บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 6 แทบจะไม่มีเบาะแสอะไร (ตอนปลาย)

ตอนที่ 6 แทบจะไม่มีเบาะแสอะไร (ตอนปลาย)

ฟังมาถึงตรงนี้หลินจือเสี้ยวก็อดที่จะคิดหนักไม่ได้ ก่อนจะเอ่ยขึ้นมาเบา ๆ “อืม...คนที่พอสังเกตก็น่าจะคิดออกอย่างนั้นหรือ มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะหลิวหลิน เจ้าก็รู้ว่าข้ามีบุรุษหมายปองอยู่มากมาย เจ้าคิดหรือไม่ว่า หยวนปิงดูออกแล้วว่าเป็นผู้ใด แต่ไม่ยอมบอกเจ้า”

หลิวหลินส่ายหน้า แล้วตอบกลับมาอย่างที่คิด “ไม่น่าจะใช่นะเจ้าค่ะ ท่านเองก็รู้จักพี่หยวนปิงดีว่า นางไม่ได้ฉลาดถึงเพียงนั้น ถ้านางดูออก มีหรือท่านจะดูไม่ออก”

“มันก็จริงอย่างที่เจ้ากล่าวมา หากนางรู้ว่าคุณชายท่านนั้นคือใคร มีหรือที่ข้าจะไม่รู้” หลินจือเสี้ยวพยักหน้าเห็นด้วย ก่อนจะกล่าวกับหลิวหลินอีกว่า “ไม่เป็นไร เดี๋ยวเรื่องนี้พอข้าหายดี ออกไปรับแขกได้แล้ว ข้าจะสืบต่อเอง ขอบใจเจ้ามากหลิวหลิน ยังไงก็ระวังตัวด้วยล่ะ”

“ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ข้าบอกแล้วมิใช่หรือว่า ข้าจะช่วยท่านอย่างเต็มที่ หากท่านไม่เตือนข้าย่อมต้องระวังตัว ไม่ให้ใครรู้หรือสงสัยในตัวข้ากับท่านแน่นอน” หลิวหลินยิ้มอย่างไร้เดียงสา มือข้างหนึ่งกำหมัดขึ้นมา แสดงให้หลินจือเสี้ยวเห็นถึงความมุ่งมั่นของตนเอง

“อืม” หลินจือเสี้ยวเองก็กำหมัดแล้วยกขึ้นมาเช่นกัน ก่อนทั้งสองจะหัวเราะออกมา แต่แล้วก้ต้องรีบปิดปากตัวเองกลัวว่าใครจะผ่านมาได้ยินเสียงหัวเราะนี้เข้า

หลินจือเสี้ยวรวบรวมเบาะแสที่ได้มาทั้งหมด ตั้งแต่ความทรงจำที่ได้รับมาจากนางคณิกาคนนั้น และเบาะแสที่หลิวหลินไปสืบมาให้ รวมทั้งสิ่งที่นางแอบออกจากห้อง ไปสืบในเวลากลางคืนแล้วเขียนลงไปในสมุดบันทึกของตัวเอง

ทว่าเมื่อรวบรวมทุกอย่างเข้าด้วยกันแล้ว ก็รู้ว่าเบาะแสที่ได้มานั้นเป็นเพียงแค่เรื่องเล็กน้อย ไม่สามารถสรุปเป็นเรื่องได้เลยและบางอย่างก็ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้ด้วยซ้ำ ยิ่งสิ่งที่หลิวหลินรับรู้มาจากหยวนปิง ก็ยิ่งแทบจะไม่สามารถยืนยันอะไรได้ เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่ใส่สีตีไข่กันเท่านั้น

“ทำไมเจ้าถึงจำอะไรหลังจากที่ขึ้นรถม้าไปไม่ได้นะหลินจือเสี้ยว แล้วตอนที่เจ้าถูกทำร้าย เจ้าไม่รู้สึกตัวขึ้นมาเลยอย่างนั้นหรือหรือว่าตอนนั้นเจ้าถูกทำร้าย จนสูญเสียความทรงจำบางส่วนไป” นางพยายามถามเอากับความทรงจำที่ได้รับถ่ายทอดมา ทว่าต่อให้ถามเท่าไร ก็ยังไม่ได้คำตอบดี

หลินจือเสี้ยวนึกย้อนไปถึงนิยายที่เคยอ่านเมื่อชาติก่อน มีนิยายฆาตกรรมอยู่เรื่องหนึ่ง ที่เหยื่อถูกทรมานอย่างทารุณ ได้รับความเจ็บปวดอย่างมาก จนไม่สามารถที่จะทนรับความเจ็บปวดได้อีกแล้ว และเมื่อรอดชีวิต เหยื่อผู้นั้นกลับจำอะไรในช่วงที่เกิดขึ้นในตอนนั้นไม่ได้เลย

“ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ก็ต้องหาวิธีอื่นแล้วล่ะ อย่างไรเวลานี้เจ้าตัวก็ไม่อยู่ให้รักษาแล้วนี่ จะสืบจากเจ้าตัวก็ไม่ได้แล้ว” หลินจือเสี้ยวได้แต่ถอนหายใจและเอ่ยอย่างเหนื่อยใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น รวมถึงหนักใจที่ไม่สามารถสืบอะไรได้มากกว่านี้

ยามเว่ย หมอประจำที่มักจะเข้ามารักษาให้กับนางโลมก็เข้ามา ปกติแล้วท่านหมอผู้นี้จะเข้ามาตรวจรักษาให้เดือนละสองครั้ง แต่เป็นเพราะว่ามีหลินจือเสี้ยวที่กำลังบาดเจ็บอยู่ จึงเข้ามาบ่อยกว่าปกติ

ท่านหมอผู้นี้ถึงแม้จะอายุยังน้อย ทว่ากลับมีฝีมือการรักษาที่ไม่ธรรมดา ท่านหมอเพิ่งแยกตัวออกมาจากอาจารย์ ส่วนสาเหตุที่แยกตัวออกมานั้น ก็เพราะเขามีแนวคิดคนละทางกับที่อาจารย์

อาจารย์ของเขามักจะรักษาและช่วยเหลือผู้คนที่ตกทุกข์ได้ยาก ทว่าเขาไม่ได้คิดเช่นนั้น สำหรับเขาแล้ว ไม่ว่าจะทำกิจการใดย่อมมีต้นทุน ดังนั้นการรักษาผู้ใดโดยไม่ได้รับสิ่งตอบแทนนั้น เขาทำไม่ได้

และนี่คือเหตุผลที่ชายหนุ่มยอมรับการว่างจ้างจากหอจันทร์กระจ่างแห่งนี้ เพราะที่นี่ให้ราคาที่เขาพอใจอย่างไรล่ะ

หลี่เหลียวหนิงทอดสายตามองไปยังสตรีที่นอนห่มผ้าอยู่บนเตียง พร้อมกับเอ่ยถาม “เป็นอย่างไรบ้าง นี่ก็ผ่านมาเจ็ดวันแล้ว ตั้งแต่ที่เจ้าได้รับบาดเจ็บกลับมา แต่เหมือนกับว่าเจ้าดูดีขึ้นมากโข”

ก่อนหน้านี้หลินจือเสี้ยวได้สืบเรื่องของหมอผู้นี้แล้ว ได้ความมาว่าเขาเป็นหมอที่เห็นแก่เงิน และไม่สนใจมารยาสตรี นางจึงไม่อ้อมค้อมที่จะเจรจากับเขา นางลุกขึ้นนั่งอย่างคนปกติ แล้วเอ่ยเข้าประเด็นในทันที

“ท่านหมอ...ข้ารู้ว่าท่านเองก็มองออกว่าข้าไม่ได้เป็นอะไรแล้ว ดังนั้นข้ามีเรื่องรบกวนให้ท่านช่วยอย่างหนึ่ง รับรองว่ามีค่าตอบแทนให้อย่างงาม”

“เช่นนั้นก็ว่ามา ข้าเองก็ชอบคนตรงไปตรงมาอย่างเจ้ายิ่งนัก” หลี่เหลียวหนิงยกยิ้มที่มุมปากคราหนึ่ง รู้สึกพึงพอใจกับการค้าครั้งนี้ไม่น้อย

“ข้าจำเป็นต้องใช้สถานะผู้ป่วยต่ออีกสักพักใหญ่ รบกวนท่านช่วยแสร้งทำเป็นว่าข้ายังบาดเจ็บอยู่ ยังไม่สามารถทำงานได้ อย่างน้อยก็น่าจะรักษาตัวไปอีกราว ๆ หนึ่งเดือน ระหว่างนี้ข้าจะจ่ายให้ท่านครั้งละหนึ่งตำลึงเงิน นอกเหนือจากค่าจ้างที่เถามามาให้ท่าน ท่านตกลงหรือไม่” หญิงสาวยื่นข้อเสนอให้คนเห็นแก่เงินทันที เชื่อว่าบุรุษตรงหน้าต้องรับข้อเสนอนี้

‘ครั้งละหนึ่งตำลึงนั้นไม่ใช่เงินน้อย ๆ สำหรับหมอที่เพิ่งเปิดสำนักใหม่ แต่สำหรับหลินจือเสี้ยวแล้วหามาได้ไม่ยาก เพียงแค่รินสุราให้คุณชายหน้าใหญ่สักคน ก็ได้เป็นรางวัลมาแล้ว’ หลินจือเสี้ยวคิดอยู่ในใจ ก่อนจะยกยิ้มมุมปากอย่างพอใจ

“เหตุใดข้าต้องปฏิเสธขอเสนอที่ดีงามเช่นนี้เล่า เอาเป็นว่าข้าจะมาตรวจดูอาการของเจ้าทุก ๆ เจ็ดวันก็แล้วกัน เจ้าก็อย่าลืมเตรียมเงินไว้ให้ข้าด้วยล่ะ ตามที่เจ้าเสนอมา!”

“ไม่มีปัญหา ตกลงตามนี้ ไม่แน่ว่าหลังจากนี้ข้าอาจจะต้องขอความช่วยเหลือจากท่านในเรื่องอื่นด้วย แต่รับรองได้ว่ามีค่าตอบแทนให้อย่างงามเช่นกัน ท่านยินดีที่จะเป็นพวกเดียวกับข้าหรือไม่” หลินจือเสี้ยวกล่าวพร้อมส่งรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ให้ นางถามไปอย่างนั้นเพราะรู้คำตอบดีอยู่แล้ว

“ผู้ใดให้ผลประโยชน์ที่ดีกับข้า ข้าย่อมเป็นพวกกับคนผู้นั้น” หลี่เหลียวหนิงตอบกลับด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์เช่นกัน

ทั้งสองสบตากันเล็กน้อย โดยไม่จำเป็นต้องกล่าวอะไรออกมาอีก

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel