ตอนที่2 ตัดด้ายแดงจนขาดสะบั้น
จวนชินอ๋อง
หลังงานเลี้ยงต้อนรับจบลง เฉินตงหยางก็ตรงกลับจวนของเขาที่อยู่นอกวัง บ่าวรับใช้ในจวนของเขาล้วนเป็นบุรุษทั้งหมด เพื่อป้องกันและตัดปัญหานางกำนัลคิดปีนเตียงเขาตั้งแต่เนิ่น ๆ
เขาตรงเข้าไปแช่น้ำอุ่นที่ถูกเตรียมเอาไว้อย่างดี ศึกสงครามสงบลงแล้วแต่ละแคว้นยอมสวามิภักดิ์ และยอมลงนามเป็นพันธมิตรตามข้อตกลงที่เขาร่างขึ้น ต่อไปเขาคงจะได้พักอย่างจริงจังเสียที
ไอน้ำอุ่น ๆ โอบล้อมร่างกายของเขาอย่างขมุกขมัวขับไล่ความเหนื่อยล้าให้จางหายไป เขาหลับตาลงแล้วเอนศีรษะพิงไปกับขอบอ่างอย่างผ่อนคลาย แต่แล้ว…
ร่างกายของเขาจู่ ๆ ก็เริ่มร้อนรุ่มไปทั้งตัว หัวใจของเขาเริ่มเต้นแรงหายใจหอบถี่ขึ้นเรื่อย ๆ เขารู้สึกลำคอแห้งผากและรู้สึกหวิว ๆ ตรงบริเวณท้องน้อยของเขา “บัดซบ!!” เขาสบถออกมา
เขาฟาดฝ่ามือลงบนน้ำอย่างขัดใจ จนน้ำกระเซ็นออกมาเปียกไปทั่วพื้นห้อง หากเขาเดาไม่ผิดต้องมีสตรีนอนรอเขาอยู่ที่เตียงแล้วเป็นแน่ นังสตรีแพศยากล้าลองดีกับข้าอย่างนั้นรึ!!
เขารีบพยุงร่างอันสั่นเทาตรงไปคว้าเสื้อคลุมมาสวมใส่อย่างลวก ๆ แล้วรีบเดินมายังเตียงนอนของเขาด้วยอารมณ์ที่เต็มไปด้วยไฟโทสะที่ลุกท่วมร่าง
เมื่อเขามาถึงก็เห็นสตรีผู้มีหน้าตางดงามมากผู้หนึ่ง กำลังนั่งอยู่บนเตียงด้วยสีหน้างุนงง เขารีบตรงไปกระชากกระบี่แล้วนำมาพาดบนลำคอของนางอย่างเกรี้ยวกราด
“เจ้าเป็นใคร! ช่างบังอาจนัก!” เขาตวาดออกไปสุดแรง ไป๋เสี่ยวหรานสะดุ้งสุดตัวตกใจแทบสิ้นสติ ที่นี่ที่ไหน? แล้วเขาเป็นใคร? จำได้ว่านางนอนอยู่ที่เตียงในห้องนอนของนาง แล้วเหตุใดนางถึงมาอยู่ที่นี่
“คิดจะปีนเตียงของข้า เจ้าเอาความกล้ามาจากที่ใดกัน! แล้วยาปลุกกำหนัดนี่อีกเล่า อย่าเสแสร้งว่าเจ้าไม่รู้” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ ใบหน้าของเขาถมึงทึงอย่างน่ากลัว
“ปีนเตียง? ยาปลุกกำหนัด?” ไป๋เสี่ยวหรานคิ้วขมวดเข้าหากันอย่างงุนงงและตกใจ เขาเห็นท่าทางของนางก็ยิ่งเพิ่มความโกรธขึ้นมามากขึ้น ทำเป็นไม่รู้เรื่องสตรีไร้ยางอายเช่นเจ้าสมควรตาย!
“อย่าทำตัวเสแสร้งไม่รู้เรื่อง สตรีไร้ยางอายกล้าปีนเตียงของข้า คำตอบคือต้องตายเพียงเท่านั้น” เขาเอ่ยอย่างเยาะหยัน และพยายามข่มอาการร้อนรุ่มที่เกิดขึ้นภายในร่างกายของเขาอย่างสุดความสามารถ
“มีคนจับข้ามาที่นี่ ใครอยากจะปีนเตียงของท่านกัน เอาละข้าจะกลับจวนของข้า ท่านช่วยบอกข้าทีว่าที่นี่ที่ไหน?” ไป๋เสี่ยวหรานเริ่มไม่พอใจขึ้นมาบ้าง ก็นางไม่รู้เรื่องจริง ๆ แล้วจะให้นางทำอย่างไร
“อย่ามาเสแสร้ง!! สตรีไร้ยางอายเช่นเจ้า อยากปีนเตียงของข้าจนตัวสั่น และอย่ามาเสแสร้งว่าไม่รู้จักข้า” เขากัดกรามจนเป็นเส้นนูนเพื่อระงับความปั่นป่วนในร่างกาย
“แล้วท่านเป็นใคร?” ไป๋เสี่ยวหรานถามกลับทันทีเพราะนางอยากรู้เหมือนกันว่าเขาเป็นใคร เจอกันครั้งแรกก็เอากระบี่มาพาดคอนาง เขาช่างน่ากลัวเกินไปแล้ว
เขาแสยะยิ้มออกมา “ที่นี่จวนชินอ๋อง” เขาเอ่ยบอกพร้อมสังเกตท่าทีของนางไปด้วย
ไป๋เสี่ยวหรานตกใจจนหน้าซีดเผือด เขาคือชินอ๋องหรือนี่ แย่แล้ว…นางจะทำอย่างไรดี? นางก็ไม่รู้ว่ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร? นางเคยได้ยินชื่อเสียงของเขามาบ้าง นี่นางมาอยู่ต่อหน้ายมทูตชัด ๆ คงต้องหาวิธีให้เขาปล่อยนางไป
หมับ! ไป๋เสี่ยวหรานยกมือขึ้นมาจับคมกระบี่ที่พาดอยู่ตรงลำคอของนางแน่น จากนั้นนางก็นำมาจ่อใกล้ลำคอของนาง
ความคมของกระบี่บาดลึกลงไปบนฝ่ามือและบาดลึกลงไปบนลำคอของนาง เลือดสด ๆ เริ่มไหลรินออกมาจากฝ่ามือของนางและจากลำคอ เขามองการกระทำของนางอย่างแปลกใจ คาดเดาไม่ถูกว่านางคิดจะทำอะไรกันแน่ เขารีบลดกระบี่ลงไปไว้ข้างลำตัว เมื่อนางปล่อยมือ
ไป๋เสี่ยวหรานกวาดตามองไปรอบ ๆ ห้อง ก่อนจะเห็นโต๊ะทำงานของเขา นางจึงรีบพุ่งตรงไปที่โต๊ะทำงานทันที พร้อมหยิบกระดาษมาวาง ก่อนจะคว้าพู่กันขึ้นมา นางใช้ปลายพู่กันจุ่มเลือดที่ไหลออกมาบนฝ่ามือแล้วเขียนอักษรลงไปบนกระดาษทันที เมื่อเขียนเสร็จนางก็นำมายื่นให้เขาทันที เขาจึงรับมาอ่านอย่างตั้งใจ
“หม่อมฉันไป๋เสี่ยวหราน บุตรสาวของเสนาบดีไป๋หยวนเซียว ขอสาบานว่าไม่เคยมีเจตนาคิดปีนเตียงท่านอ๋องแต่อย่างใด นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปหม่อมฉันขอให้คำมั่นสัญญาด้วยเกียรติของตระกูลไป๋ ว่าจะไม่มายุ่งเกี่ยวไม่ว่ากรณีใด ๆ หากพบหน้ากันหม่อมฉันจะหลีกหนีไปให้ไกล และเรื่องในวันนี้หม่อมฉันสัญญาว่าจะไม่แพร่งพรายให้ผู้ใดรับรู้อย่างแน่นอน หากผิดคำสัญญายินดีให้ชินอ๋องเอาชีวิต”
เขาอ่านจบก็ยกยิ้มขึ้นมาอย่างพอใจ “ลู่หานไปส่งนาง”
“พ่ะย่ะค่ะ”
ไป๋เสี่ยวหรานเดินไปบนถนนอย่างเหม่อลอย ก่อนจะยกสองแขนขึ้นมาโอบกอดตนเองเอาไว้ เพราะเริ่มรู้สึกหนาวจากอากาศยามค่ำคืน เป็นเพราะนางใส่เสื้อผ้าเตรียมนอนแล้วจึงเป็นสีขาวทั้งชุดและเป็นเสื้อผ้าที่ค่อนข้างบาง และยามนี้ก็เปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดของนาง
นางรอดตายมาจากมัจจุราชที่พร้อมคร่าชีวิตของนางมาอย่างหวุดหวิด นางตัดสินใจเขียนจดหมายเลือดเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ใจของนาง ใจของนางยังคงเต้นแรงด้วยความหวาดกลัว ต่อไปนางคงต้องอยู่ให้ห่างไกลจากบุรุษอันตรายผู้นี้ ในเมื่อลงลายลักษณ์อักษรอย่างแน่ชัดแล้วนางก็ต้องทำให้ได้
ลู่หานเดินมองนางอยู่ห่าง ๆ เพื่อคอยคุ้มครองความปลอดภัยให้นาง คุณหนูไป๋ช่างมีจิตใจที่เด็ดเดี่ยวนัก เขาจะเอารถม้าไปส่งก็ไม่ยอม นางยินดีเดินกลับจวนโดยที่อากาศโดยรอบหนาวเหน็บ หากสิ่งที่นางบอกเป็นความจริง เป็นใครกันนะที่จับนางมาที่ห้องของท่านอ๋อง
ทางด้านไท่หวงไท่ซ่างหวงและไท่ซ่างหวง ยามนี้มีสีหน้าเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด เพราะเรื่องราวไม่ได้เป็นไปตามแผนที่พวกเขาวางเอาไว้ อีกทั้งคุณหนูไป๋ยังได้รับบาดเจ็บ นางยอมเขียนจดหมายเลือดเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ใจของตัวเอง ยามนี้สองบุรุษรู้สึกผิดและละอายใจอย่างบอกไม่ถูก
หากนางยอมทำถึงขนาดนี้ก็หมายความว่า ชีวิตของทั้งคู่ไม่มีทางมาบรรจบกันได้แน่แล้ว เพราะนางเขียนบอกอย่างชัดเจนว่า จะไม่มายุ่งเกี่ยวและจะหลีกหนีให้ไกล นางกล้าเอาศักดิ์ศรีของตระกูลมายืนยันว่า จะไม่มีทางผิดคำพูดอย่างแน่นอน จากที่ต้องการผูกด้ายแดงให้พวกเขาทั้งสองคน กลับกลายเป็นว่าพวกเขาช่วยตัดด้ายแดงจนขาดสะบั้น
“นี่พวกเราทำอะไรลงไป” ไท่หวงไท่ซ่างหวงเอ่ยขึ้นมาอย่างรู้สึกผิด
“ข้าก็พอจะเดานิสัยของเขาได้ว่า ไม่มีทางให้ถูกต้อนเข้ากรงอย่างง่ายดายแน่ หากว่าเขาทนพิษไม่ไหวแล้วพลาดมีอะไรกับนาง ไม่แน่ว่าเขาอาจไม่ปล่อยให้นางรอดชีวิตเลยก็ได้ เสด็จพ่อพวกเราทำผิดต่อคุณหนูไป๋แล้วพ่ะย่ะค่ะ”
บุรุษทั้งสองถอนใจออกมา คำทำนายเชื่อถือไม่ได้เลยสักนิด หมอดูคู่กับหมอเดามันเป็นแบบนี้นี่เอง
