บทย่อ
“มองหน้าฉันชัดๆ ฉันชื่อเจษ และช่วยกรุณาครางชื่อฉันให้ถูก” ~~~~~~~~~~~~~~~~~ ชีวิตที่ควรจะราบเรียบของเขาถูกเธอทำมันวุ่นวายสับสนขึ้น เธอเดินเข้ามาในห้องนอน สร้างความเร่าร้อนแปลกใหม่อยู่ค่อนคืน และสร้างความแปลกใจให้เขาในตอนเช้า ว่าเธอเป็นคู่หมั้นของน้องชายเขา คนที่ถูกว่าที่สามีทิ้งในวันแต่งงาน
นิยายรักโรแมนติกคู่นอนคืนเดียวโรแมนติก18+เศรษฐีนิยายรัก
ตอนที่ 1 ตามหา (1/2)
"คนไหน"
เสียงที่เอ่ยถามอย่างไม่ค่อยแน่ใจนัก แต่ดวงตาที่หลุบลงเล็กน้อยกลับจับจ้องหญิงสาวที่อยู่ในชุดสีแดงเพลิงอย่างไม่วางตา
แก้วเหล้าในมือที่แกว่งเบาๆ อย่างคนใช้ความคิด รอฟังคำตอบจากลูกน้องคนสนิทอย่างใจจดใจจ่อ
"ผู้หญิงชุดแดงครับคุณจิณณ์"
จิณณ์ ชะงักมือที่กำลังแกว่งแก้ว หันมามองหน้าอนันต์ลูกน้องตัวเองราวกับต้องการยืนยันคำตอบที่แน่นอน
"แกแน่ใจนะว่าใช่ผู้หญิงคนนั้นแน่"
"แน่ใจครับ เมื่อครู่เด็กที่บาร์ก็มาบอกว่าเธอถามหาคุณจิณณ์ด้วย"
จิณณ์หันกลับไปมองหญิงสาวชุดแดงที่กำลังยกแก้วเหล้าทรงสวยขึ้นจิบช้าๆ ยอมรับว่าเธอสวยมากยิ่งชุดเดรสสีแดงรัดรูปนั่นมันยิ่งเน้นสัดส่วนชวนน้ำลายไหล แต่เขาก็ต้องฝืนกลืนมันลงคอ
"ส่งเธอไปให้ไอ้เจษซะ"
"ว่าไงนะครับ"
"กูบอกให้ส่งไปให้ไอ้เจษไง"
"แต่นั่น...คู่หมั้นคุณจิณณ์นะครับ"
จิณณ์หันไปส่งสายตาไม่พอใจ ก่อนจะหันกลับไปมองผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าเป็นคู่หมั้นตัวเอง และที่จริงเมื่อสามวันก่อนเธอควรจะได้เป็นภรรยาเขาแล้วด้วยซ้ำ
"กูไม่เคยรับปากว่าจะหมั้นกับเขาสักหน่อย มึงรีบไปจัดการเถอะ"
"ว่าแต่จะให้ส่งไปให้คุณเจษยังไงครับ คุณเจษคงไม่รับ" อนันต์แทบไม่อยากนึกภาพว่านอกจากพี่ชายคุณจิณณ์จะไม่รับแล้ว ยังจะทำอะไรกับเธอบ้างหรือแม้แต่คนที่ส่งเธอไป
"มึงก็อย่าโง่สิ เอานี่ไป" อนันต์รับคีย์การ์ดของโรงแรมที่เจ้านายยื่นมาให้แต่ก็ยังนึกไม่ออกอยู่ดีว่าต้องทำยังไงถึงจะส่งเธอไปให้คุณเจษได้ "ไปบอกผู้หญิงคนนั้นว่ากูรออยู่ที่ห้อง"
อนันต์พยักหน้ารับเข้าใจสถานการณ์ทุกอย่างก็ตอนนี้ แต่ก่อนที่จะหันหลังออกจากห้อง เจ้าตัวก็ยังเกิดความสงสัยขึ้นมาอีก
"คุณจิณณ์ครับ แล้วถ้ามีผู้หญิงคนอื่นเข้าไปที่ห้องนั้นด้วยล่ะครับ"
"เรื่องอื่นกูจัดการแล้ว มึงไปจัดการเรื่องผู้หญิงคนนั้นเถอะ"
"ครับ"
เมื่อแน่ใจว่าจะไม่มีอะไรผิดพลาด อนันต์จึงยอมหันหลังกลับออกไปจากห้อง
แม้จะนึกเสียดายความสวยของคู่หมั้นสาว แต่จิณณ์ก็ไม่อยากเอาชีวิตอิสระของตัวเองมาผูกมัดไว้กับผู้หญิงที่แม่เลี้ยงเป็นคนจัดหามาให้
ผู้หญิงที่เหลือแต่เปลือก นอกจากรีสอร์ตเก่าๆ บนที่ดินหลายร้อยไร่แถวภาคเหนือเขาก็ยังไม่เห็นว่าชีวิตเธอจะมีอะไรน่าสนใจ หรือแม้แต่ความรู้ระดับปริญญาโทจากเมืองนอกที่ผู้เป็นแม่สู้อุตส่าห์นั่งสาธยายโน้มน้าวให้เขาฟังพร้อมสรรพคุณความสวย ความเก่งอีกสารพัด
แต่แท้ที่จริงแม่ก็เพียงต้องการที่ดินผืนใหญ่ทำเลทองของเธอเท่านั้น แถมยังให้เขาที่เป็นลูกเลี้ยงต้องมารับหน้าที่หมั้นหมายในครั้งนี้
ถ้าคุณนายอรนุชอยากได้ที่ดินผืนนั้น ทำไมไม่ให้ไอ้เจษที่เป็นลูกชายแท้ๆ หมั้นหมายกับยายนั่นเสียเองล่ะ เพราะแม่เลี้ยงเขาคงคิดมาดีแล้วว่าผู้หญิงคนนั้นคงมีค่าแค่ที่ดินผืนเท่าแมวดิ้นตายนั่น ไม่ควรค่าต้องให้ลูกชายตัวเองไปจมปลัก สู้ให้เขาต้องเป็นคนเสียสละชีวิตที่เหลือดีกว่า
เพราะงั้น ยายนั่น ก็ควรถูกส่งไปให้ลูกชายของคุณนายอรนุชนั่นแทน
"คุณณิชาครับ"
เสียงเรียกเบาๆ อย่างคนมีมารยาทและออกจะนอบน้อมไม่น้อย ในตอนที่เธอหันไปมองจึงออกจะแน่ใจว่าคงไม่ใช่คนที่เธอตามหาอยู่สองวันแน่
"คะ?"
"คุณจิณณ์ให้ผมเอานี่มาให้คุณครับ"
ณิชา มองคีย์การ์ดที่ชายหนุ่มในชุดสูทสีดำวางให้บนเคาน์เตอร์ ก่อนจะหยิบมันขึ้นมาพลิกดูจึงได้เห็นหมายเลขห้องด้านหลัง
"เจ้านายคุณยอมพบฉันแล้วหรือไง"
"ครับ ผมขอตัวก่อน"
พูดจบชายคนนั้นก็หันกลับไปไม่ทันอยู่ฟังว่าเธอจะเอ่ยถามอะไรอีก
เธอได้แต่มองคีย์การ์ดด้วยความโกรธ ก่อนจะหยิบแก้วเหล้าขึ้นดื่มอึกเดียวจนหมด พอเสียงแก้วกระทบพื้นหินอ่อนบนเคาน์เตอร์เธอก็ลุกออกไปทันที
คนบนห้อง VIP ชั้นสองของบาร์ภายในโรงแรมหรูยังยืนอยู่ตรงนั้นตั้งแต่ที่อนันต์ออกจากห้องลงไปหาเธอข้างล่าง และรอจนเธอคนนั้นเดินออกไปจากบาร์ของโรงแรมอย่างไม่ต้องคาดเดาว่าเธอจะไปที่ไหน จิณณ์ถึงยอมกลับมานั่งที่โซฟาชุดใหญ่ภายในห้อง จิบเหล้าในแก้วที่เหลือและเพิ่งรู้ว่ารสชาติของวิสกี้มันหอมหวานก็ตอนนี้
ณิชาขึ้นลิฟต์มาที่ชั้นสิบเก้าของโรงแรม เดินไปทิศทางหมายเลขห้องที่อยู่บนคีย์การ์ด จนสุดทางเดินเธอจึงได้เห็นเลขห้องนั้น เธอถอนหายใจยาวก่อนจะตัดสินใจทาบคีย์การ์ดลงที่หน้าประตู
