บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 1 ตามหา (2/2)

การแต่งงานที่จัดขึ้นเมื่อสามวันก่อนหลังจากการหมั้นหมายเมื่อสองอาทิตย์ที่แล้ว โดยที่เธอเองก็ยังไม่เคยเห็นหน้าเจ้าบ่าวสักครั้ง

งานหมั้นที่ถูกอุปโลกน์ขึ้นโดยการพูดจาให้ดูดีระหว่างแม่เลี้ยงของเธอกับคุณนายอะไรสักอย่างทางกรุงเทพ แท้ที่จริงก็เพียงเพื่อรับสินสอดจากฝ่ายชายมาเท่านั้น ไร้ซึ่งพิธีรีตองใดๆ

คำพูดของแม่เลี้ยงก็เพื่อแจ้งให้เธอทราบและเร่งรัดให้เดินทางกลับเมืองไทยทันที ทุกอย่างถูกเตรียมพร้อมไว้เรียบร้อย

แต่ที่น่าขันก็คงจะเป็นงานแต่งในเช้าวันรุ่งขึ้นที่เธอกลายเป็นม่ายขันหมาก ขบวนเจ้าบ่าวยืนรอคนสำคัญของฝ่ายตัวเองตั้งแต่เช้าจนสายโด่งเลยฤกษ์ยามมงคล

อีกใจเธอก็นึกดีใจ แต่เมื่องานแต่งไร้เงาเจ้าบ่าวเสียงซุบซิบนินทาของป้าข้างบ้านก็ทำเธอประสาทเสีย ยิ่งท่าทางเสียอกเสียใจราวคนจะขาดใจของแม่เลี้ยงที่แสดงให้แม่เจ้าบ่าวเห็นจนเธอนึกสะอิดสะเอียนแทน

นั่นจึงเป็นสาเหตุให้เธอลากกระเป๋าเดินทางที่ยังไม่ทันรื้อของออกมาที่กรุงเทพ ส่วนหนึ่งก็เพื่อจะหลีกหนีเสียงนินทา แต่ไหนๆ มาแล้วไอ้คนที่มันกล้าทิ้งเธอไว้ที่งานแต่งคนเดียว ควรจะต้องเอาคืนให้สาสมสักหน่อยดีไหม

เธอก็ไม่ได้อยากแต่ง แต่ก็ควรพูดจากันดีๆ ไม่ใช่ทิ้งเธอไว้แบบนั้น เมื่อไอ้บ้านั่นไม่กล้าเผชิญหน้า งั้นเธอจะมาเผชิญหน้าเขาเอง

เธอสลัดภาพงานแต่งอันแสนน่าทุเรศทิ้ง ก้าวเท้าเดินเข้าไปภายในห้องรอยัลสวีท รองเท้าส้นสูงที่ทิ้งจังหวะลงพื้นเป็นจังหวะมั่นคงมาตลอดทาง แต่อยู่ๆ เธอก็เหมือนก้าวเท้าไม่ออก อาการวิงเวียนศีรษะก็เกิดขึ้นตามมาติดๆ

'สงสัยจะเมา'

เธอให้คำนิยามกับสภาพร่างกายตัวเองในตอนนี้ คงเพราะเหล้าเพียวๆ แก้วนั้น

แต่เมื่อเธอเดินไปได้อีกเพียงไม่กี่ก้าว ยังไม่ทันพ้นช่องทางเดินระหว่างประตูกับห้องนั่งเล่นที่เห็นอยู่ด้านใน เธอก็ต้องยกมือขึ้นยันผนังเอาไว้ไม่ให้ล้มลงเสียก่อน

เธอพยายามตั้งสติเดินเข้าไปจนถึงห้องนั่งเล่น แม้เรียวขาคู่สวยจะเริ่มเดินไม่ตรงทางนัก นอกจากอาการมึนศีรษะ ตอนนี้เธอก็เริ่มรู้สึกว่าภายในห้องชุดสุดหรูมันดูน่าอึดอัดออกจะร้อนผ่าวน่ารำคาญ เหงื่อเม็ดใหญ่เริ่มผุดขึ้นตามไรผม

เธอกำลังจะทิ้งตัวลงนั่งที่โซฟาแต่เมื่อได้ยินเสียงคล้ายมีใครบางคนอยู่ในห้องนอนที่แง้มประตูไว้ เธอจึงรีบเดินไปทางนั้น

'นี่นะหรือไอ้เจ้าบ่าวที่มันกล้าทิ้งเธอไว้ที่งานคนเดียว'

ณิชามองแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มที่ยืนหันหน้าเข้าหาผนังกระจกบานใหญ่ กล้ามเนื้อที่เรียงตัวสวยไปทุกสัดส่วนในยามที่เขาขยับร่างกายเพียงนิด บ่งบอกว่าคนตรงหน้าคงจะดูแลสุขภาพและออกกำลังกายสม่ำเสมอ

เขาค่อยๆ หันหน้ามาช้าๆ ในตอนนี้เองที่เธอไม่นึกแปลกใจว่าไอ้บ้านี่กล้าถือดีทิ้งงานแต่งเธอได้อย่างไร

นอกจากใบหน้าที่หล่อเหลา เรือนกายสูงใหญ่อุดมไปด้วยมัดกล้ามทุกสัดส่วน โดยเฉพาะลอนคลื่นที่หน้าท้อง วีไลน์ร่องลึกชัดที่หายเข้าไปใต้ปมผ้าขนหนูสีขาว มันชวนให้เธอยิ่งหายใจไม่ทั่วท้อง ความร้อนผ่าวยิ่งทวีรุนแรง

เธอเผลอมองเรือนกายขาวกระจ่างสว่างตาอยู่หลายอึดใจ ก่อนจะได้สติดึงสายตากลับไปที่ใบหน้าหล่อๆ ของเขาอีกครั้ง แต่ก็กลับถูกสายตาคมคู่นั้นสะกดให้ยิ่งยืนนิ่งอึ้งไม่ขยับไปทางไหน

ความร้อนที่คล้ายแผดเผาอยู่ในร่างกายเธอเริ่มเข้าใจแล้วว่าแท้ที่จริงมันคือเร่าร้อนเสียมากกว่า ยิ่งตอนที่เห็นชายหนุ่มตรงหน้าที่ทั้งเนื้อทั้งตัวมีเพียงผ้าขนหนูผืนเดียวที่พันเอวเอาไว้อย่างหมิ่นเหม่ มันยิ่งกระตุ้นให้ความต้องการบางอย่างชัดขึ้น

เธอกำลังต้องการเขา ต้องการชนิดที่เรียกว่ายับยั้งชั่งใจไม่ได้ และไม่สนว่าสีหน้าท่าทางตัวเองนั้นมันจะแสดงความต้องการออกมาอย่างไร

"เรามีเรื่องต้องคุยกัน"

เธอพยายามอย่างยิ่งกว่าเสียงนั้นจะหลุดออกจากปากมาได้ ก้าวเท้าไปอีกก้าวหวังจะเผชิญหน้ากับเขา และในก้าวถัดไปเธอก็ทรุดเข่าลงอย่างไร้เรี่ยวแรง ถ้าเขาไม่คว้าเธอไว้ได้ทันเธอคงจะลงไปนอนกลิ้งอยู่ที่พื้น

เธอคว้าต้นแขนเขาไว้แน่น ผิวเนื้อเย็นเฉียบของเขาทำให้เธอรู้ว่าอุณหภูมิภายในห้องคงจะเย็นมาก แต่เธอกลับร้อนจนแทบบ้า

ความต้องการบางอย่างดูจะยิ่งชัดขึ้นเรื่อยๆ เมื่ออยู่ๆ เธอก็ลูบไล้ฝ่ามือเล็กไปตามต้นแขนของเขาจนถึงลำคอหนา

วงแขนแกร่งที่โอบเอวเธอไว้มันยิ่งทำให้ร้อนวูบวาบไปทั้งตัว

"ไหนว่ามีเรื่องต้องคุยไง"

เขาเอ่ยขึ้นเป็นคำแรก ดวงตาคมเริ่มมีแววหยันขึ้นเล็กน้อย

'คงไม่พ้นเรื่องขอค่าตัวขึ้น แต่ก็พอเข้าใจได้ พวกเด็กสวยๆ หน่อย ก็มักจะขออัปราคาขึ้น'

"เราไว้ตกลงกันทีหลังเถอะ ถ้าเธอทำดี รับรองฉันจะทิปเพิ่มให้"
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel