ตอนที่ 2 เรื่องที่ตั้งใจ
ตอนที่ 2 เรื่องที่ตั้งใจ
รวิภัทรนิ่งไปครู่หนึ่ง ดวงตาทอดมองใบหน้าของไพลินอย่างพิจารณา ราวกับกำลังต่อภาพบางอย่างในความทรงจำที่ขาดหาย
“ไพลิน…” เขาทวนชื่อช้า ๆ ก่อนจะหลุดยิ้มออกมาเบา ๆ
“น้องลิน…นุ่มนิ่มของพี่น่ะเหรอ”
นุ่มนิ่ม เป็นชื่อที่รวิภัทรใช้เรียกไพลินเพราะตอนเด็ก ๆ เนื้อตัวของเธอนุ่มนิ่มเหมือนนุ่น
“ค่ะ พี่ธามจำได้แล้วเหรอคะ”
แววตาของหญิงสาวสาดประกายราวกับมีดาวดวงเล็ก ๆ ระยิบระยับอยู่ในนั้น ไพลินในตอนนี้ตัวเลยอกของเขามานิดหนึ่งเท่านั้นเอง
รวิภัทรพยักหน้าอย่างช้า ๆ ก่อนจะสอดมือล้วงกระเป๋าและก้าวเข้ามาใกล้เธอ
เพราะเงาแดดที่สาดส่องลงมา ทำให้เขาถือวิสาสะหยิบร่มที่วางไว้ เอามากางออกเพื่อบังแดดให้กับเธอ
“จำได้สิคะ ใครจะลืมน้องลินลง แค่ไม่คิดว่าเราจะได้เจอกันอีกครั้ง สบายดีไหมคะ เรียนอยู่ปีไหนแล้วเอ่ย”
น้ำเสียงนุ่มทุ้มราบเรียบที่รวิภัทรตั้งใจเอ่ยถามออกมา แต่มันแฝงความรู้สึกบางอย่างที่คนฟังอ่านไม่ออก
“ลินสบายดีค่ะ เรียนปีสามแล้วค่ะ” เธอตอบเขาและอมยิ้มแก้มป่อง
รวิภัทรได้ยินก็ยิ้มกว้าง มองแก้มสองข้างของหญิงสาวที่เปลี่ยนเป็นสีอมชมพูเลือดฝาด คงเพราะอากาศร้อนจัดใกล้เที่ยง ก่อนที่เขาจะโน้มตัวเข้ามาจดจ้องมองผิวหน้าเนียนละเอียดของเธอใกล้ขึ้นอีกนิด
ระยะห่างระหว่างเขากับเธอมันใกล้จนกลิ่นหอมอ่อนลึกจากตัวเขาลอยมาแตะปลายจมูกอีกครั้ง
“พี่ดีใจที่ได้เจอน้องลินนะคะ…” ไพลินได้ยินประโยคนั้นก็เหลือบสาบตาขึ้นสบตาเขาเช่นกัน
เพราะรวิภัทรสูงกว่าเธอมากลำคอของหญิงสาวจึงแทบจะเรียกว่าตั้งตรง
ตอนนี้…ไม่มีเงาของแสงแดดที่ร้อนจัดนั่นแล้ว มีเพียงเงาร่างของผู้ชายตัวสูงใหญ่ที่กำลังยืนกางร่มให้เธออยู่
ไพลินพยายามตั้งสติ แม้หัวใจจะเต้นแรงจนแทบระเบิดออกจากอกก็ตาม
“โตขึ้นเยอะเลยนะคะ” เขาเอ่ยเบา ๆ สายตาคมเข้มไล่มองเธออย่างพินิจ แต่ยังคงความสุภาพไว้ครบถ้วน
คำพูดธรรมดาแต่โทนเสียงและระยะใกล้แค่นั้น กลับทำให้บรรยากาศรอบตัวเหมือนถูกห่อหุ้มด้วยความอบอุ่นลึกลับ และยิ่งเขายืนอยู่ใกล้มากเท่าไร กลิ่นนั้นก็ยิ่งรบกวนสมาธิเธอมากขึ้นเท่านั้น
“...ละ ลินก็ดีใจที่ได้เจอพี่ธามอีกครั้งค่ะ” รวิภัทรยิ้มและกะพริบตาลงช้า ๆ ทีหนึ่งก่อนจะลืมตาขึ้น เขาจ้องมองนัยน์ตาสีเข้มที่ละม้ายคลายคลึงกับพี่ชายเธอ
“ออกรอบเสร็จ เราไปทานข้าวด้วยกันไหมคะ”
รวิภัทรถามออกไป แต่ไพลินแสดงออกชัดเจนว่ามีท่าทางลังเล ชายหนุ่มจึงเหลือบมองไปทางกลุ่มเพื่อนของเธอ ก่อนจะหันกลับมาแล้วยิ้มกว้าง
“ไปกันหมดเลย ไม่ใช่แค่กับเราค่ะ…ถ้าน้องลินไม่ไป พี่เสียใจแย่เลยนะ”
เขาโน้มตัวลงมานิดหนึ่งแบบที่องศาของใบหน้าเราอยู่ในระดับเดียวกัน ไพลินจึงค่อย ๆ หลุบสายตาลงต่ำจ้องมองเพียงแค่ปกคอเสื้อโปโลของเขา
“ไปนะคะคนดี…”
ปกติไม่เคยมีผู้ชายพูดคะขากับเธอ ยิ่งเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมที่ติดตามตัวแบบนี้ยิ่งไม่มีเลยสักครั้ง
หัวใจของเธอเต้นแรงกว่าปกติมาก...
ไพลินเผลอกลั้นหายใจชั่วครู่ ไม่ใช่เพราะกลัวเขา แต่เพราะไม่อยากให้กลิ่นนั้นจางหายไปเร็วเกินไป
“ไอ้ธามว่าไงวะ น้องลินไปไหมครับ พวกเพื่อนน้องตกลงไปด้วยกันหมดแล้ว”
ไพลินยังคงลังเลอยู่เช่นเดิมและมากกว่าเดิม ก่อนจะหันไปมองเพื่อน ๆ ที่ทำหน้าตาเหมือนกำลังรอคำตอบเธออยู่
“...งั้นก็ได้ค่ะ แต่ลินไม่กลับดึกนะคะ”
“ได้สิคะ เดี๋ยวพี่ไปส่ง”
“เอ่อพี่ธามคะ ไม่ต้องไปส่งค่ะ คนขับรถลินรออยู่”
ไม่เกินความคาดหมายของรวิภัทร เขายกยิ้มก่อนจะกดใบหน้ารับรู้ในคำบอกกล่าวนั้น ก่อนจะส่งสายตาไปให้เพื่อนสนิทที่นั่งอยู่บนรถกอล์ฟ ฝ่ายนั้นแค่สบตาเขาและหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดต่อสายออกไป
“งั้นเราทานกันที่นี่ก็ได้ แต่รอบหน้าน้องลินต้องไปทานข้างนอกกับพี่นะคะ พี่จำได้ว่าลินชอบซารุโซบะไม่ใส่วาซาบิที่สุด”
เขายังจำได้…
“ลิน...ต้องบอกพี่เพลิงก่อนค่ะ”
รวิภัทรพยักหน้าแล้วยิ้ม ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองส่งให้ไพลิน เธอทำหน้างงว่าเขาจะยื่นมาให้เธอทำไม แต่เมื่อเห็นว่าหน้าจอเขาเปิดค้างไว้ที่แอปพลิเคชันใดก็เข้าใจทันที
มือบางกดลงไปที่หน้าจอเบา ๆ ไม่กี่ทีและส่งคืนโทรศัพท์ให้เขาไป
“งั้นแยกย้ายเก็บของก่อน เดี๋ยวเราไปเจอกันที่คาเฟ่ในคลับเฮาส์นะคะ”
“ค่ะ”
