บทที่ 7
Chapter 3
อ้อนฉันสิ
ปารมีและอธิปกลับเข้ามาที่ห้องสัมภาษณ์ในเวลาบ่ายโมง และแน่นอนว่าภายในห้องมีแค่เธอและเขา รวมถึงเลขาเขาด้วย ส่วนคนอื่นๆ กลับไปรอรับอีเมลที่บ้านว่าผ่านการสัมภาษณ์หรือไม่
ในเวลานี้เขาไม่ใช่ศัตรูของเธอ แต่เขาคือ 'เจ้านาย' ของเธอในอนาคต หญิงสาวจึงเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องเผชิญหน้ากับเขา
"ทำไมคุณถึงอยากได้งานนี้"
"ก็..อยากได้เงิน อยากได้ผู้ติดตามเพิ่ม บิ้วตี้บล็อกเกอร์เป็นอาชีพของฉัน ถ้าฉันได้งานตรงนี้ก็การันตีได้ว่าฉันจะมีรายได้เพิ่มขึ้น แค่นี้แหละ"
ปารมีตอบด้วยน้ำเสียงผ่อนคลาย ไม่รู้สึกตรึงเครียด ราวกับพูดคุยกับเพื่อนทั่วไป ซ้ำยังยักคิ้วให้เขาไปหนึ่งทีด้วย เธอไม่ได้คาดหวังงานนี้จากเขาอยู่แล้ว หากเป็นคนอื่นเธอคงจะตั้งใจกว่านี้
"ฮึ..งั้นคุณผ่าน"
"เอ๋?"
"คุณอ้อ ผมขอกาแฟแก้วนึงครับ"
"ได้ค่ะ"
"เดี๋ยว..ฉันผ่านง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอ นายไม่คิดจะพิจารณาคนอื่นก่อนเหรอ"ปารมีทำหน้างง มันจะผ่านง่ายขนาดนี้เชียว หรือเขามีแผนอะไร
"ใช่ ฉันให้เธอผ่านเลย คนอื่นประดิษฐ์คำพูดเยอะเกินไป แต่เธอพูดตรงดี"
"นายอยากแกล้งฉันใช่ไหม"
อธิปไม่ตอบ แต่เดินเข้าไปใกล้ก่อนจะใช้มือยันพนักเก้าอี้เธอไว้ ปารมีไม่ได้ตกใจ เธอเชิ่ดหน้าขึ้นอย่างท้าทาย
"นายจะทำอะไร จะจูบฉันเหรอ"
"หลงตัวเองไปรึเปล่าปาน"
อธิปยักยิ้มก่อนจะโน้มใบหน้าลงไปใกล้ ใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจ ปารมีหลับตาพริ้มราวกับรอคอยจูบจากเจ้าชาย
แปะ!
"โอ้ย!..นายดีดหน้าผากฉันทำไมเนี่ย"
"เลิกเพ้อเจ้อ ทำหน้าเคลิ้มฝันชวนขนลุก ฉันไม่ได้พิศวาสเธอ"
ปารมีหน้ามุ่ย ลูบหน้าผากป้อยๆ ที่ออกสีแดงนิดๆ จากรอยดีด อธิปกลับไปยืนหลังตรงกอดอกมองคน 'เพ้อเจ้อ' ก่อนจะเอ่ย
"ฉันมีงานให้เธอทำต่างหาก"
"งานอะไร"
"ไปกินข้าวกับปู่เป็นเพื่อนฉัน"
"นี่เรียกว่าขอให้ช่วยเถอะ ไม่เกี่ยวกับงานสักนิด..ฉันไม่ไป"
"เธออยากได้เท่าไหร่ แค่ไปกินข้าวหนึ่งมื้อคงไม่เรียกแพงหรอกมั้ง"
"เวลาฉันเป็นเงินเป็นทองย่ะ คนอื่นก็มีก็ไปหาสิ"หญิงสาวนั่งไขว่ห้างพลางแคะเล็บอย่างใจเย็น
"แต่ปู่ระบุว่าต้องเป็นเธอ ถ้าฉันหาคนอื่นได้ ฉันไม่เอาเธอหรอก"
ปารมีลำพองใจ ยังไงเสียเธอก็เป็นต่อ แต่เรื่องอะไรจะยอมช่วยเขาง่ายๆ ด้วยละ เธอทำท่านึกอยู่นานจนอธิปนึกหมั่นไส้
"อ้อนฉันสิ"
"ฮะ? จะมากเกินไปละ"
"ก็แค่อ้อนฉันเอง ลำบากมากเลยเหรอ เฮ้อ แต่ก็เข้าใจนะเจ้าของบริษัทผู้ร่ำรวยมหาศาลอย่างนาย จะมาออดอ้อนใครเป็น"
อธิปอยากจะกลืนน้ำลายตัวเองลงไปซะเดี๋ยวนี้ ไม่น่าเปลืองน้ำลายขอให้เธอช่วยเลย คนอื่นเขาอาจจะยอมได้ แต่พอเป็นปารมีแล้วเขาจะลอง 'ฝืน' ดูสักหน่อย
"ปานครับ ช่วยไปกินข้าวกับผมสักมื้อเถอะนะครับ"
"ยังไม่พอ"
อธิปเข่นเขี้ยวเธอในใจ สาบานถ้าไม่ใช่ผู้หญิงคงจะร่วงไปกองที่พื้นแล้ว แต่เมื่อเธออยากให้เขาอ้อนมาก ได้..
อธิปจัดให้ครับ
ชายหนุ่มยันแขนกับพนักพิงเก้าอี้ มองเธอด้วยสายตาเป็นประกายจนปารมีขนลุกซู่ เขาโน้มใบหน้าต่ำลง ต่ำลง ลมหายใจเป่ารดที่ข้างแก้ม ก่อนที่ปลายจมูกจะแตะที่แก้มนุ่มเธอแผ่วเบา
"ปาน..น้องปานครับ..."
"พะ..พอแล้ว!"
เธอเด้งตัวลุกจากเก้าอี้ หัวใจเต้นโครมครามเหมือนจะหลุดออกมา เหตุการณ์ที่ร้านกาแฟวันนั้นย้อนกลับเข้ามา กลัวว่าเขาจะทำเหมือนวันนั้น
"ฉันยังไม่ได้อ้อนเลย?"เขาแสร้งตีหน้าซื่อ ทำหน้าเสียดายที่พลาดโอกาสไป แต่ภายในใจขำเป็นบ้า
"ฉันช่วยก็ได้..แต่ฉันมีข้อเสนอข้อเดียว"
"อะไร ว่ามาเลย"
"บัตรเครดิต"
"หืม?"
"แลกกับบัตรเครดิตนายไง ฉันยืมใช้วันเดียวคงไม่ล้มละลายหรอก จริงไหม?"
เธอแบมือขอบัตรเครดิตจากเขา อธิปคงไม่ให้เธอง่ายๆ แน่ แต่ก็นั่นแหละ ยังไงเธอก็ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียอะไรอยู่แล้ว ไม่ให้ก็แค่กลับ
ทว่าผิดคาดเมื่ออธิปล้วงหยิบบัตรเครดิตจากกระเป๋ามาให้ ปารมีปั้นยิ้ม ก็แค่ไปกินข้าวเอง ไม่เห็นต้องกลัวอะไรเลย
"ขอบคุณนะ ฉันแค่อยากได้กระเป๋าสักใบเท่านั้นแหละ"
"กลับไปเตรียมตัวด้วย หนึ่งทุ่มฉันจะไปรับ"
"วันนี้เลยเหรอ"
"ก็ใช่สิ ถ้ากลัวหาชุดไม่ได้ก็รูดบัตรฉันไป แต่เธอไม่ต้องแต่งอะไรมากหรอก เจอปู่แค่ครั้งเดียว จะสิ้นเปลืองเปล่าๆ"
"เค็ม"
"อ่อ แล้วอยู่ต่อหน้าคนอื่นก็ช่วยเรียกฉันว่าพี่ด้วย ฉันอายุห่างจากเธอตั้งหกปี เดี๋ยวคนจะเข้าใจว่าไม่มีคนสอนมารยาท"
"นี่! กับนายฉันไม่จำเป็นต้องมีมารยาทย่ะ"
"ขี้เกียจเถียงกับเธอแล้ว ไปๆ"
อธิปโบกมือไล่ ปารมีได้แต่ขบกรามแน่น ฝากไว้ก่อนเถอะ!