ตอนที่ 3 ใช่หรือเปล่า?
ตอนที่ 3 ใช่หรือเปล่า?
กลิ่นหอมอ่อน ๆ ลอยมากับสายลม รวิภัทรหันไปตามความรู้สึกนั้น ก่อนจะเห็นหญิงสาวเดินเข้ามาภายในคาเฟ่หลังจากเพิ่งวางสายโทรศัพท์เสร็จ
ไพลินเปลี่ยนชุดใหม่เรียบร้อย เสื้อสีขาวแขนห้าส่วนแนบลำตัวพอดี กับกางเกงขาม้าสีดำที่ช่วยเน้นช่วงเอวคอดและเรียวขาให้ดูยาวขึ้น รูปร่างของเธอจึงดูมีเสน่ห์อย่างเป็นธรรมชาติ
แม้จะเป็นเพียงชุดเรียบง่ายก็ยังคงโดดเด่นแบบไม่ต้องพยายาม ปลายผมที่ยังชื้นเล็กน้อยยิ่งเพิ่มความสดใสธรรมชาติ
ใบหน้ากลมเกลี้ยงคมชัด ไม่ว่าจะตา จมูก ริมฝีปาก แม้กระทั่งโหนกแก้มที่ดูใสวาววับเมื่อแสงกระทบ เธอที่ไม่จำเป็นต้องประโคมตกแต่งให้จัดจ้าน เพียงแค่ทาเคลือบลิปกลอสเปลี่ยนสีบางใสก็ทำให้คนทั้งคาเฟ่สนใจเธอได้แล้ว
ไพลินไม่ได้ปรุงแต่งจัดเต็มเหมือนผู้หญิงหลายคนที่รวิภัทรเคยพบ ซึ่งผู้หญิงพวกนั้นมักพยายามทำให้ตัวเองดูสมบูรณ์แบบทุกกระเบียดนิ้วเมื่ออยู่ต่อหน้าเขา
แน่นอนว่าเป็นเรื่องจริงที่รวิภัทรชอบความสมบูรณ์แบบ แต่ภาพของหญิงสาวตรงหน้ากลับทำให้เขาตระหนักชัดว่าความเป็นธรรมชาติ เมื่ออยู่กับคนที่ใช่…ก็ไม่ใช่ดูแย่แม้แต่น้อย
กลับกันมันดูจริงใจและสบายตามากกว่าความสมบูรณ์แบบที่เขามองจนเบื่อแล้วเสียอีก
“ขอโทษค่ะ พอดีลินคุยโทรศัพท์กับที่บ้านอยู่” เธอเอ่ยขึ้นก่อนจะเดินมาถึงโต๊ะด้วยซ้ำ เพราะสายตาดันไปสบเข้ากับคนที่ลุกจากเก้าอี้เพื่อเดินมาช่วยเลื่อนเก้าอี้ให้ ทั้งที่เขาไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้เลยก็ได้
“ขอบคุณค่ะ” ไพลินก้มหน้าเล็กน้อยเม้มริมฝีปากอย่างประหม่า ก่อนเอ่ยขอบคุณรวิภัทรเสียงเบาแล้วจึงนั่งลงตรงเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามเขา
“อย่าบอกนะว่าต้องรีบกลับอีก” กะทิเพื่อนสนิทของไพลินเอ่ยแซวขึ้น
“ถ้ากลับเร็วฉันโกรธจริง ๆ ด้วยนะ พี่เขาให้กลับไม่เกินหนึ่งทุ่มไม่ใช่เหรอ” ลียาเพื่อนสนิทอีกคนเสริมขึ้นพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์เช่นกัน
“ยังไม่ได้กลับซะหน่อย…” ไพลินตอบเสียงแผ่วพลางหลุบตาลงต่ำไม่กล้าสบตาคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม
ทว่าอีกฝ่ายกลับมองเธอด้วยสายตาอบอุ่นพร้อมรอยยิ้มบางที่ส่งมาให้
“ก็ดีไป นึกว่าจะเบี้ยวอีก ถ้าเป็นอย่างนั้นโดนดีแน่” ลียาพูดกลั้วหัวเราะ ก่อนใช้นิ้วคีบแก้มไพลินเบา ๆ อย่างหยอกล้อ
“น้องลินอยากทานอะไรสั่งได้เลยนะครับ” เพื่อนของรวิภัทรเอ่ยขึ้นพร้อมยื่นเมนูมาตรงหน้าเธอ
ไพลินรู้สึกหิวไม่น้อย อาจเพราะเธอใช้พลังงานไปมากกับการออกรอบตีกอล์ฟเมื่อช่วงบ่าย หญิงสาวกำลังจะเอื้อมมือไปรับเมนูมาเปิดดู ทว่าเสียงนุ่มทุ้มของใครบางคนกลับดังแทรกขึ้นเสียก่อน
“พี่สั่งให้แล้วค่ะ อูนางิด้งที่นี่อร่อยมาก แล้วก็มิโสะสาหร่าย”
เสียงของรวิภัทรเรียกรอยยิ้มจากเพื่อนสนิทของไพลินได้ แต่ตัวเธอเองนั้นกลับรู้สึกถึงอากาศที่เริ่มร้อนอบอ้าวโดยเฉพาะโหนกแก้มทั้งสองข้างของเธอ
“ขะ…ขอบคุณค่ะ”
“ว่าแล้วทำไมพี่ธามถึงสั่งอาหารเหมือนลินมันเป๊ะ ที่แท้ก็…” กะทิพูดไปก็หัวเราะไปทั้งยังตีแขนของลียาเพราะอยู่ใกล้ที่สุดด้วย
“เรารู้จักกันมาก่อน…” ไพลินหันไปอุบอิบบอกเพื่อนทั้งยังส่งสายตาดุ ๆ ไปให้ทั้งคู่หยุดพูดเรื่องที่ไม่ควรพูดเสียที
“ไม่เห็นเล่าให้ฟังบ้างเลยว่ารู้จักพี่ธาม รู้จักกันแบบไหนเหรอ?” ทั้งที่เธอส่งสายตาห้ามปรามไปแล้ว แต่กะทิและลียาก็ไม่สนใจเธอเลย
หญิงสาวจำต้องก้มหน้าลงก่อนจะหยิบแก้วน้ำดื่มขึ้นมาจิบแก้เก้อ และเอาเท้าเตะขาเพื่อนคือลียา แต่เพื่อนก็ไม่หยุดถามคำถามที่ไม่ควรถามสักที
“นั่นสิคะพี่ธาม รู้จักกับลินแบบไหนบอกได้ไหมคะ”
สุดท้ายไพลินก็ได้แต่นั่งเงียบ เธอดื่มน้ำจนหมดแก้ว แต่ยิ่งไปกว่านั้นคือเมื่อน้ำหมดคนที่หยิบขวดน้ำมาเติมให้ก็ยังคงเป็นรวิภัทรคนเดิม!
ตลอดคำถามของเพื่อนสนิทของไพลิน เจ้าตัวเอาแต่ก้มหน้าและรวิภัทรก็จงใจไม่ตอบคำถามเพื่อนเธอ
เขาเอาแต่นั่งมองคนที่เอาแต่หลบสายตาและระบายยิ้มที่ผู้หญิงร้อยทั้งร้อยเห็นแล้วก็ต้องใจสั่น
“พวกเรย์กับพี่นิกซ์รู้ไหมคะว่าสองคนนี้รู้จักกันแค่ไหน?” กะทิทำท่าทางป้องปากกระซิบ แต่นี่มันไม่ใช่การกระซิบเลยเพราะทั้งโต๊ะไม่มีใครไม่ได้ยิน!
เมื่อไม่ได้คำตอบจากรวิภัทรก็หันไปคาดคั้นเอากับเพื่อนทั้งสองของเขาแทน
เรย์คือคนที่นั่งอยู่บนรถกอล์ฟและจัดการเก็บกวาดสิ่งกวนใจให้เพื่อนสนิทอย่างรวิภัทร ส่วนนิกซ์เขานั่งนิ่งไม่ตอบแต่ยิ้มออกมาอย่างสุภาพ
“...เหมือนธามจะเคยเล่าให้ฟังว่ามีน้องสาวที่น่ารักมาก ๆ เรียนการเงินที่ต่างประเทศ”
“...”
“ไม่ได้เจอนานมากแล้ว แต่ก็พูดถึงอยู่ตลอดนะคะ แล้วน้องลินใช่น้องสาวที่น่ารักมาก ๆ ของธามหรือเปล่า?”
