บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 1 ทะลุมิติ

ตอนที่ 1

ทะลุมิติ

 

“ตัวร้ายเรื่องนี้ช่างน่าสงสารจัง เป็นเพราะรักนางเอกมากแท้ ๆ ถึงได้พบจุดจบเช่นนี้”

ตะวันปิดหนังสือนิยายจีนที่พึ่งซื้อมาเมื่อสามวันก่อน หลังจากอ่านมาจนถึงบทสุดท้ายของเนื้อหา สิ่งที่ติดตรึงอยู่ในใจไม่ใช่ความรักระหว่างพระเอกกับนางเอกเหมือนกับทุกเรื่องที่เคยอ่าน กลับเป็นจุดจบของตัวร้ายที่ต้องมาจบชีวิตลง เพราะเอาตัวเองเข้าไปรับลูกธนูอาบยาพิษแทนผู้หญิงที่ตนเองรัก

“ฮือ ๆ นางเอกเรื่องนี้ก็นะ ทำดีกับตัวร้ายเสียจนตัวร้ายเข้าใจผิดว่ามันคือความรัก ตัวเองก็มีส่วนทำให้ตัวร้ายต้องร้าย แล้วยังมามีหน้าโกรธ กระทั่งเขาตายแทนเธอ เธอยังไม่หันกลับมามอง ทอดทิ้งให้เขาตายอย่างโดดเดี่ยวอยู่แบบนั้น”

ปลายนิ้วอวบอูมหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับน้ำตาที่ไหลซึมผ่านแว่นตาหนาเตอะออกมา ที่ต้องมาหาสถานที่เงียบ ๆ แอบอ่านนิยายก็เป็นเพราะแบบนี้นี่แหละ คือถ้าได้อินกับอะไรแล้วก็จะมีอารมณ์ร่วม ไม่ว่าจะเป็นสุขหรือทุกข์ จนคิดว่าตัวเองเป็นหนึ่งในตัวละครของโลกนิยายที่อ่านไปแล้ว

“ฉันว่าแล้ว ว่าแกต้องแอบมาหลบอยู่ตรงนี้ นังตะวัน”

เสียงแหลมสูงดังมาจากทางด้านหลัง ทำให้หญิงที่มีขนาดความกว้างมากกว่าความสูง รีบดันตัวลุกขึ้นยืนอย่างยากลำบาก ก่อนจะหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับกลุ่มนักศึกษาหญิงสี่คน หันหลังให้กับสระน้ำของมหาวิทยาลัย

“นะ...น้ำฝน ตามหาตะวันทำไมหรือ”

ตะวันตะกุกตะกักถามนักศึกษาที่ยืนอยู่ใกล้สุด ใบหน้าที่เต็มไปด้วยผดผื่นสิวก้มงุดมองลงต่ำ ไม่กล้ามองหน้าอีกฝ่าย

“รายงานที่ฉันสั่งให้ทำ แกทำเสร็จหรือยัง”

“ยะ...ยังเลย แต่ใกล้แล้วละ ตะวันกะว่าอ่านนิยายจบแล้ว จะรีบไปทำต่อ”

คำตอบของตะวัน ทำให้ใบหน้าสวยเก๋ของน้ำฝนบิดเบี้ยว แววตาคู่นั้นอัดแน่นไปด้วยความไม่พอใจ ที่อีกฝ่ายกล้าเมินเฉยคำสั่งของตน

“ว่าอย่างไรนะ นี่แกกล้าเห็นนิยายดีกว่างานที่ฉันสั่งให้ทำอย่างนั้นหรือ แกคงจะลืมไปแล้วสินะ ว่าลูกคนใช้อย่างแกได้เข้ามาเรียนมหาวิทยาลัยนี้ ก็เพราะเงินของครอบครัวฉัน”

“ตะ...ตะวันไม่เคยลืมค่ะ ตะวันแค่เห็นว่ายังไม่ครบกำหนดที่ต้องส่ง แล้วอีกอย่างก็เหลือลงรายละเอียดอีกนิดเดียว รายงานก็จะเสร็จสมบูรณ์แล้ว ตะวันเลยแวะมาอ่านนิยายครู่เดียวเอง”

หญิงร่างท้วมแก้ต่างให้ตัวเอง ร่างทั้งร่างสั่นสะท้านขึ้นมาเองโดยอัตโนมัติ ไม่ว่าจะเป็นตอนอยู่ที่บ้านหรือในรั้วมหาวิทยาลัย เธอก็หลบหนีการถูกกดขี่จากลูกสาวของเจ้านายและผู้มีพระคุณไม่ได้เลยสักครั้ง

น้ำฝนปรายตามองหนังสือนิยายในมือของลูกคนรับใช้ ก่อนจะส่งสายตาให้เพื่อนคนหนึ่ง นักศึกษาหญิงคนนั้นรู้ทันทีว่าต้องทำอย่างไร รีบเดินเข้าไปแย่งหนังสือนิยายจากมือของหญิงอ้วน พร้อมกับเขวี้ยงมันลงไปในสระ ก่อนจะกลับมายืนรวมกลุ่มหัวเราะคิกคักชอบใจกับสิ่งที่ทำลงไป

“ทำแบบนี้ทำไมคะ ตะวันอุตส่าห์เก็บเงินซื้อ กว่าจะได้แต่ละเล่ม”

ตะวันหันไปมองตามหนังสือนิยายเล่มโปรดที่อุตส่าห์แบ่งเงินค่าขนมเก็บสะสมเอาไว้จนซื้อมาได้ตาละห้อย

“แกเห็นไอ้หนังสือบ้า ๆ นั่นดีกว่ารายงานที่ฉันใช้ให้ทำใช่ไหม ได้ ถ้าอย่างนั้นแกก็ลงไปเก็บมันมาสิ”

น้ำฝนไม่พอใจในตัวของตะวันอยู่แล้ว เธอหันไปสั่งเพื่อนอีกสามคนที่เหลือ ให้เข้ามาช่วยกันลากตัวเจ้าของร่างอวบใหญ่ จนไปถึงริมสระน้ำได้ ก็ออกแรงทั้งหมดผลักลงไป จนผิวน้ำแตกกระจายฟุ้งไปทั่ว

ตู้ม!...

“ฮ่า ๆ ชอบนักก็เก็บมันขึ้นมา แล้วก็รีบทำรายงานของฉันให้เสร็จในวันนี้ ไม่อย่างนั้นอย่าได้หวัง ว่าจะเรียนอยู่ที่นี่อย่างสงบสุข”

ขู่คนที่ลอยคออยู่ในน้ำจบ น้ำฝนก็เดินนำเพื่อนเดินกลับตึกคณะ หลังจากได้แกล้งคนที่รู้สึกไม่ถูกชะตากัน ก็รู้สึกอารมณ์ดีขึ้นมา ต่างจากเพื่อนอีกสามคนที่มีท่าทีไม่สบายใจ

“นี่แก ปล่อยไว้แบบนั้นจะไม่เป็นไรหรือ ให้พวกฉันกลับไปช่วยขึ้นมาก่อนดีไหม”

น้ำฝนหันมาจ้องหน้าคนพูดตาขวาง “จะไปช่วยมันทำไม นังตะวันมันว่ายน้ำเป็น ไม่ตายง่าย ๆ หรอกน่ะ ลองพวกแกกลับไปช่วยมันดูสิ กระเป๋าแบรนด์เนมที่ฉันให้พวกแกใช้ จะยึดคืนให้หมดเลย”

นักศึกษาหญิงสามคนที่เหลือจึงสงบปากสงบคำ ที่ผ่านมาเป็นเพราะคอยเป็นลิ่วล้อให้ลูกคุณหนูเอาแต่ใจ พวกเธอถึงได้มีของดี ๆ ใช้ คืนไปทำอะไรขัดใจ มีหวังอดได้ของดี ๆ กันหมดพอดี ส่วนเรื่องของน้ำฝน ก็คงปล่อยให้อีกฝ่ายกลับขึ้นฝั่งเอาเอง

“แย่แล้ว ขาเป็นตะคริว”

ทางด้านน้ำฝน หลังจากว่ายไปคว้าหนังสือนิยายกลับมาได้ กำลังจะว่ายกลับเข้าหาฝั่ง อยู่ ๆ ขาสองข้างเกิดเป็นตะคริว ขยับตัวไม่ได้เสียอย่างนั้น มีเพียงสองมือที่พยายามพุ้ยน้ำหวังพาร่างกลับเข้าหาฝั่ง

แต่ด้วยเพราะน้ำหนักตัวที่มากกว่าปกติ ดึงรั้งให้ร่างจมลงใต้ผิวน้ำมากขึ้นเรื่อย ๆ

“ช่วยด้วย มีใครอยู่แถวนี้ไหม”

ก่อนที่จะจมลงไปทั้งร่าง ตะวันเปล่งเสียงตะโกนร้องขอความช่วยเหลือสุดกำลัง แต่ว่าสระน้ำนี้ตั้งอยู่ท้ายสุดของมหาวิทยาลัย ในช่วงเวลานี้นักศึกษาส่วนใหญ่ก็เข้าเรียนกันหมด จึงไม่มีใครมาเล่นบริเวณนี้

ท้ายที่สุด ตะวันก็หมดแรงที่จะยื้อลมหายใจเอาไว้ ได้แต่ปล่อยให้ร่างทั้งร่างจมลงสู่ใต้ผิวน้ำ ในห้วงสุดท้ายก่อนที่สติสัมปชัญญะจะดับวูบ ทิ้งความปรารถนาสุดท้ายเอาไว้

‘หากชาติหน้ามีจริง ขออย่าได้เกิดมาอ่อนแอทำอะไรไม่ได้เช่นนี้อีกเลย อย่าได้ถูกกดขี่ข่มเหง อย่าได้เกิดมาเป็นลูกคนใช้ที่ไม่มีสิทธิ์ได้ดีกว่าลูกของเจ้านาย’ ...

 

เฮือก!...

ลมหายใจแรกที่ผ่านปลายจมูกเข้าสู่ร่างกาย ทำให้ดวงตาหงส์ที่ปิดสนิทลืมพรวดขึ้นมา หน้าอกกระเพื่อมไหวอย่างรุนแรงตามจังหวะลมหายใจเข้าออก

“นี่ฉันยังไม่ตายใช่ไหม หรือว่าตายไปแล้ว”

ภาพแรกที่เห็นหลังจากสติเริ่มเข้าที่เข้าทางคือเพดานไม้ มีคานพาดเป็นแนวอย่างประณีต ซึ่งในกรุงเทพฯ ไม่น่าจะมีบ้านที่สร้างจากไม้แล้ว

ตะวันค่อย ๆ ดันตัวลุกขึ้นมานั่ง ไม่ทันได้สังเกตเรือนกายที่ต่างไปของตนเอง เพราะมัวตกตะลึงกับสภาพรอบตัว ที่ดูอย่างไรก็เหมือนกับว่าเธอหลุดเข้ามาในซีรีส์จีนย้อนยุคที่เคยดู

ไม่ว่าจะเป็นฉากกั้นไม้แกะสลักเป็นลวดลายดอกเหมย โต๊ะไม้เตี้ย เครื่องเรือนที่ทำมาจากไม้เนื้อดีและได้รับการแกะสลักอย่างประณีต

“ชัวร์เลย ถ้านี่ไม่ใช่ความฝัน ก็แสดงว่าตายแล้วชัวร์ ๆ”

เพื่อความแน่ใจตะวันลองยกมือขึ้นมาหยิกผิวหนังบริเวณต้นแขนของตนเอง “โอ๊ย!” จังหวะที่หลุดปากร้องก็ก้มลงไปมองรอยแดงบริเวณต้นแขนด้วยนั้น ดวงตาคู่งามถึงกลับเบิกโพลง

“นี่มันอะไรกัน”

จากท่อนแขนที่เคยถูกล้อเลียนว่าต้นกล้วย ตอนนี้กับเรียวเรียบเนียนไร้ไขมัน หนำซ้ำยังแทบไม่มีขนให้รกหูรกตา ดวงตาหงส์ไล่มองสำรวจเรือนร่างที่เปลี่ยนไปของตนเองแทบจะจากหน้ามือเป็นหลังมือ

“ยังรู้สึกเจ็บ แสดงว่ายังไม่ตาย แต่ว่าทำไมถึงผอมเพรียวหุ่นดี ผิวดี เหมือนไม่ใช่ร่างกายตัวเองเลยล่ะ”

“เอ้า!...คุณหนูตื่นแล้วหรือเจ้าคะ”

ระหว่างที่กำลังนั่งสับสนในชีวิตอยู่นั้น อยู่ ๆ ก็มีหญิงสาวแต่งกายด้วยเสื้อผ้าชุดโบราณคล้าย ๆ กับที่เคยเห็นในซีรีส์เดินผ่านม่านกั้นเข้ามา ด้านหลังของหญิงนางนี้ มีสาวใช้เดินถืออ่างไม้กับผ้าสะอาดตามเข้ามาด้วย

“คุณหนูตื่นก็ดีแล้วเจ้าค่ะ จะได้รีบแต่งกายไปร่วมงานพิธีปักปิ่นของคุณหนูหลิวไป๋หยุน คุณหนูหลิวอุตส่าห์กำชับบ่าวเอาไว้ ว่าต้องพาคุณหนูไปงานให้ได้” ...

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel