บทที่ 3 จุดยืนของโจวไป๋จวี๋ 2/2
สวีหรูอิงมองหน้าบุตรสาวและบุตรชายด้วยความปวดใจ เพราะโจวไป๋จวี๋เกิดมาในตระกูลที่มีอำนาจที่จะช่วยส่งเสริมองค์รัชทายาท นางจึงมิอาจมีชีวิตเป็นของตัวเองได้ ดังนั้นที่ผ่านมานางจึงได้ยอมให้บุตรสาวทำตามใจตนเอง
"จวี๋เอ๋อร์ เจ้าจะยอมเห็นแก่ความสุขของตนเองก็ได้นะ อย่างไรตระกูลโจวของเราก็จะยืนอยู่ฝั่งเจ้าเสมอ"
สองพี่ชายพยักหน้าอย่างเห็นด้วยกับคำพูดของมารดา พวกเขาเป็นบุรุษจะต้องให้โจวไป๋จวี๋มาเสียสละตนเองเพื่อตระกูลหรือไร
โจวไป๋จวี๋คลี่ยิ้มบางให้กับทุกคน นางคว้ามือของมารดาและพี่ชายทั้งสองมาจับเอาไว้มั่น "ลูกตัดสินใจแล้วเจ้าค่ะ ลูกอยากเป็นพระชายาขององค์รัชทายาทเจ้าค่ะ" น้ำเสียงอันหนักแน่นมั่นคงดังมาจากหญิงสาวผู้มีจิตใจอันเข้มแข็ง
เกิดในตระกูลชนชั้นสูงสามารถใช้ชีวิตได้อย่างอิสระมาถึง 18 ปีก็นับว่ามีดีมากแล้ว หากในภายภาคหน้าจะต้องใช้ชีวิตที่เหลือเพื่อคนที่นางรักจะเป็นอะไรไปเล่า
"จวี๋เอ๋อร์ของแม่ เจ้าช่างรู้ความและแสนดียิ่งนัก"
สวีหรูอิงคว้าตัวบุตรสาวเข้ามากอดแนบอก โจวซูจิ้งและโจวเมิ่งหยวนก็เข้ามาสวมกอดทั้งสองเช่นเดียวกัน ก่อนที่พวกเขาจะรู้สึกถึงไออุ่นอันแข็งกร้าวจากชายร่างสูงใหญ่ที่เต็มไปด้วยหนวดเครารุงรัง แม้ใบหน้าคมเข้มดังชายชาตินักรบจะดูโหดร้าย แต่แววตาของเขากลับเต็มไปด้วยความห่วงใยและอ่อนโยนยิ่งนัก
"ท่านพี่!"
"ท่านพ่อ!!"
สี่คนประสานเสียงเรียกผู้มาใหม่ด้วยความตกตะลึง 'โจวหลี่อี้' ผู้เป็นถึงแม่ทัพใหญ่แห่งทิศทักษิณ กลับมาปรากฏตัวอยู่ที่นี่ได้อย่างไรกัน สีหน้าของพวกเขาล้วนเต็มไปด้วยคำถามและความดีใจ
"คิดถึงพวกเจ้าทุกคนนัก!"
"ฮึก ๆ ท่านพ่อกลับมาแล้วหรือเจ้าคะ ลูกคิดถึงท่านพ่อที่สุดเลยเจ้าค่ะ"
โจวไป๋จวี๋พลันร้องไห้ออกมาราวกับเด็กน้อย หลายปีที่ไม่ได้พบหน้าบิดานั้นช่างยาวนานยิ่งนัก เมื่อได้พบกันก็เป็นตอนที่จิตใจของนางอ่อนไหวที่สุด บิดาผู้เป็นต้นไม้ใหญ่ให้นางได้พักพิงได้กลับมาแล้ว
"เด็กน้อยของพ่อร้องไห้จนขี้มูกโป่งเชียว ผู้ใดทำให้เจ้าร้องไห้เช่นนั้นหรือ"
"เป็นองค์รัชทายาทขอรับ"
โจวซูจิ้งเอ่ยขึ้นมาทันที เขายังรู้สึกโกรธเคืองเจ้าองค์รัชทายาทนั่นไม่หายเลย กล้าดีอย่างไรถึงมาหยามเกียรติน้องสาวของเขาถึงเพียงนี้ ให้นางเป็นพระชายาเอกเพียงเพราะคนที่พระองค์เลือกมีเจ้าของอยู่แล้ว!
"เช่นนั้นพ่อจะถวายฎีกากับฝ่าบาท ขอใช้ความดีความชอบทั้งหมดแลกกับการยกเลิกสมรสพระราชทานดีหรือไม่"
โจวไป๋จวี๋ตกใจยิ่งนัก นางรีบส่ายหน้าเพื่อห้ามปรามบิดา หากทำเช่นนั้นท่านพ่อรวมถึงคนตระกูลโจวอาจจะโดนโทษกบฏเลยก็ได้ ขัดราชโองการมีแต่ต้องตายเท่านั้น!
"ไม่เจ้าค่ะ ลูกอยากเป็นพระชายาขององค์รัชทายาทเจ้าค่ะ"
"จวี๋เอ๋อร์ เจ้าไม่เจ้าเป็นต้องเสียสละตนเอง คิดว่าพ่อคนนี้จะไม่สามารถปกป้องเกียรติยศของเจ้าที่ถูกดูหมิ่นได้เลยหรือ"
โจวหลี่อี้ลูบผมลูกสาวอย่างรักใคร่ ตั้งแต่ที่เขาทราบข่าวก็รีบขี่ม้าเร็วกลับมาทันที แม้จะถือว่าทำผิดกฎของกองทัพที่กลับมายังเมืองหลวงโดยไม่ได้มีราชโองการเรียกตัวกลับมาก็ตาม แต่เมื่อบุตรสาวของเขากำลังทุกข์ใจ คนเป็นพ่อจะยอมนิ่งดูดายได้อย่างไรกัน
"ใช่แล้ว เจ้าลองไตร่ตรองอีกครั้งดีหรือไม่" โจวซูจิ้งเองก็เห็นด้วยกับบิดา
"ข้าคิดอย่างรอบคอบแล้วเจ้าค่ะ ข้าอยากเป็นมารดาแห่งแผ่นดิน อยากทำหน้าที่ปกป้องบ้านเมืองและราษฎร์โดยใช้อำนาจของข้าเจ้าค่ะ"
เมื่อโจวไป๋จวี๋ยืนกรานอย่างหนักแน่นถึงเพียง พวกเขาก็ทำได้แต่ยอมรับการตัดสินใจของนาง
"เช่นนั้นก็แล้วแต่เจ้า แต่แม่คงต้องเข้าวังไปขอเข้าเฝ้าฮองเฮาเสียหน่อย ในเมื่อเจ้าต้องการเป็นมารดาแห่งแผ่นดิน เช่นนั้นก็จำเป็นต้องทำอะไรสักอย่างเสียแล้ว"
สวีหรูอิงลอบมองหน้าสามี นางมิอาจรู้กลศึกของการรบ ทว่าเล่ห์กลที่สตรีใช้กันในเรือนหลังนั้นดุเดือดนัก ในเมื่อนางมีความสัมพันธ์อันดีกับฮองเฮา และองค์รัชทายาทก็ยังทำให้นางกับตระกูลโจวรู้สึกเสียเกียรติ เช่นนั้นนางก็จะใช้โอกาสนี้ทำให้บุตรสาวผู้เป็นที่รักยิ่งได้เปรียบอย่างที่สุด!
"เช่นนั้นข้าเองก็จะไปขอเข้าเฝ้าฝ่าบาทเพื่อรับโทษที่กลับมายังวังหลวงเช่นกัน"
โจวหลี่อี้ล่วงรู้ความในใจของภรรยา ตัวเขาเองก็จะใช้อำนาจที่มีทำเพื่อบุตรสาวเช่นเดียวกัน อย่างไรเขาก็คิดว่าฝ่าบาทจะต้องตกลงกับเรื่องนี้อย่างแน่นอน
สองสามีภรรยามองหน้ากันโดยไม่มีคำพูดใดเอื้อนเอ่ยออกมา ทว่ามีเพียงสายตาที่มองกันได้อย่างทะลุปรุโปร่ง โจวไป๋จวี๋เห็นเช่นนั้นก็เริ่มรู้สึกหวาดผวาขึ้นมาเสียแล้ว
สายตาของท่านพ่อและท่านแม่น่ากลัวนัก ราวกับตัวร้ายที่นางเห็นในโรงงิ้วเลย!!
