บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 3 ติ่งตัวร้าย

ตอนที่ 3

ติ่งตัวร้าย

 

จวนตระกูลหลิว

ใต้เท้าหลิวเป็นถึงราชครูขององค์รัชทายาทและเชื้อพระวงศ์ บุตรชายคนโตเองก็เป็นถึงผู้ตรวจการ ทำให้พิธีปักปิ่นของบุตรสาวคนเล็กอย่างหลิวไป๋หยุนถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ แล้วยังมีงานเลี้ยงฉลองในยามค่ำคืนอีกด้วย

บรรดาแขกที่มาร่วมในงานก็มีตั้งแต่เหล่าเชื้อพระวงศ์ไปจนถึงขุนนางทุกตำแหน่ง นอกจากนี้ยังมีคหบดีชื่อดังของเมือง แต่ละจวนต่างพาบุตรชายบุตรสาวมาร่วมในงานนี้ด้วย หนึ่งเพื่อหวังมาดูตัวบุตรสาวคนเล็ก สองเพื่อมาให้คุณชายหลิวดูตัว

“ข้าปักปิ่นจนเสร็จพิธีเรียบร้อยแล้ว สหายตัวดีของข้าเหตุใดถึงยังไม่ปรากฏตัวอีก”

หลิวไป๋หยุนยืนชะเง้อคอไปทางประตูใหญ่สลับกับหันไปมองพี่ชายที่กำลังยืนพูดคุยอยู่กับครอบครัวของสตรีนางหนึ่ง ภายในอกร้อนรุ่มแทนสหายรักยิ่งนัก

“นั่นไงมากันแล้วเจ้าค่ะ” สาวใช้คนสนิทของคุณหนูหลิวเข้ามากระซิบบอก

หลิวไป๋หยุนถึงได้รีบเร่งฝีเท้าเข้าไปหาสหายรัก ที่เริ่มไม่แน่ใจแล้วว่า ใช่สหายคนเดิมของนางหรือไม่

“เจียหนิง ข้าเกือบจำเจ้าไม่ได้แหนะ” นัยน์ตาสีน้ำตาลกวาดมองไล่ตั้งแต่ศีรษะที่มีเพียงปิ่นปักผมเล็ก ๆ ปักเอาไว้ ลงมาถึงเสื้อผ้าสีฟ้าอ่อนปักลวดลายดอกบัวขาวบริสุทธิ์ บนตัวของสหายนอกจากปิ่นปักผม ก็ไม่มีเครื่องประดับชิ้นใดอีกเลย

“แต่งกายอะไรของเจ้าเนี่ย”

“ทำไม วันนี้ข้าไม่งามหรือ อย่าลืมสิวันนี้เป็นวันสำคัญของสหายรักของข้า จะให้ข้าแต่งตัวเด่นเกินหน้าเกินตาเจ้าได้อย่างไรเล่า ไป๋หยุน” เมิ่งเจียหนิงหาข้อแก้ตัวให้กับการแต่งกายที่เรียบง่ายของตัวเองได้อย่างแนบเนียน

“มันก็จริงของเจ้า”

หลิวไป๋หยุนคล้อยตาม ปรายตามองไปทางบรรดาคุณหนูจวนต่าง ๆ ที่มาร่วมงาน แต่ละคนแต่งกายจัดเต็มเพื่อมาประชันโฉมกัน โดยไม่เกรงใจเจ้าของงานเช่นนางเลย คงจะมีก็แค่คุณหนูไป๋กับสหายของนางเท่านั้น ที่แต่งกายเรียบง่ายที่สุด คิดมาถึงตรงนี้หลิวไป๋หยุนก็ดูเหมือนจะคิดอะไรออก นางหันมามองสำรวจสหายรักดี ๆ อีกครั้ง

“เจียหนิง พอมองดูดี ๆ แล้ว เจ้าแต่งกายเช่นนี้กลับดูงดงามยิ่งกว่าทุกวันเสียอีก เป็นเช่นนี้ก็ดีเหมือนกัน เผื่อพี่ชายข้าจะได้หันมาสนใจเจ้าบ้าง”

“หา!” เมิ่งเจียหนิงหน้าเหวอกับความคิดของสหาย ที่นางเลือกแต่งกายไม่เหมือนเดิมก็แค่ไม่อยากเป็นที่สะดุดตาของผู้คน รวมไปถึงพระเอกของเรื่องด้วย แต่พอมองไปตามสายตาของสหายรัก ก็เห็นหญิงงามนางหนึ่งกำลังก้มหน้างุดอย่างเอียงอาย ยามที่อยู่ต่อหน้าบุรุษรูปร่างสูงโปร่งคนหนึ่ง นางผู้นั้นสวมใส่อาภรณ์ขาวบริสุทธิ์แลดูบอบบางน่าทะนุถนอม

‘อย่าบอกนะว่า นั้นคือนางเอกในนิยาย ไป๋เยี่ยนหยู ถ้าเช่นนั้นชายผู้นั้นก็เป็นคุณชายหลิว พี่ชายของหลิวไป๋หยุน พระเอกของเรื่อง แล้วตัวร้ายล่ะ ตามเนื้อเรื่อง ตัวร้ายก็มาร่วมงานนี้เหมือนกันนี่’

ดวงตาหงส์เลิกสนใจพระเอกนางเอกในนิยาย กวาดสายตามองไปทั่วบริเวณงานแทน เพราะอยากจะยลโฉมตัวร้ายที่นักเขียนบรรยายเอาไว้ว่า หล่อดูดีไม่น้อยกว่าพระเอกเลยทีเดียว

‘ไหนนะตัวร้ายของฉัน’

ดวงตาหงส์ปะทะเข้ากับดวงตาเย็นชาคู่หนึ่งอย่างจัง แรงดึงดูดบางอย่างทำให้เมิ่งเจียหนิงหยุดกวาดสายตามองหา นางสำรวจตั้งแต่ทรงผม ใบหน้า เรือนกายสมส่วนสมชายชาตรี ตรงตามแบบที่นักเขียนบรรยายเอาไว้ไม่มีผิด

ตึกตัก! ๆ

หัวใจของนางเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่เป็นจังหวะ มันคงเหมือนกับความรู้สึกของแฟนคลับที่แอบปลื้มดาราแล้วได้มาพบตัวจริง จนนางต้องยกมือขึ้นมากุมหน้าอกซ้ายของตัวเองเอาไว้ กลัวว่าหัวใจจะกระเด็นกระดอนทะลุออกมาจากอกเสียก่อน

หลิวไป๋หยุนรู้สึกว่าสายตาของสหายไม่ได้หยุดอยู่ที่พี่ชายของตนเองเช่นทุกครั้ง ก็หันมองตามสายตาของสหายไปบ้าง ถึงได้รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังให้ความสนใจกับผู้ใดอยู่

“ที่แท้ก็มองศัตรูคู่แค้นอยู่นี่เอง ไม่ต้องกลัวนะเจียหนิง หากเจ้าอยากหาเรื่องแม่นางไป๋ก็หาเรื่องเลย คุณชายโจวอะไรนั่นทำอันใดเจ้าไม่ได้หรอก”

คุณชายโจวคือสหายสนิทของแม่นางไป๋ คอยตามติดนางแทบจะทุกฝีก้าว และเป็นคู่อริกับสหายรักของนาง เพราะสหายของนางมักจะมีเรื่องกับแม่นางไป๋บ่อย ๆ และคนผู้นี้ก็ปกป้องแม่นางไป๋อยู่ จึงทำให้คนทั้งสองไม่ค่อยลงรอยกัน

เมิ่งเจียหนิงถอนสายตากลับมา อยากจะประกาศดัง ๆ ให้รู้ทั่วไปเลยว่า นางร้ายอย่างนางจะขอสละสิทธิ์ยกพระเอกให้กับนางเอกไป จะไม่มีการแย่งชิงความรักจากบุรุษอีกต่อไปแล้ว นางจะขอเสพสุขดื่มด่ำกับการใช้ชีวิตในชาติที่สองให้เต็มที่ก็พอ

แต่เมื่อทำอย่างใจคิดไม่ได้ บวกกับบรรดาแขกเหรื่อกำลังทยอยพากันแยกย้ายไปนั่งประจำโต๊ะ ซึ่งจัดแยกฝั่งระหว่างชายหญิง นางจึงหันไปชักชวนเจ้าของงานวันนี้แทน

“ข้าอยากนั่งพักแล้ว ไปกันเถอะ”

หลิวไป๋หยุนจึงจูงมือพาสหายเตรียมไปนั่งยังโต๊ะตัวที่นางจัดเตรียมเอาไว้ให้สหายรักโดยเฉพาะ แต่ระหว่างทางดันเจอกับคุณหนูไป๋ที่กำลังเดินรวมกลุ่มกับคุณหนูจวนอื่น ๆ ไปนั่งประจำที่โต๊ะของตัวเอง

พอนางเอกในนิยายหันมาเห็นนางร้ายอย่างเมิ่งเจียหนิงเท่านั้นแหละ ร่างบอบบางเกิดสั่นระริกขึ้นมาจนสายตาของผู้อื่นสังเกตเห็นได้

“คุณหนูไป๋เป็นอันใดไป ดูเหมือนหวาดกลัวอันใดอยู่” หนึ่งในสหายของไป๋เยี่ยนหยูเอ่ยถามขึ้น

“ปะ...เปล่า ไม่มีอะไร” น้ำเสียงของไป๋เยี่ยนหยูสั่นพร่าไม่ต่างจากร่างกาย พร้อมกับช้อนสายตาขึ้นมามองเมิ่งเจียหนิงเป็นระยะ ๆ

บรรดาคุณหนูที่ยืนรายล้อมมองตามสายตาคุณหนูไป๋ จึงเห็นว่าสองสหายที่ชอบพากันรังแกคุณหนูไป๋ยืนอยู่ไม่ห่าง

“ที่แท้ก็หวาดกลัวคุณหนูนิสัยไม่ดี ชอบรังแกผู้อื่นนี่เอง”

“ไม่ต้องกลัวนะ ถึงนี่จะเป็นจวนตระกูลหลิว แต่ถ้าบุตรสาวกับสหายของราชครูหลิวทำร้ายเจ้า ราชครูหลิวคงไม่ปล่อยปละละเลยเพราะเห็นแก่บุตรสาวของตนเองแน่”

“ใช่...แล้วพวกเราก็จะปกป้องคุณหนูไป๋เอง”

เมิ่งเจียหนิงถึงกลับต้องยกมือขึ้นกอดอก กวาดสายตามองกลุ่มคุณหนูตรงหน้าด้วยแววตาสมเพช คิดว่านางจะโง่ทำเรื่องเสื่อมเสียในจวนของท่านราชครูหรือ แล้วที่สำคัญเลย

ยังไม่ทันที่จะได้เอ่ยในสิ่งที่กำลังคิด อยู่ ๆ เรือนกายกำยำของคนผู้หนึ่งก็มายืนบังวิสัยทัศน์ ทำให้เมิ่งเจียหนิงกับหลิวไป๋หยุนมองไม่เห็นคุณหนูไป๋ผู้หวาดกลัวอีก

“หากเจ้ากล้าแตะต้องอาเยี่ยนละก็ ข้าไม่ปล่อยเจ้าเอาไว้แน่”

คนที่ถูกข่มขู่ต้องแหงนหน้าขึ้นเพื่อมองเห็นหน้าผู้พูดได้ชัดเจน ยิ่งมองใกล้ ๆ แบบนี้ ความหล่อแบบร้าย ๆ ยิ่งแทงทะลุเข้าไปในอก จนใจเต้นแรงมากกว่าตอนแรกเสียอีก

‘ติ่งดารามันรู้สึกแบบนี้นี่เอง แต่ฉันดันเป็นติ่งตัวละครในนิยายเสียนี่’

หลิวไป๋หยุนเห็นสหายนิ่งคล้ายถูกมนตร์สะกดรีบใช้มือสะกิด เมิ่งเจียหนิงจึงรู้สึกตัว รีบดึงสติกลับมาอยู่กับเนื้อกับตัว เชิดปลายคางขึ้นเล็กน้อย แล้วเอ่ยในสิ่งที่ตั้งใจจะพูดกับบรรดาคุณหนูพวกนั้นตั้งแต่แรก แต่ได้มาพูดกับตัวร้ายแทน

“ไม่ต้องห่วงหลังจากนี้ ข้าจะไม่ลดตัวลงไปเกลือกกลั้วกับคนที่ไม่ชอบหน้ากันอีก แล้วหวังว่าใครหน้าไหนก็อย่าได้มายุ่งปลุกให้ตัวร้ายในตัวข้าตื่นก็แล้วกัน”

กล่าวจบก็สะบัดหน้าเดินจูงมือสหายรักจากมา เมิ่งเจียหนิงรู้สึกสะใจอย่างบอกไม่ถูก เหมือนได้ปลดปล่อยด้านร้ายออกมาบ้าง ไม่ต้องกดข่มเอาไว้เหมือนตอนที่อยู่ในโลกยุคปัจจุบัน

“เจียหนิง ข้าว่าเจ้าดูแปลกไปนะ มีเรื่องอะไรที่ข้าไม่รู้หรือเปล่า” หลิวไป๋หยุนมองสหายเริ่มเป็นห่วงกับท่าทีที่แปลกไป

“ไม่ต้องห่วงหรอกไป๋หยุน หลังจากที่ข้าตาสว่างแล้ว เจ้าจะรู้สึกว่าได้สหายคนใหม่ อยู่นาน ๆ ไป เดี๋ยวเจ้าก็เริ่มชินเองแหละ”

หญิงสาวจากยุคปัจจุบันฉีกยิ้มกว้างให้สหายรัก ระหว่างที่เดินผ่านแขกเหรื่อในงาน สายตาของนางไม่จับจ้องมองผู้ใดเลย จึงไม่เห็นว่ามีสายตาหลายคู่ของบุรุษหลายคน ที่มองมาที่นาง ด้วยว่าวันนี้การแต่งกายเรียบง่ายของคุณหนูเมิ่ง ทำให้ขับความงามตามวัยออกมาจนเป็นที่ผิดหูผิดตาไปจากทุกวัน...

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel