บท
ตั้งค่า

บทที่ 6

เวลาผ่านไปนานแค่ไหนก็ไม่อาจรู้ เพราะหญิงสาวที่นั่งรอเป็นลำดับสุดท้ายนั่งสัปหงกอยู่หน้าห้อง จวบจนผู้คนภายในห้องสัมภาษณ์เดินออกมาจนหมด

"ผมขอกาแฟสักแก้วก็แล้วกันครับ"

"ได้ค่ะคุณอธิป"

ทว่าสายตาเขาเหลือบมาเห็นผู้หญิงที่รู้สึกคุ้นหน้ามากๆ เขาจึงเดินเข้ามาใกล้เพื่อพินิจเธออีกครั้ง

"เธอคือ...."เขาเว้นช่วงเพื่อถามว่าเธอมาทำอะไรที่นี่

"อ่อ น้องคนนี้มาสัมภาษณ์เป็นบล็อกเกอร์ค่ะ ไหนๆ ก็เหลือน้องคนเดียวแล้ว คุณอธิปจะสัมภาษณ์เธอต่อเลยไหมคะ"

"หึ..ยังดีกว่าครับ คุณอ้อไปทานข้าวเถอะครับ"

"ค่ะ เดี๋ยวอ้อยกกาแฟไปเสริฟนะคะ"

"ขอบคุณครับ"

อธิปล้วงมือลงในกระเป๋ากางเกง ก่อนจะยื่นมืออีกข้างมาแตะที่ปลายจมูกเธออย่างกลั่นแกล้ง คนขี้เซาจึงรู้สึกตัว เธอบิดตัวไปมาคลายความเมื่อยล้า ก่อนจะเบิกตาโตเมื่อเห็นคนตรงหน้า

"เฮ้ย! นายมาอยู่ที่นี่ได้ไง"ทำไมต้องมาเจอคนที่ไม่อยากเจอด้วยนะ

"ฉันสิต้องถามเธอว่ามาทำอะไรที่บริษัทฉัน"

"ห๊า! นะ..นี่มันบริษัทของคุณอนันต์ไม่ใช่เหรอ นายอย่ามามั่วนะ"ปารมีจำได้ว่าคุณอนันต์เป็นผู้บริหารนี่ หรือว่าเขาจะเป็น...

"ก็นั่นมันพ่อฉันปะ?"

"ไม่ใช่สิ มันบริษัทคุณอินทร์แต่คุณอนันต์เป็นผู้สืบทอดนี่"

"ก็นั่นมันปู่ฉันปะ?"

"อะไรกันเนี่ย..."ปารมีถกเถียงกับตัวเอง ข้อมูลที่เธอได้มาไม่ได้บอกว่าเปลี่ยนผู้บริหารนี่นา

"เธอจะสงสัยครอบครัวฉันอีกนานไหม?..ไปกินข้าว"

อธิปฉุดข้อมือเธอขึ้นก่อนจะพาไปยังลิฟท์โดยที่ปารมียังคงงงๆ เธอขืนตัวไว้และสะบัดมือออก

"เดี๋ยวๆ นายจะพาฉันไปไหน ฉันมีนัดสัมภาษณ์"

"ก็ฉันนี่แหละเป็นคนสัมภาษณ์เธอ แต่ตอนนี้ฉันหิวข้าว ไปกินข้าวก่อนได้ไหม"

อธิปดึงเธอเข้าลิฟท์ไปด้วย ดูเหมือนว่าปารมียังมีเรื่องแคลงใจ ยังไม่หายสงสัยในตัวเขา เดิมทีว่าจะกินแค่กาแฟ แต่ตอนนี้เปลี่ยนใจแล้ว

"แล้วใครบอกจะไปกินข้าวกับนาย ฉันจะไปสัมภาษณ์"

"นี่ ลูกน้องฉันก็ต้องกินข้าวกินปลานะ มันเวลาพักของพวกเขา หรือเธอจะจ่ายค่าทำงานล่วงเวลาแทนฉันเหรอ"

ปารมีจึงเงียบปาก เรื่องอะไรต้องจ่ายเงินให้พนักงานเขาด้วย หญิงสาวมองค้อนเขาตลอดเวลาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ

"มองขนาดนี้จะกินฉันทั้งตัวเลยไหม"คนที่ตกเป็นเป้าสายตาเอ่ยเสียงเรียบ ปารมีจึงได้แต่ฮึดฮัด

เสียงฮือฮาดังขึ้นเมื่อประตูลิฟต์เปิดออก ท่านรองประธานเดินนำหน้าหญิงสาวหน้าตาน่ารัก ตัวเล็ก ผิวขาวราวกับตุ๊กตา

"ท่านรองมากับใครอ่าแก น่ารักมากเลย"

"หน้าตาคุ้นๆ จัง เหมือนบิวตี้บล็อกเกอร์ที่ฉันติดตามเลย"

"แฟนคุณอธิปเหรอ ไม่เคยเห็นรู้เลยว่ามีแฟนแล้ว"

"แห้วซะแล้วฉัน ฮือออ คุณอธิปของฉัน"

เสียงซุบซิบดังตลอดทางที่พวกเขาเดินผ่าน นับว่าเป็นเรื่องแปลกใหม่ เพราะตั้งแต่ทำงานมาท่านรองประธานไม่เคยลงมาที่โรงอาหารเลยสักครั้ง นี่นับว่าเป็นครั้งแรก

ทว่าคนที่อับอายคือหญิงสาวที่ถูกพูดถึงต่างหาก ปารมีจึงปลีกตัวออกห่างไปสั่งข้าวคนเดียว เธอเลือกยำเห็ดง่ายๆ และปีกไก่ทอดน้ำปลาไปนั่งที่เก้าอี้ริมหน้าต่าง

"เธอจะกินอะ..."เสียงอธิปหายเข้าไปในลำคอ เมื่อหันมาไม่พบเธอ

แอบหนีไปตอนไหนเนี่ย!

อธิปเข่นเขี้ยวเธอในใจ เดินกับเขามันน่าอายนักหรือไง ล้วนมีแต่คนอิจฉาทั้งนั้น เขาเลือกเป็นแกงราดข้าวง่ายๆ สองอย่าง ไม่ลืมที่จะซื้อน้ำเปล่าไปสองขวดด้วย

"นายไปนั่งโต๊ะอื่นได้ไหม ฉันไม่ชอบเป็นเป้าสายตา กินข้าวไม่อร่อย"ปารมีกระซิบเสียงเบา

"ฉันเป็นเจ้าของบริษัท จะนั่งตรงไหนก็ได้"เขาตอบเสียงเรียบ เธอสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ

"ได้..งั้นฉันไปเอง"

"นี่หยุดนะ..นั่งลงเลย หรือเธอกลัว"

"ทำไมฉันต้องกลัวนายด้วย"

"ก็เห็นชอบหลบหน้านักนี่ กลัวหวั่นไหวกับฉันเหรอ"อธิปยิ้มจนตาหยี ปารมีอยากซัดกำปั้นไปที่เบ้าหน้าเขาจริงๆ

"หึ ให้หวั่นไหวกับนาย ฉันมองหน้าปลาบู่ยังจะหวั่นไหวกว่าอีก"

"นี่เอาฉันไปเปรียบกับปลาบู่เหรอ"อธิปเข่นเขี้ยว

"จะบอกให้นะ ปลาบู่ยังมีค่ากว่านายอีก"

"หราา"

ปารมีเบ้ปาก เธอนั่งกินข้าวอย่างเลี่ยงไม่ได้ แม้จะได้ยินคำนินทาระยะเผาขนก็ช่างเถอะ อธิปลอบยิ้มที่มุมปาก

"นี่! มาแย่งไก่ฉันทำไมเล่า"

"ขอกินหน่อยไม่ได้รึไง"

"ไม่!"

"ก็ฉันจะกิน"

"นายมันหน้าด้านเกินไปแล้ว"

"เหมือนเธอ"

ปารมีได้แต่ชี้หน้า นึกคำด่าเขาไม่ออกเพราะเถียงทุกคำ สุดท้ายจึงกลายเป็นต่างคนต่างแย่งกันกิน คนนอกคงมองว่าหยอกล้อกันน่ารัก แต่ความจริงแทบจะจิกหัวกันอยู่แล้ว
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel