ตอนที่ 6 จับหมั้น (NC)
ฉันนั่งเกร็งจิกมือตัวเองอยู่กลางบ้านตั้งแต่มาถึง สายตาก็คอยลอบมองปะป๊าว่าจะด่าอะไรฉันอีกไหม
"จะหยุดทำตัวแบบนี้เมื่อไหร่" มาแล้วสินะ ดูน่าอึดอัดดีแฮะ
"....." ไม่รู้จะตอบอะไรดี รู้ว่าตัวเองผิดเลยเลือกที่จะไม่เถียงกลับไป
"ไปอยู่ต่างประเทศดีไหม?"
"ไม่เอานะคะ!" ฉันยังไม่อยากไปตอนนี้ ยังอยากสนุกกับเพื่อนที่นี่ก่อน รู้แหละว่าอายุก็ไม่ใช่น้อย ๆ แล้ว ควรจะทำตัวให้มันเป็นผู้ใหญ่มากกว่านี้ แต่ฉันก็คือฉันที่ยังดื้อรั้นไม่ฟังใครเหมือนเดิม
"ป๊าเหนื่อยแล้วนะ เราควรจริงจังกับงานได้แล้ว อายุจะ30แต่ยังรักสนุกไปวัน ๆ จะทำอะไรนึกถึงหน้าป๊ากับมี๊บ้าง"
"หนู... "
ปลื้นน! ~
ระหว่างที่เรากำลังคุยกันอยู่นั้น อยู่ ๆ ก็มีรถขับเข้ามาจอดยังหน้าบ้าน ป๊าและฉันหันไปมองพร้อมกัน
ตึกตึก
"ไอ้ดีแลน" ป๊าพูดขึ้นเมื่อมีผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาในบ้านด้วยท่าทางน่าเกรงขาม ใบหน้านิ่งน่ากลัว มองอีกมุมก็คือหล่อมาก ว่าแต่มาหาใครกันกัน
"....." ผู้ชายคนนั้นไม่ตอบ เดินมานั่งลงฝั่งตรงข้ามกับฉัน สายตาคู่นั้นจ้องมาที่ฉันนิ่ง ๆ
"มึงมาทำไม"
"ลูกกูมันสร้างเรื่องไว้เลยต้องมาจัดการ" แสดงว่าเป็นเพื่อนกับปะป๊า ว่าแต่ใครคือลูกของคุณลุงกัน ฉันต้องเรียกลุงใช่ไหมเพราะเป็นเพื่อนปะป๊า
"อยู่ไหน" ติณณภพมองหาตัวต้นเรื่อง
"เข้ามา" สิ้นคำพูด ชายหนุ่มเจ้าของความสูงร้อยเก้าสิบเซนติเมตรก็เดินเข้ามาสีหน้านิ่งยากจะคาดเดา หญิงสาวที่นั่งอยู่ดวงตาเบิกโพลงทันที เพราะคนที่เข้ามาคือผู้ชายคนเดียวกับที่เธอนอนด้วยเมื่อคืนยังไงล่ะ
"นะ.. นาย" เจด้าตกใจเริ่มอยู่ไม่นิ่ง ไม่คิดว่าโอนิกซ์จะเป็นลูกชายของเพื่อนพ่อตัวเอง
"สวัสดีครับคุณลุง" โอนิกซ์ยกมือไหว้ติณณภพ
"อืม"
"เจด้า" ชายวัยกลางคนหันไปหาลูกสาวตัวเอง
"คะ..คะป๊า" ร่างบางสะดุ้งเล็กน้อยตอนที่พ่อตัวเองเรียก
"นี่ลุงดีแลน เพื่อนสนิทป๊าเอง" เขาแนะนำเพื่อนให้ลูกสาวรู้จัก
"สวัสดีค่ะลุงดีแลน" เจด้ายกมือขึ้นไหว้อย่างนอบน้อม
"อืม" ดีแลนพยักหน้าตอบรับ
"แล้วสรุปว่ามีไรถึงมา" ถึงจะรู้อยู่แล้วก็ตามว่าเพื่อนตนพาลูกชายมาหาเขาถึงบ้านทำไม
"กูจะมาคุยเรื่องหมั้นของลูกกูกับลูกมึง" ดีแลนเอ่ยขึ้นนิ่ง ๆ
"ว่าไงนะ!/หมั้น!" ทั้งสองโพล่งออกไปพร้อมกันเสียงดัง ใครจะไม่ตกใจที่อยู่ ๆ ผู้ใหญ่ทั้งสองก็พูดเรื่องหมั้นขึ้นมาโดยที่เขาสองคนไม่เคยคิดเรื่องนี้มาก่อน
"ใช่ แกสองคนต้องหมั้นหมายกัน"
"ไม่มีทางเด็ดขาด" โอนิกซ์ค้านเสียงแข็ง เขาไม่ยอมมีพันธะแน่นอน ยังไงเขาก็ไม่ยอมหมั้นกับเจด้า
"ปะป๊าไม่เอานะคะ" เจด้าเองก็ไม่เห็นด้วยหากให้ตนหมั้นกับผู้ชายตรงหน้า เธอถือว่าเรื่องที่เกิดขึ้นมาจากความสมยอมของทั้งสองฝ่าย
"แต่ป๊าเห็นด้วย"
"ป๊า~" เธอเรียกคนเป็นพ่อเสียงอ่อน เจด้ามีสีหน้าไม่สู้ดี เธอกลัวว่าจะโดนจับหมั้นจริง ๆ
"แต่ผมกับเธอไม่ได้รักกัน"
"ลองอยู่ด้วยกันเดี๋ยวก็รักกันเองแหละ" ดีแลนไม่สนว่าทั้งสองจะรักกันไหม ในเมื่อลูกชายเขาได้ล่วงเกินอีกฝ่ายแล้ว เขาที่เป็นพ่อก็ต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่ลูกชายตัวเองทำกับลูกสาวเพื่อนสนิทเขาอย่างติณณภพ
"แต่แด๊ดครับ... "
"ไม่มีแต่อะไรทั้งนั้น ฉันจะประกาศขายคอนโดนั้นแล้วให้แกพาหนูเจด้าย้ายไปอยู่ที่เพนท์เฮาส์ของฉันซะ" คำพูดเด็ดขาดของดีแลนทำให้ไม่มีใครแย้งอะไรได้ ติณณภพเองก็เห็นด้วยกับสิ่งที่เพื่อนเอ่ยมา ในเมื่อทั้งสองยังรักสนุกไปวัน ๆ ไม่คิดจะจริงจังสักทีก็ต้องเจอแบบนี้แหละ
"ปะป๊าช่วยพูดอะไรหน่อยสิคะ" เจด้าหันไปเขย่าแขนติณณภพเบา ๆ อย่างน้อยก็ค้านสักนิดก็ยังดี
"พรุ่งนี้เตรียมตัวย้ายได้เลย ป๊าจะให้คนจัดกระเป๋าให้" ถึงจะหวงลูกสาวแค่ไหน แต่ถ้าเธอยังทำตัวเหลวไหลอยู่แบบนี้ ก็คงต้องดัดกันหน่อย ตามใจจนเสียนิสัยหมดแล้ว
"ปะป๊า! "
"ไปดื่มกันหน่อยไหม ไม่เจอกันนาน" ติณณภพหันไปเอ่ยชวนดีแลนเมื่อจัดการเรื่องลูก ๆ ของตนเสร็จ หลังจากที่ยุ่งกับงานจนไม่มีเวลามาสังสรรค์กันเหมือนสมัยเป็นวัยรุ่น
"เอาสิ" เขาปล่อยให้ทั้งสองอยู่ด้วยกันไป ไม่สนว่าทั้งคู่จะกระโดดกัดคอกันไหม
ตึกตึก...
หลังจากที่ดีแลนและติณณภพแยกตัวออกไป ภายในห้องจึงเหลือเพียงเจด้าและโอนิกซ์ที่นั่งทำหน้าไม่สบอารมณ์ใส่กันอยู่คนละฝั่งของโซฟา
"ให้ตายเถอะ!" ปากเล็กสบถออกมาด้วยความหงุดหงิด
"เวรกรรมอะไรของกูวะแม่ง" ชีวิตอิสระของเขากำลังจะเสียไปเพราะผู้หญิงตรงหน้าแล้วสินะ เขาได้แต่นึกโทษโกรธตัวเองที่ไปพลาดมีอะไรกับเธอ ไม่งั้นคงไม่ลงเอยแบบนี้แน่นอน
"ทำไมนายไม่บอกไปว่านายมีแฟนแล้ว" เมื่อเช้าเธอยังเห็นผู้หญิงอยู่ในห้องกับโอนิกซ์อยู่เลย ทำไมเขาไม่ยอมพูดออกไป หากเธอรู้ว่าเขามีแฟนแล้ว เธอจะไม่ยุ่งกับเขาเด็ดขาด แต่ในเมื่อมันพลาดไปแล้วให้ย้อนกลับไปแก้ไขอะไรคงไม่ได้ เธอก็แค่ไม่เข้าไปยุ่งวุ่นวายกับเขาอีกแค่นั้น เรื่องที่มันผ่านมาแล้วก็ให้ผ่านไป แต่อีกมุมเธอก็คิดว่าทั้งสองเป็นแฟนกันจริง ๆ เหรอ เพราะดูทั้งสองไม่มีท่าทีว่าจะเป็นเดือดเป็นร้อนอะไรเลย โดยเฉพาะผู้หญิงคนนั้น
"....." ร่างสูงไม่ตอบอะไรกลับไป เขากำลังเครียด คิดหาทางออกว่าจะเอายังไงต่อดี ขืนปล่อยไว้แบบนี้เขาต้องอกแตกตายแน่
"บัดซบสิ้นดี! " เจด้าสบถคำหยาบเมื่ออีกคนเอาแต่เงียบ เธอมองเขานิ่ง ๆ ใจก็คิดว่าตัวเองจะได้ไปอยู่กับผู้ชายอย่างโอนิกซ์จริงเหรอ
"....." เงียบ
"ใบ้แดกหรือไง"
"หุบปากไปซะ" เขากัดฟันพูดใส่หน้าเธอ
"นาย!"
"บอกให้หุบปากไงวะ!" ร่างบางตกใจตอนที่เขาตะคอกใส่เธอเสียงดัง
"...." เจด้ามองโอนิกซ์เล็กน้อย ก่อนจะดันตัวลุกขึ้น หญิงสาวมองเขาอย่างโกรธเคืองพร้อมกระทืบเท้าเดินขึ้นบ้านไปอย่างหงุดหงิด
"อ้าวนิกซ์" ที่รักยืนทำอาหารอยู่ในครัวเรียกชื่อคนมาใหม่ด้วยความแปลกใจ ไหนตอนแรกเขาบอกว่าจะมาตอนเย็น ทำไมถึงมายืนอยู่ตรงนี้ได้
"...." โอนิกซ์เลี่ยงไปนั่งโซฟาใบหน้าเคร่งเครียด เขากำลังคิดท่าทางออกเรื่องวันนี้
"เป็นอะไรหรือเปล่า" เห็นว่าคนตัวสูงดูเครียด ๆ เลยเข้าไปถาม ใบหน้าคมคายเงยขึ้นมาสบตาคู่นั้น
"อมให้หน่อย" เวลาเครียดเขามักจะหาที่ปลดปล่อย อย่างเช่นตอนนี้ ที่เขามาหาเธอก่อนก็เพราะอยากระบายความเครียดให้หายไป ถึงจะช่วยได้ไม่มากแต่มันก็พอช่วยได้
"มีเรื่องไม่บายใจเหรอ" นี่อีกเหตุผลที่เขาชอบในตัวหญิงสาว รู้ว่าเวลาเขาเครียดแล้วเขาต้องการอะไร
"อืม มาอมให้หน่อย"
"แป๊ปนะ" เธอวิ่งเข้าไปจัดการปิดเตาแก๊สที่ทำอาหารค้างไว้ก่อนหน้านี้ จัดการตัวเองให้เรียบร้อยก่อนจะเดินกลับมาหาคนตัวสูงอีกครั้ง
"ถอดให้ด้วย" โอนิกซ์นั่งในท่าที่คิดว่าหญิงสาวจะทำให้ตัวเองได้ถนัด ที่รักยื่นมือไปถอดกางเกงให้เขา เธอรูดซิบลงช้า ๆ ก่อนจะควักเอาท่อนเอ็นออกมาชักรูด
"อื้ม~" โอนิกซ์เงยหน้าขึ้นพลางหลับตาเคลิ้ม เสียงครางกระเส่าในลำคอหลุดออกมาเบา ๆ
ฟึบ! ฟึบ! ฟึบ!
"ดีขึ้นไหม" ถามขณะชักรูดแก่นกายให้ขยายใหญ่
"อ๊าา" มือหนาดึงใบหน้าเธอเข้ามาใกล้ เขาจับท่อนเอ็นตีปากชมพูสองสามครั้งก่อนจะกดหัวเธอให้ปากครอบแก่นกายใหญ่จนสุดความยาว
"อื้อ!!"
อ่อก อ่อก อ่อก
"แรง ๆ อ๊าา"
อ่อก อ่อก อ่อก
"ซี๊ด แบบนั้นแหละ" โอนิกซ์ปล่อยให้เธอปรนนิบัติเขาไป ส่วนตัวเองก็เอนตัวราบไปกับโซฟาครางไม่เป็นภาษา
"โอ้วว แม่งดีสัส"
บ๊วบ~
"อย่าหยุด" เขาใกล้จะแตกเต็มทีแล้ว ที่รักเธอเก่งที่สามารถทำให้เขาแตกด้วยปากของเธอได้
อ่อก อ่อก อ่อก
"อ๊าสสส!!"
_________________________
