บทที่ 4 สามีภรรยาที่คอยอยู่เคียงข้างกัน 1/2
บทที่ 4
สามีภรรยาที่คอยอยู่เคียงข้างกัน
นับตั้งแต่วันคัดเลือกพระชายาขององค์รัชทายาท หลังจากโจวไป๋จวี๋เก็บตัวมาหลายวันก็ได้ออกมาเที่ยวเล่นข้างนอก โดยครั้งนี้นางได้นัดพบกับเจียงเม่ย สหายสนิทเพียงหนึ่งเดียวของตน
"สีหน้าของเจ้าไม่ดีเลย เกิดอะไรขึ้นหรืออาเม่ย" โจวไป๋จวี๋เอ่ยถามหลังจากทานขนมจิบน้ำชาไปแล้ว
เจียงเม่ยถอนหายใจออกมาอย่างกลัดกลุ้มใจ "ดูเหมือนว่าอีกหนึ่งเดือนข้างหน้าข้าจะต้องแต่งงานแล้วน่ะสิ"
"ว่าอย่างไรนะ! อย่าบอกนะว่าเป็นชินอ๋อง"
เจียงเม่ยพยักหน้ารับ "ฝ่าบาททรงมอบสมรสพระราชทานให้ข้ากับชินอ๋อง กำหนดงานแต่งงานเรียบร้อยแล้วด้วย ต่อไปข้าคงไม่ว่างมาพบเจ้าอีก"
"เจ้า... ดีใจหรือไม่"
"ก็... ข้าก็ไม่ได้เสียใจนะอาจวี๋ แต่ก็ไม่ได้ดีใจนัก เพียงแต่รู้สึกว่าการได้แต่งงานกับชินอ๋องก็ถือว่าเป็นเรื่องดี อย่างน้อยท่านอ๋องก็รับปากข้าว่าจะไม่รับสตรีอื่นเข้าจวน ข้าจึงสบายใจที่ไม่ต้องไปตบตีแย่งชิงความรักจากท่านอ๋องกับผู้ใด"
ใบหน้าของโจวไป๋จวี๋พลันเศร้าหมองลงเมื่อนึกถึงเรื่องของตนเอง "เจ้าช่างโชคดีนัก ข้าชักจะรู้สึกอิจฉาเจ้าแล้วสิ"
เจียงเม่ยรีบกุมมือสหายสนิทเอาไว้ นางรู้ดีเลยล่ะว่าไม่มีใครเหมาะสมกับตำแหน่งนี้เท่ากับโจวไป๋จวี๋อีกแล้ว แม้ตอนนี้หรงป๋อไฉ่อาจจะยังไม่ได้รักสหายของนาง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่รักนี่น่า... ดั่งคำกล่าวที่ว่าน้ำตาลใกล้มดจะอดใจไหวได้นานแค่ไหนกัน
"เจ้าเชื่อเรื่องฟ้าลิขิตชีวิตของพวกเราหรือไม่อาจวี๋"
"ก็เชื่อนะ ไม่อย่างนั้นข้าจะได้เป็นสหายกับเจ้าหรือ"
"เช่นนั้นเจ้าเชื่อว่าตัวเจ้าเองสามารถลิขิตชีวิตของตนเองได้หรือไม่"
"ได้สิ แต่บางครั้งก็มีผู้อื่นมาช่วยลิขิตชีวิตของข้าเหมือนกัน"
เจียงเม่ยพยักหน้าอย่างเห็นด้วย "ใช่แล้ว แต่ว่าสุดท้ายแล้วก็เป็นเราที่จะกำหนดชีวิตของตนเองว่าจะให้เดินไปเส้นทางไหน ข้ารู้ว่าเจ้านั้นมีใจให้กับองค์รัชทายาท"
"จะ เจ้ารู้เรื่องนี้ด้วยหรือ" ใบหน้างามแดงซ่านด้วยความเขินอาย
"สายตาของเจ้ามันแทบปกปิดเอาไว้ไม่ได้เลยอาจวี๋ แต่ข้าไม่ได้คิดจะเปิดโปงเรื่องนี้หรอกเพราะมันไม่ใช่เรื่องของข้า เพียงแต่... ข้าอยากให้เจ้ารักตัวเองให้มากที่สุดก่อนที่จะไปรักผู้อื่น เจ้าเข้าใจความหมายของข้าหรือไม่"
โจวไป๋จวี๋คลี่ยิ้มหวานให้กับเจียงเม่ย "ข้ารู้แล้ว ขอบใจเจ้ามากนะ"
หลังจากมีประกาศราชโองการสมรสของโจวไป๋จวี๋และหรงป๋อไฉ่ ซึ่งงานแต่งงานจะถูกจัดขึ้นในอีกสามเดือนข้างหน้านี้ ตัวเขาก็ได้มาเยือนจวนตระกูลโจวเพราะคำสั่งจากฮองเฮา หนังสือสินสอดที่มารดาเป็นผู้เขียนด้วยตนเองถูกมอบให้กับบิดามารดาของโจวไป๋จวี๋
ทันทีที่ทั้งสองอ่านสินสอดทั้งหมดก็ต้องตกตะลึง นี่มันไม่มากมายเกินไปหรอกหรือ ของทุกอย่างล้วนเป็นของล้ำค่าที่หาทั่วทั้งแผ่นดินคงมีไม่ถึงสิบชิ้น หรือบางชิ้นก็มีแค่สามชิ้นเท่านั้น
"องค์รัชทายาทไม่เห็นต้องลำบากมามอบให้ตัวเองเลยพ่ะย่ะค่ะ เรื่องนี้มิใช่หน้าที่ของขันทีหรือพ่ะย่ะค่ะ"
หรงป๋อไฉ่พลันคลี่ยิ้มเบาบาง "เป็นข้าที่อาสามาด้วยตนเอง อีกอย่างก็อยากจะมาขออภัยท่านแม่ทัพโจวและโจวฮูหยินที่ได้ล่วงเกินพวกท่านไปด้วย"
"เรื่องอะไรหรือพ่ะย่ะค่ะ" โจวหลี่อี้แสร้งทำเป็นไม่เข้าใจ
"เรื่องที่ข้าหมิ่นเกียรติคนตระกูลโจวและคุณหนูโจว เป็นข้าที่ทำเรื่องไม่เหมาะสม ขอทั้งสองโปรดให้อภัยในความโง่เขลาของข้าด้วย"
หรงป๋อไฉ่ก้มศีรษะลงเล็กน้อยเพื่อเป็นการขออภัยทั้งสอง ภายในใจของเขาก็รู้สึกเช่นนั้นเหมือนกัน เขาเป็นถึงองค์รัชทายาทควรทำการอย่างระมัดระวังมากกว่านี้... มิใช่ทำตามใจของตนเองจนส่งผลกระทบมากมาย
"องค์รัชทายาทเอ่ยถึงเพียงนี้ กระหม่อมก็มิบังอาจไม่พอใจหรอกพ่ะย่ะค่ะ และเดิมทีแล้วคนที่รู้สึกเสียเกียรติมากที่สุดก็คือจวี๋เอ๋อร์ของพวกเรา จะไม่ดีกว่าหรือที่องค์รัชทายาทจะไปขออภัยนางด้วยตนเอง"
"เช่นนั้นข้าขอไปพบคุณหนูโจวได้หรือไม่"
"จวี๋เอ๋อร์น่าจะอยู่ในศาลา เช่นนั้นกระหม่อมจะให้บ่าวนำทางไปเองพ่ะย่ะค่ะ"
"ขอบคุณแม่ทัพโจว"
บ่าวรับใช้ได้มาเชิญเสด็จหรงป๋อไฉ่ไปยังศาลา ซึ่งภาพตรงหน้าที่เขาเห็น ณ ตอนนี้คือโจวไป๋จวี๋กำลังนั่งเล่นหมากล้อมอยู่เพียงผู้เดียว นางกำลังทบทวนการเดินหมากที่พี่รองเป็นผู้สั่งสอนเอาไว้ ใบหน้างามที่คิ้วขมวดกันน้อย ๆ ริมฝีปากเล็กขบเม้มกันอย่างเบา ๆ และสีหน้าที่จริงจังเคร่งขรึม กลับทำให้หัวใจของหรงป๋อไฉ่เต้นระรัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
"คุณหนูขอรับ องค์รัชทายาทเสด็จมาหาขอรับ"
บ่าวรับใช้เห็นว่าองค์รัชทายาทไม่เดินเข้าไปในศาลาเสียทีจึงได้ส่งเสียงออกไป โจวไป๋จวี๋ที่กำลังอยู่ในห้วงสมาธิพลันสะดุ้ง สายตาของนางจึงได้สบประสานกับดวงตาเรียวเฉี่ยวของเขา นางรีบลุกขึ้นยืนไปต้อนรับเขาทันที
"ขออภัยองค์รัชทายาทเพคะ หม่อมฉันไม่ทราบว่าองค์รัชทายาทจะเสด็จมาจึงไม่ได้ออกไปต้อนรับเพคะ"
"คุณหนูโจวลุกขึ้นเถอะ เป็นข้าที่มาโดยไม่ได้แจ้งล่วงหน้า ข้ารบกวนเจ้าหรือไม่"
หรงป๋อไฉ่เดินเข้าไปนั่งในศาลา ก่อนจะมองกระดานหมากด้วยความสนใจ การเดินหมากของนางเปลี่ยนไปจากครั้งที่แล้ว
"ไม่เลยเพคะ" โจวไป๋จวี๋เดินไปนั่ง พร้อมกับช่วยรินน้ำชาให้กับเขา "องค์รัชทายาทมีสิ่งใดอยากจะพูดกับหม่อมฉันหรือเพคะ"
