บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 2 นางร้ายกลับใจ

ตอนที่ 2

นางร้ายกลับใจ

 

ตะวันนั่งมองหน้าผู้ที่เข้ามาใหม่ตาปริบ ๆ ริมฝีปากอ้าค้างเล็กน้อย ยังจับต้นชนปลายไม่ถูก ว่าเกิดสิ่งใดขึ้นกับตนเอง จนมาสะดุดกับชื่อ ๆ หนึ่งที่ดูเหมือนเคยได้ยินจากที่ไหนมาก่อน

“หลิวไป๋หยุน ชื่อนี้คุ้น ๆ แฮะ”

จังหวะที่นั่งนึกว่าเคยได้ยินชื่อนี้จากที่ไหน สายตาก็กวาดมองไปรอบตัวอีกครั้ง จนมาสะดุดกับบางสิ่งบางอย่างที่วางอยู่บนหัวเตียงนอน

“นั้นมันหนังสือนิยายของฉันนี่นา”

ตะวันรีบเอื้อมมือไปคว้าหนังสือมาพลิกเปิดดูหน้ากระดาษข้างใน ว่าเปียกน้ำจนได้รับความเสียหายหรือไม่ แต่หน้ากระดาษ ตัวอักษรกลับปกติดีทุกอย่าง เหมือนกับไม่เคยตกน้ำมาก่อน

กระทั่งสายตาอ่านเจอชื่อที่พึ่งได้ยินจากปากของผู้หญิงแปลกหน้าที่ยืนจ้องหน้าของเธออยู่

“หลิวไป๋หยุน เพื่อนของนางร้าย แต่เดี๋ยวก่อนฉันคือคนไทย อาศัยอยู่ในไทย แล้วชื่อจีนโผล่มาจากไหน อย่าบอกนะว่า”

คราวนี้ดวงตาของตะวันเบิกกว้างโตยิ่งกว่าไข่ห่าน เธอหันขวับไปจ้องหน้าผู้หญิงในชุดจีนย้อนยุค กลั้นใจถามออกไป

“คือว่า...เอ่อคือ...ฉันชื่ออะไรหรือ” ไม่ถามเปล่า เธอยังชี้นิ้วเข้าหาหน้าอกของตัวเองด้วย

มู่ตานมองสบสายตาคุณหนูตาปริบ ๆ ไม่เข้าใจว่าผู้เป็นนายเป็นอันใดไปหรือคิดจะแกล้งอะไรนางหรือเปล่า ถึงได้ทำราวกับจำตัวเองไม่ได้เสียอย่างนั้น

“คุณหนูอย่าแกล้งบ่าวแบบนี้สิเจ้าค่ะ คุณหนูจะจำตัวเองไม่ได้อย่างไรกัน แล้วเหตุใดวันนี้ถึงเอาแต่พูดจาประหลาดนัก”

“ฉันถามก็ตอบมาเถอะน่า” ในโลกก่อนตะวันไม่เคยกล้าขึ้นเสียงใส่ใครมาก่อน ใช้ชีวิตอย่างเจียมตัวมาตลอด แต่ครั้งนี้เพราะต้องการอย่างไขข้อข้องใจให้กระจ่าง จึงเผลอแสดงอารมณ์ขุ่นมัวออกมา

มู่ตานเห็นคุณหนูขึ้นเสียง ไม่กล้าซักไซ้อีก รีบตอบคำถามอย่างเร็ว “คุณหนูแซ่เมิ่ง นามว่าเจียหนิงเจ้าค่ะ”

“เมิ่งเจียหนิง”

เสียงหน้ากระดาษพลิกอย่างระรัว เพื่อพิสูจน์ให้แน่ใจ จนกระทั่งมาหยุดอยู่ในช่วงต้นเรื่อง ที่กล่าวถึงนางร้ายในนิยายนามว่าเมิ่งเจียหนิงประโคมแต่งกายงดงาม เพื่อไปร่วมพิธีปักปิ่นของสหายรัก และจะมีการจัดงานเลี้ยงฉลองในยามค่ำคืนอีกด้วย

“ฮ่า ๆ”

ตะวันระเบิดหัวเราะออกมาจนสาวใช้ตกใจ ใครจะไปคิดว่าเรื่องที่ตายจากโลกหนึ่ง แล้วได้มาเกิดอีกโลกหนึ่ง มาอยู่ในร่างของคนอื่น มันจะเกิดขึ้นจริงกับชีวิตของเธอ โชคดีแล้วที่เธอไม่วิกลจริตไปมากกว่านี้

หลังจากจัดการความรู้สึก สงบสติอารมณ์ของตัวเองได้แล้ว ตะวันก็มองหาว่าในห้องมีกระจกหรืออะไรที่พอส่องรูปร่างหน้าตาของตัวเองได้บ้าง ครั้นมองหาแล้วไม่เห็นเลยหันมาสอบถามคนที่ยืนอยู่ข้างเตียงแทน

“ที่นี่มีกระจกไหม ฉัน...ไม่สิ...ข้าอยากส่องกระจก หรือคันฉ่องนะ มีไหม”

มู่ตานยังคงมองหน้าคุณหนูไม่วางตา ในแววตาเต็มไปด้วยความประหวั่นพรั่นพรึง วันนี้ท่าทางของคุณหนูผิดแปลกไปจากเดิมมาก หรือว่าคุณหนูจะคิดหนักเรื่องของคุณชายใหญ่หลิว จนสติเลอะเลือนไปแล้ว

“มู่ตาน ข้าถามเจ้าไม่ได้ยินหรือ” ตะวันคิดว่าคนที่ยืนจ้องหน้าตาไม่กะพริบอยู่นี้ น่าจะเป็นสาวใช้ติดตามของนางร้าย เลยลองเรียกชื่อออกมา

“เจ้าค่ะ มีเจ้าค่ะ”

มู่ตานดึงสติกลับมา รีบเดินไปหยิบคันฉ่องขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่มากมาส่งให้คุณหนู แล้วยืนมองเก็บข้อมูลอยู่เงียบ ๆ

ตะวันรับกระจกหรือคันฉ่องมาส่องมองเงาสะท้อนของตนเอง ปลายนิ้วมือลูบไล้ไปตามใบหน้า ไม่ว่าจะเป็นคิ้วโก่งดุจคันศร ดวงตาของนางพญาหงส์ ปลายจมูกโด่งได้รูปรับกับริมฝีปากอวบอิ่ม พวงแก้มที่สะท้อนผ่านกระจกเปล่งสีชมพูระเรื่อ

“งาม งดงามเหมือนที่นักเขียนบรรยายเอาไว้ไม่มีผิด”

หญิงสาวที่ไม่กล้ามองเงาตัวเองในกระจกมาก่อน จ้องมองความงามล่มเมืองของนางร้ายอย่างหลงใหล ต่อให้ไม่ได้ทะลุมิติมาเป็นนางเอกหรือนางรอง เป็นแค่นางร้ายที่มีจุดจบคือความตายรออยู่ ตะวันก็รู้สึกพอใจ เพราะอย่างน้อย ชีวิตใหม่ของเธอก็ไม่ได้เป็นแค่ลูกของคนรับใช้ที่ถูกโขกสับ แต่เป็นถึงคุณหนูใหญ่บุตรสาวของเสนาบดีกรมพิธีการ เธอไม่ต้องเดินก้มหน้าไม่กล้าสู้หน้าผู้คน เพราะอายในรูปร่างความไม่สวยงามของตัวเองอีก ตอนนี้เธอคือหนึ่งในสี่คุณหนูที่ถูกขนาดนาม ว่างดงามถึงขั้นล่มเมืองได้

“ชีวิตที่เพียบพร้อมทั้งรูปร่างหน้าตาแบบนี้ คงต้องพยายามมีชีวิตอยู่ให้ได้ยาวนานที่สุด ขอโทษคุณนักเขียนแล้วกันนะ ฉันจำต้องกำหนดเส้นเรื่องของนิยายขึ้นมาใหม่ จะได้ไม่ต้องตายในตอนจบเหมือนกับต้นฉบับ จะได้หาความสุขให้กับชีวิตมาก ๆ อย่างที่โลกก่อนไม่เคยมี”

ตะวันตั้งใจแล้ว ว่าจะเป็นเมิ่งเจียหนิงนางร้ายที่ไม่เดินตามเนื้อเรื่องในนิยายต้นฉบับ โดยเฉพาะเรื่องวิ่งไล่ตามพระเอก ผู้ที่เป็นเงาของพญามัจจุราชคร่าลมหายใจของนางร้ายไป เพียงเพราะนางร้ายลงมือทำร้ายนางเอกก่อน

มู่ตานแน่ชัดแล้วว่าคุณหนูของตนเองผิดปกติ หมุนตัวเตรียมไปแจ้งให้นายท่านทราบ จะได้ไปตามท่านหมอมาตรวจดูอาการ แต่ยังไม่ทันจะได้ก้าวผ่านฉากกั้นไป เสียงคุณหนูก็ร้องเรียกนางขึ้นมาก่อน

“นั่นเจ้าจะไปไหน จะเข้ามาช่วยข้าเช็ดตัวไม่ใช่หรือ ก็มาสิ”

“เอ่อ!...เจ้าค่ะ” มู่ตานยิ้มแห้ง เดินเข้ามาปลดเปลื้องเสื้อผ้าแล้วช่วยคุณหนูเช็ดทำความสะอาดร่างกาย หาอาภรณ์ชุดใหม่มาให้เปลี่ยน

หลังจากเสร็จธุระทุกอย่างในช่วงเช้าแล้ว นางก็ยังต้องช่วยคุณหนูเตรียมเสื้อผ้าสำหรับใส่ไปร่วมงานของตระกูลหลิวในช่วงบ่ายของวันนี้ด้วย

“ชุดนี้ดีหรือไม่เจ้าคะ รับรองคุณหนูใส่แล้วจะต้องเป็นที่สะดุดตาที่สุดในงานแน่ คราวนี่แหละคุณชายใหญ่หลิวจะต้องหันมาสนใจคุณหนูของบ่าว” มู่ตานหยิบชุดสีแดงเพลิงยกขึ้นสูงในระดับสายตาคุณหนู

ตะวันหรือตอนนี้คือเมิ่งเจียหนิงส่ายหน้าแววตาเต็มไปด้วยความสะพรึง ยามที่คิดวาดภาพตอนที่สวมใส่อาภรณ์ชุดนี้

“ไม่เอา เปลี่ยน ๆ”

มู่ตานหยิบเสื้อผ้าออกมาจากตู้ทีละชุด คำตอบที่ได้ก็คือใบหน้าที่ส่ายไปส่ายมาของคุณหนู จนนางเริ่มถอดใจแล้ว

เมิ่งเจียหนิงก็เริ่มเวียนหัวกับเสื้อผ้าสีสันบาดตาของนางร้ายในนิยายแล้วเหมือนกัน

“พอจะมีชุดที่ดูแล้วเรียบง่าย ไม่สะดุดตาบ้างหรือไม่”

“มีอยู่แค่สามชุดเจ้าค่ะ เป็นชุดที่นายหญิงหวังตัดเย็บให้” มู่ตานตอบเสียงแผ่ว ด้วยกลัวว่าคุณหนูจะไม่พอใจที่เอ่ยถึงชื่อนายหญิงหวัง แล้วยังกลัวว่าจะถูกลงโทษที่ไม่เอาชุดที่นายหญิงหวังตัดไปทิ้งตามที่คุณหนูสั่ง

“ไปเอามา ชุดไหนก็ได้ เอาไว้วันหลังพวกเราค่อยไปหาซื้อผ้ามาตัดชุดใหม่ ส่วนชุดในตู้ของข้า เจ้าเลือกเอาว่าอย่างได้ชุดไหน ที่เหลือก็นำไปแจกจ่ายให้สาวใช้ในจวนให้หมด”

มู่ตานเผลอจ้องหน้าคุณหนู คล้ายไม่เชื่อกับสิ่งที่ได้ยิน ตั้งแต่อยู่รับใช้เรือนเหมยฮวามา นางหรือสาวใช้คนอื่นไม่เคยได้รับสิ่งใดจากผู้เป็นนายเลย แม้แต่เงินสักอีแปะเดียว

เมิ่งเจียหนิงเห็นสาวใช้ยืนจ้องหน้าของนางนิ่ง คิดว่านางคงกำลังสงสัยถึงท่าทีที่แปลกไปจากเดิมของตนเองแน่

“หรือว่าเจ้ารังเกียจเสื้อผ้าเก่าของข้า”

“ปะ...เปล่าเจ้าค่ะ” มู่ตานรีบละล่ำละลักปฏิเสธ

“ไม่รังเกียจก็ดี ข้าก็แค่อยากได้เสื้อผ้าชุดใหม่ อยากทำอะไรใหม่ ๆ ไม่อยากเป็นคนเดิม ที่ผู้อื่นเอาไปนินทากันลับหลังอย่างสนุกปาก ว่านิสัยไม่ดีอย่างนั้นอย่างนี้ ถ้าข้าคิดจะเปลี่ยนแปลงตัวเอง เจ้าว่าดีหรือไม่มู่ตาน” หญิงสาวจากโลกปัจจุบันโน้มตัวเข้าไปใกล้สาวใช้ มองเข้าไปในดวงตาของนาง

หากให้เลือกระหว่างคุณหนูคนเดิมที่ค่อนข้างเอาแต่ใจ แทบจะเอ่ยหาความดีไม่พบ มู่ตานคงขอเลือกคุณหนูคนใหม่ที่ยังไม่รู้ว่าจะดีหรือแย่ลงกว่าเดิมดีกว่า

“ดะ...ดีเจ้าค่ะ” ...

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel