บท
ตั้งค่า

4 รีดไถ

4

รีดไถ

พอฟ้าใกล้สางมู่ชิงเหยาขยับกายลุกขึ้น มือของนางยังคงรู้สึกแสบจากแผลพุพองจากการขุดดินเมื่อวาน แต่นางไม่มีเวลาให้หยุดพัก หากไม่มีน้ำแปลงผักที่นางตรากตรำขุดไว้ก็เป็นเพียงหลุมดินเปล่าประโยชน์

ชิงเหยาเดินออกไปหลังบ้าน นางนั่งลงในมุมมืดที่ลับตาคน รวบรวมสมาธิจดจ่ออยู่ที่ปลายนิ้ว ภาพในหัวของนางคืออุปกรณ์ชนิดหนึ่งที่บิดาเคยเอาให้ดู มันคือไม้ดิ่งค้นหาน้ำ หรือแท่งไม้ทรงง่ามที่จะสั่นสะเทือนเมื่ออยู่เหนือแหล่งน้ำใต้ดิน

นางจรดปลายพู่กันเกล็ดมังกรลงบนพื้นทราย ลากเส้นเป็นแท่งไม้สองกิ่งที่มาบรรจบกันตรงปลาย ทันทีที่เส้นหมึกสุดท้ายสมบูรณ์ แสงสว่างวาบขึ้นชั่วอึดใจ ร่างกายของนางรับรู้ถึงพลังที่ถูกดึงออกไป แต่ไม่เจ็บปวดถึงขั้นดิ้นทุรนทุราย

นางยิ้มออกมาด้วยความดีใจ พลางหยิบแท่งไม้ดิ่งที่ปรากฏขึ้นบนพื้นทรายขึ้นมาถือไว้ นางกระชับกิ่งไม้ทั้งสองข้างด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย เดินวนรอบๆ พื้นที่รกร้างหลังบ้าน นางเดินอย่างช้าๆ สายตาจ้องมองปฏิกิริยาของไม้ดิ่งไปด้วย

ชิงเหยาเดินลัดเลาะไปตามแนวหินและพงหนาม จนกระทั่งมาถึงจุดที่ดินดูเข้มกว่าบริเวณอื่น ทันใดนั้นแท่งไม้ในมือของนางก็เริ่มสั่นไหว ปลายของมันถ่วงลงสู่พื้นดินประหนึ่งมีแรงดึงดูดมหาศาล นางขยับไปทางซ้ายปลายไม้ก็ยังชี้กลับมาที่เดิม นางขยับไปทางขวามันก็ยังขืนตัวกลับมายังจุดกึ่งกลาง

“ตรงนี้แหละ!”

นางวางไม้ดิ่งลงแล้วหยิบจอบบิ่นๆ ขึ้นมาขุดดินอย่างรวดเร็ว แม้ดินจะแข็งแต่ความหวังที่เปี่ยมล้นทำให้นางมีแรงมหาศาล นางขุดลงไปเพียงไม่กี่ชั่วยาม ดินที่เคยแข็งกระด้างเริ่มเปลี่ยนเป็นชื้นแฉะ และในที่สุดเมื่อนางขุดลงไปอีกครั้ง น้ำใสสะอาดก็เริ่มซึมออกมาจากรอยแตกของหินใต้ดิน

ชิงเหยาเบิกตากว้างรีบใช้มือกอบเอาดินออก น้ำค่อยๆ ไหลซึมออกมามากขึ้นเรื่อยๆ จนเต็มก้นหลุมที่ขุดไว้ นางลองแตะชิมดูเล็กน้อย น้ำนี้ใสเย็นบริสุทธิ์ยิ่งกว่าน้ำในบ่อส่วนกลางของหมู่บ้านเสียอีก

“ท่านแม่! ท่านแม่มาดูนี่เจ้าค่ะ!”

ชิงเหยาร้องเรียกเสียงใสด้วยความดีใจ นายหญิงเยี่ยรีบวิ่งออกมาจากบ้านด้วยใบหน้าตระหนก แต่เมื่อเห็นน้ำที่เอ่อล้นอยู่ในหลุมดินที่บุตรสาวขุดไว้ นางถึงกับยกมือปิดปากด้วยความตื้นตันใจ

“น้ำ! มีน้ำจริงๆ หรือเหยาเอ๋อร์ สวรรค์เมตตาพวกเราแล้ว”

“นี่คือตาน้ำที่ดีที่สุดเจ้าค่ะท่านแม่ ขุดไปเพียงไม่ลึกน้ำก็ซึมออกมาเช่นนี้ แสดงว่าใต้ดินนี้ต้องมีสายน้ำซ่อนอยู่”

ตลอดทั้งวันนั้น ชิงเหยาไม่ได้หยุดพัก นางใช้หินที่เก็บได้รอบๆ มาเรียงซ้อนกันเป็นขอบบ่ออย่างง่ายๆ ค่อยๆ ตักดินและโคลนออกจนบ่อน้ำขนาดย่อมของนางจนเป็นรูปเป็นร่าง สิ่งที่น่าอัศจรรย์ใจคือไม่ว่านางจะตักน้ำออกไปใช้มากเท่าใด น้ำในบ่อนี้กลับค่อยๆ ซึมออกมาเติมเต็มจนอยู่ในระดับเดิมเสมอ ประหนึ่งเป็นบ่อน้ำที่ไม่มีวันแห้งขอด

เมื่อมีน้ำแล้ว ชิงเหยาจึงเริ่มนำเมล็ดพันธุ์ผักที่วาดไว้เมื่อวานลงหว่านในแปลงผักที่เตรียมไว้ นางรดน้ำลงบนดินแห้งๆ จนมันชุ่มฉ่ำ สามวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว ผักที่นางปลูกเริ่มแทงยอดอ่อนขึ้นมาเหนือดินอย่างน่าอัศจรรย์ ส่วนแม่ไก่ตัวนั้นก็ขยันออกไข่ให้นางกับมารดาได้กินทุกเช้า สุขภาพของนายหญิงเยี่ยเริ่มดีขึ้น สีหน้าเริ่มมีเลือดฝาดไม่ซีดเซียวแล้ว

ทว่าความสงบสุขมักอยู่ได้ไม่นาน เช้าวันที่สี่เสียงฝีเท้าหนักๆ และเสียงพูดคุยอย่างโอหังดังขึ้นที่หน้าบ้านอีกครั้ง เฉินกุ้ยผู้นำหมู่บ้านเดินนำลูกสมุนสองคนเข้ามาด้วยท่าทางวางอำนาจ ในมือของเขาถือสมุดบัญชีเก็บส่วยเล่มเดิม แววตาที่จ้องมองมายังบ้านของชิงเหยาเต็มไปด้วยความละโมบ โดยเฉพาะเมื่อเขามองเห็นแม่ไก่ตัวอ้วนท้วนที่ถูกขังอยู่ในสุ่มข้างบ้าน

“แม่นางมู่ครบสามวันแล้ว เจ้าเตรียมเงินส่วยน้ำยี่สิบอีแปะไว้ให้ข้าหรือยัง”

เฉินกุ้ยตะโกนเรียกเสียงดัง ชิงเหยาเดินออกมาจากหลังบ้าน ในมือยังถือจอบที่เปื้อนดิน นางมองดูเฉินกุ้ยด้วยสีหน้าเรียบเฉย

“ข้าไม่มีเงินให้ท่านหรอกเจ้าค่ะ”

เฉินกุ้ยแค่นหัวเราะ สายตาของเขาจับจ้องไปที่แม่ไก่ไม่วางตา “ไม่มีเงินรึ ข้าก็คิดไว้อยู่แล้วว่าคนตกอับอย่างพวกเจ้าจะไปมีเงินได้อย่างไร แต่ดูท่าทางเจ้าจะเลี้ยงไก่ได้ดีนี่นา ไก่ตัวนี้อ้วนถ้วนสมบูรณ์นัก เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน ในเมื่อไม่มีเงินก็เอาไก่ตัวนี้มาแลกกับส่วยน้ำของเดือนนี้ นี่ก็ถือว่าข้ามีเมตตาต่อพวกเจ้าสองแม่ลูกมากแล้ว พวกเจ้าไปจับไก่ตัวนั้นมา!”

ชายฉกรรจ์สองคนเดินดุ่มเข้าไปทางสุ่มไก่อย่างอุกอาจ พวกเขาไม่คิดเลยว่าหญิงสาวร่างบางตรงหน้าจะกล้าขัดขืน ทว่าเพียงแค่พวกมันก้าวไปได้ไม่กี่ก้าว มู่ชิงเหยาก็ขยับกายอย่างรวดเร็ว นางเหวี่ยงจอบในมือขึ้นมาขวางหน้าพวกมันทันที

“หยุดอยู่ตรงนั้น!” เสียงของนางดังก้องจนลูกสมุนทั้งสองคนชะงักไป

“เจ้าจะทำอะไร กล้าทำร้ายคนของข้างั้นรึ!” เฉินกุ้ยตวาด ใบหน้าแดงก่ำด้วยความโมโห

“ข้าไม่ได้จะทำร้ายใคร แต่ข้าจะไม่ยอมให้ใครมาแตะต้องสมบัติของข้า ส่วนเรื่องส่วยน้ำที่ท่านเรียกเก็บขอบอกไว้ตรงนี้เลยว่าข้าจะไม่จ่ายแม้แต่อีแปะเดียว”

“ถ้าไม่จ่ายส่วยน้ำเจ้าก็ห้ามแตะต้องน้ำในบ่อของหมู่บ้านแม้แต่หยดเดียว! ข้าจะสั่งให้ทุกคนห้ามแบ่งน้ำให้พวกเจ้า ใครกล้าฝ่าฝืนจะต้องถูกขับไล่ออกไป”

“ท่านไม่จำเป็นต้องสั่งหรอก เพราะข้าไม่ได้คิดจะใช้น้ำของหมู่บ้านอยู่แล้ว”

เฉินกุ้ยและลูกสมุนอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนที่จะหัวเราะออกมาอย่างขบขัน ลูกสมุนของเขาก็พลอยหัวเราะเยาะเย้ยตามไปด้วย

“ฮ่าๆ เจ้าพูดอะไรออกมาน่ะแม่นางมู่ ไม่ใช้น้ำของหมู่บ้านงั้นรึ เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นเทพธิดามาจากไหน ถึงจะอยู่ได้โดยไม่ต้องดื่มน้ำ หรือเจ้าจะอาศัยน้ำค้างประทังชีวิตไปวันๆ ฮ่าๆ”

“ข้าจะใช้น้ำจากที่ไหนมันก็เรื่องของข้า แต่ที่แน่ๆ ข้าไม่ยอมให้ท่านมารีดไถเงิน ท่านเป็นถึงผู้นำหมู่บ้านแต่ไร้จิตสำนึก เห็นชาวบ้านตาดำๆ ลำบากยังกล้าฉวยโอกาส!”

“เจ้ามันคนเสียสติไปแล้ว! ในหุบเขาที่แห้งแล้งเช่นนี้นอกจากบ่อน้ำส่วนกลางแล้วไม่มีที่ไหนมีน้ำอีก เจ้าอยากจะลองดีรึ ข้าจะรอดูว่าหน้าอย่างเจ้าจะทนกระหายน้ำไปได้กี่วัน อย่าคลานมาคุกเข่าอ้อนวอนขอขมาข้าก็แล้วกัน!”

เฉินกุ้ยสะบัดแขนเสื้ออย่างแรง เดินนำลูกสมุนกลับไปพร้อมเสียงหัวเราะที่ยังคงดังแว่วมาตามลม เขาคิดว่ามู่ชิงเหยาเพียงแต่พูดจาอวดดีไปอย่างนั้นเอง เป็นไปไม่ได้เลยที่สองแม่ลูกจะใช้ชีวิตอยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้ได้โดยไม่ดื่มไม่ใช้น้ำจากบ่อของเขา

ชิงเหยามองตามหลังคนเหล่านั้น นางลดจอบในมือลงแล้วหันไปมองบ่อน้ำขนาดย่อมที่หลังบ้าน ซึ่งบัดนี้มีน้ำใสเต็มเปี่ยม มีนกน้อยบินเข้ามาแวะดื่ม นอกจากนางได้ใช้ประโยชน์แล้วสัตว์ยังได้พึ่งพาด้วย นางละสายตาจากบ่อหิน จากนั้นเดินกลับเข้าไปหามารดาที่ยืนรออยู่ด้วยความเป็นห่วง ชิงเหยาจับมือมารดาไว้เบาๆ

“ไม่ต้องกลัวนะเจ้าคะท่านแม่ เรามีน้ำของเราเองแล้ว ต่อไปนี้จะไม่มีใครมารังแกพวกเราได้อีก”

*** ไม่ดิ่งหรือแท่งดาวซิ่งเป็นอุปกรณ์ใช้ในการค้นหาตาน้ำสมัยโบราณ หรืออีกวิธีคือคนสมัยเก่ามักใช้การครอบกะลาหรือครอบด้วยถ้วยดินเผาทิ้งไว้ในตอนกลางคืน พอเช้ามาก็จะเปิดดูว่าในถ้วยที่ครอบไว้มีไอน้ำเกาะอยู่หรือไม่ ก่อนจะทำการลงมือขุดหาตาน้ำ บางครั้งก็ดูจากรังปลวก

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel