั่นคงได้ก็เป็นเพราะเขา ดังนั้นทุกคนจึงต้องให้ความเคารพและเกรงใจเขาอย่างไม่อาจปฏิเสธได้

แท้จริงชินอ๋อง ควรจะได้เป็นคนขึ้นครองบัลลังก์ แต่เพราะว่าเขาเป็นคนที่มีนิสัยเด็ดขาดดุดันไม่เกรงใจใคร หากว่าต้องมานั่งบนบัลลังก์คงได้ฆ่าคนเป็นว่าเล่นอย่างแน่นอน เขาจึงเลือกที่จะไปเป็นแม่ทัพปกป้องชายแดน แล้วยกบัลลังก์ให้พระเชษฐาอย่างเต็มใจ

“เสด็จพ่อแผนการของท่านเรียบร้อยดีหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?” ไท่ซ่างหวงเอ่ยถามชายชราผู้เป็นบิดาของเขาด้วยน้ำเสียงอันแผ่วเบา ก่อนจะยกถ้วยชาขึ้นมาเป่าอย่างเฉื่อยชา

ไท่หวงไท่ซ่างหวงยกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ เจ้าหลานชายตัวดีต้องให้คนแก่อย่างเขาลงมาเล่นเป็นกามเทพเสียเอง เพราะขืนปล่อยเอาไว้เช่นนี้ เขาคงไม่มีโอกาสได้อุ้มเหลนอย่างแน่นอน

“แล้วเสด็จพ่อเลือกใครมาเป็นหลานสะใภ้หรือพ่ะย่ะค่ะ?”

“คุณหนูตระกูลไป๋นามว่าไป๋เสี่ยวหราน” เขาเอ่ยตอบด้วยสีหน้าพราวระยับ เพราะนึกกระหยิ่มยิ้มย่องกับแผนกามเทพของตน เขายอมเดินทางไปทั่วทุกสารทิศเพื่อให้เจ้าอาวาสดูดวงเนื้อคู่ให้กับชินอ๋อง ทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า สตรีที่จะมาครองคู่กับเขาต้องเป็นสตรีที่มีพลังหยินที่แข็งแกร่งถึงจะสามารถสยบพลังหยางของเขาได้

นั่นหมายถึงสตรีอ่อนแอย่อมไม่เหมาะสมกับชินอ๋อง เขาจึงให้คนไปตามสืบจนพบว่า สตรีที่มีวันเดือนปีเกิดตรงกับคำทำนายคือคุณหนูไป๋เสี่ยวหราน

แต่ว่า…นางดูเหมือนจะเป็นคุณหนูที่เอาแต่ใจและร้ายกาจอยู่ไม่น้อยเหตุเพราะมารดาผู้ให้กำเนิดมาด่วนจากไปตั้งแต่นางอายุได้แค่สิบขวบ ฮูหยินผู้เฒ่าไป๋จึงนำนางไปดูแลเสียเอง ทั้งเสนาบดีไป๋และฮูหยินผู้เฒ่าต่างทุ่มเทความรักให้ไป๋เสี่ยวหรานจนเกินพอดี จนนางเติบโตมากลายเป็นคุณหนูผู้เอาแต่ใจ ในคราแรกเมื่อเขาได้ฟังก็ได้แต่ถอนใจ เด็กสาวผู้นี้จะเป็นด้ายแดงของชินอ๋องจริงหรือ

“เสด็จพ่อ!! ท่านไม่เคยได้ยินชื่อเสียงของนางหรือพ่ะย่ะค่ะ ข้ากลัวว่าชินอ๋องจะฆ่านางทิ้งเสียตั้งแต่วันแรก” ไท่ซ่างหวงเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าตกใจ เขาคิดไว้อาลัยนางไว้ล่วงหน้าเลยแล้วกัน เพราะถึงแม้ว่านางจะงดงามมากเพียงใด แต่นางก็ไม่มีความอ่อนหวานดั่งสตรีทั่วไปเลยสักนิดแถมเอาแต่ใจจนเป็นที่ประจักษ์ ชินอ๋องคงไม่มีทางชื่นชอบนางเป็นแน่

“ในคราแรกข้าก็คิดเหมือนเจ้านั่นแหละ แต่ซินแสแม้แต่เจ้าอาวาสวัดก็ยังยืนยันว่า ต้องเป็นสตรีที่เกิดวันเดือนปีนี้เท่านั้น สตรีอื่นไม่ใช่คู่ของเขาอย่างแน่นอน”

“เฮ้อ! ลุ้นไม่ขึ้นเอาเสียเลย สงสัยต้องเตรียมโลงศพเอาไว้แก้เคล็ดแล้วละพ่ะย่ะค่ะ” ไท่หวงไท่ซ่างหวงพอได้ยินคำว่าแก้เคล็ดดวงตาของเขาก็เป็นประกายพร้อมยิ้มออกมาด้วยความดีใจ “ความคิดเจ้าเยี่ยมจริง ๆ”

ทางด้านไป๋เสี่ยวหรานนางไม่รู้เลยไม่สักนิด ว่ายามนี้มีคนกำลังคิดวางแผนจับคู่หยินหยางให้กับนาง นางทะลุมิติมาเป็นคุณหนูตัวร้ายผู้เอาแต่ใจ ผู้คนต่างให้ฉายานี้กับนางแต่ใครจะรู้ดีเท่าคนในจวนว่า แท้จริงแล้วความเอาแต่ใจของนางนั้นกลับสร้างความสุขให้กับทุกคนในจวนเป็นอย่างมาก “คุณหนูข้ากินไม่ไหวแล้วเจ้าค่ะ ขนมนี่อร่อยเกินไปแล้ว”

“ใช่แล้วหลานรักของย่า ขนมพวกนี้รสชาติดีจริง ๆ ย่าพยายามกินนิดเดียวแต่ดูสิหมดชิ้นอีกแล้ว” ฮูหยินผู้เฒ่าไป๋เอ่ยด้วยสีหน้ารู้สึกผิดที่เผลอกินขนมจนหมด

วันนี้ไป๋เสี่ยวหรานลองทำเค้กกล้วยหอมให้ทุกคนลองชิมดู เพราะนางอยากเปิดร้านขายขนมเหมือนในยุคปัจจุบันที่นางจากมา แต่เพราะว่าที่นี่เป็นเตาอบแบบโบราณ นางจึงต้องฝึกฝนให้ชำนาญในการใช้เตา นางลองทำขนมขึ้นมามากหลายอย่าง ก็ เพื่อจะดูว่า เตาอบในยุคโบราณจะเหมือนในปัจจุบันหรือไม่

แต่พอได้ลองทำแล้วก็รู้สึกพอใจกับเตาอบที่นางให้ช่างสร้างขึ้นตามแบบที่นางวาดไว้ แต่ละวันนางทำขนมไม่ซ้ำกัน ทั้งขนมไทยและขนมเทศ โชคดีที่แคว้นต้าเฉิงมีจุดใกล้ท่าเรือ ซึ่งมีต่างชาติล่องเรือมาขายของมากมายให้เลือก นางจึงแวะไปเดือนละครั้งเพื่อซื้อของมาตุนเอาไว้

นางมาอยู่ในร่างนี้ได้หนึ่งปีแล้วในตอนที่มาอยู่ ร่างนี้มีอายุเพียง 15 ปี ฉายาคุณหนูผู้เอาแต่ใจนั้นเป็นฉายาที่บ่าวในจวนเป็นคนตั้งให้ ซึ่งไป๋เสี่ยวหรานก็ชอบฉายานี้มากเพราะฟังดูร้ายกาจดี และสาเหตุที่บ่าวในจวนให้ฉายานาง ก็เป็นเพราะว่าขนมและอาหารที่นางทำอร่อยจนหยุดไม่อยู่ จนตอนนี้ทุกคนต่างพากันน้ำหนักขึ้นกันเป็นแถว

ทุกคนขอร้องให้นางอย่าทำขนมบ่อยเกินไป เพราะพวกเขาอดกินไม่ได้ แต่ไป๋เสี่ยวหรานก็บอกว่า ไม่จำเป็นต้องกินก็ได้นางจะเอาไปแจกคนยากไร้ เมื่อพวกเขาได้ยินเช่นนั้นก็นึกเสียดายจึงพากันกินจนหมด และนั่นคือที่มาของคำว่า คุณหนูผู้เอาแต่ใจของจวนตระกูลไป๋ แต่ว่าก่อนที่นางจะมาอยู่ในร่างนี้ ไป๋เสี่ยวหรานคนเดิมก็มีนิสัยเอาแต่ใจจริง ๆ แต่ก็ไม่ถึงกับร้ายกาจอะไรมากนัก คงเพราะถูกเลี้ยงดูมาอย่างตามใจนางถึงมีนิสัยเช่นนั้น แต่ใครจะรู้นางที่มาอยู่ในร่างนี้ ก็เอาแต่ใจและร้ายไม่เบาเช่นกัน