บทที่ 4 สามีภรรยาที่คอยอยู่เคียงข้างกัน 2/2
"เรื่องในวันนั้น ข้าทำผิดต่อเจ้า ต้องขออภัยเจ้าด้วยนะคุณหนูโจว เดิมทีแล้วคนที่ข้าควรจะเลือกให้เป็นพระชายาเอกก็คือเจ้ามาตั้งแต่แรก แต่ข้า..."
โจวไป๋จวี๋รีบเอ่ยขัดคำพูดของเขา "หม่อมฉันรู้ดีว่าหัวใจของคนเรามิอาจฝืนบังคับกันได้ และหม่อมฉันเองก็ไม่ได้รู้สึกอะไรเพคะ"
"จริงหรือ เช่นนั้นเจ้าจะให้อภัยในความไม่รู้จักคิดของข้าได้หรือไม่"
"เพคะ"
โจวไป๋จวี๋ยิ้มให้กับเขาอย่างอ่อนโยน ซึ่งรอยยิ้มนั้นกลับทำให้หรงป๋อไฉ่เผลอชะงักค้างไปชั่วขณะ เขาเพิ่งรู้เดี๋ยวนี้เองว่านางมีรอยยิ้มที่หวานมาก ใบหน้าของนางที่เขาเคยคิดว่างดงามสูงค่ากลับดูอ่อนหวานเมื่อนางแย้มยิ้ม
"เจ้า... ยินดีที่จะแต่งงานกับข้าหรือไม่" จู่ ๆ เขาก็เอ่ยถามออกไปด้วยความสงสัย
"เพคะ หม่อมฉันยินดีจะแต่งงานกับพระองค์เพื่อแบกรับหน้าที่อันยิ่งใหญ่นี้ แม้เราทั้งสองมิอาจจะใช้ชีวิตอย่างสามีภรรยาที่รักใคร่กลมเกลียวกันได้ แต่พวกเราก็สามารถเป็นสามีภรรยาที่คอยอยู่เคียงข้างกัน และช่วยเหลือซึ่งกันและกันได้เพคะ"
หรงป๋อไฉ่เหม่อมองโจวไป๋จวี๋ด้วยความคาดไม่ถึง นึกไม่ถึงจริง ๆ ว่านางจะมีความคิดเช่นนี้ ช่างเป็นสตรีที่เต็มเปี่ยมไปด้วยเหตุผลและเข้าอกเข้าใจผู้อื่นยิ่งนัก นางไม่เหมือนกับใครเลยจริง ๆ
"คุณหนูโจวทำให้ข้ารู้สึกสบายใจมากเลยล่ะ ข้าสัญญาว่าจะให้เกียรติเจ้า ดูแลเจ้า และคอยปกป้องเจ้าเป็นอย่างดี จะไม่ทำให้เจ้าต้องเจ็บปวดใจหรือต้องทุกข์ใจเป็นอันขาด"
"ขอบพระทัยเพคะ เช่นนั้นพวกเราก็ถือเป็นพันธมิตรที่ดีต่อกันใช่หรือไม่เพคะ"
"อืม... หากพูดจริง ๆ เราก็เหมือนกับเป็นสหายกันเลยล่ะ"
"คิก ๆ เช่นนั้นเราสองก็คือสหายที่อยู่ในฐานะของสามีภรรยาน่ะสิเพคะ"
"ฮ่าฮ่าฮ่า ใช่แล้วล่ะจวี๋เอ๋อร์..."
หรงป๋อไฉ่ไม่เคยรู้สึกสบายใจเช่นนี้มาก่อน การได้พูดคุยกับโจวไป๋จวี๋ทำให้เขารู้สึกปลอดโปร่งใจยิ่งนัก นางเหมือนกับน้ำเย็นที่ทำให้จิตใจอันว้าวุ่นสับสนของเขาทุเลาลง ขอเพียงเขากับนางรักษามิตรภาพอันดีนี้ต่อไปเรื่อย ๆ เช่นนี้ เขาและนางก็จะอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข...
หลายเดือนผ่านไป
ในวันที่เจียงเม่ยและโจวไป๋จวี๋ไปเที่ยวเล่นแล้วขากลับถูกคนร้ายซุ่มโจมตี ในสถานการณ์อันคับขันโจวไป๋จวี๋ได้ดึงกระบี่ที่ซุกซ่อนเอาไว้ของตนออกสู้กับคนร้าย กระบวนท่าที่เพิ่งได้ร่ำเรียนจากพี่ใหญ่ถูกนำมาใช้สังหารพวกมัน ทว่าพวกนางก็ยังเสียเปรียบเพราะคนน้อยอยู่ดี และในตอนที่เจียงเม่ยกำลังอยู่ในช่วงคับขัน ชินอ๋องก็ได้ปรากฏกายพร้อมกับทหารของหน่วยกิเลนทมิฬ สังหารพวกมันจนเกือบหมดสิ้น เหลือเพียงคนที่จะให้การสาวไปถึงตัวผู้บงการเท่านั้น ส่วนนางก็ได้กลับมาที่จวนโดยได้รับบาดเจ็บที่ต้นแขนข้างซ้าย
"จวี๋เอ๋อร์! ฮึก ๆ นี่เจ้าบาดเจ็บหรือ เป็นอย่างไรบ้าง เจ็บมากหรือไม่ใครก็ได้รีบไปตามท่านหมอมาเดี๋ยวนี้"
"ลูกไม่เป็นอะไรมากเจ้าค่ะ แผลแค่นี้ไม่นานก็หายแล้ว"
สวีหรูอิงที่เห็นบุตรสาวกลับมาด้วยอาการบาดเจ็บก็ตกใจจนแทบสิ้นสติ โจวเมิ่งหยวนที่อยู่จวนก็รีบเข้ามาประคองนางกลับไปที่เรือนทันที
ท่านหมอมาถึงก็รีบเข้ามารักษาอาการของโจวไป๋จวี๋ทันที บาดแผลของนางอาจจะไม่สาหัสนัก แต่ก็ถือว่าหนักหนาเอาการ การรักษาผ่านไปอย่างรวดเร็ว เมื่อทุกอย่างไม่มีอะไรให้น่าเป็นห่วงแล้ว ท่านหมอก็ได้ขอตัวลากลับไปในทันที
"เป็นอย่างไรบ้างจวี๋เอ๋อร์ แล้วนี่มันเกิดอะไรขึ้น มิใช่ว่าเจ้าไปเที่ยวเล่นกับพระชายาหรอกหรือ" ผู้เป็นมารดาเอ่ยถามด้วยความสับสน
"พวกเราถูกคนร้ายดักเล่นงานเจ้าค่ะ ตอนแรกเสียเปรียบแต่เพียงไม่นานท่านอ๋องก็มาช่วยเอาไว้ได้ ส่วนคนร้ายก็คงถูกจับโดยเร็ววันเป็นแน่เจ้าค่ะ"
"ในเมื่อเจ้าไม่เป็นอะไรแล้วก็รีบพักผ่อนเถอะ" สวีหรูอิงโล่งอกที่เรื่องในครั้งนี้ไม่เกี่ยวข้องกับพวกนาง
"ท่านแม่ไม่ต้องกังวลใจไปนะเจ้าคะ ลูกไม่เป็นอะไรแล้วเจ้าค่ะ"
"เจ้าพักผ่อนเถอะ"
"เจ้าค่ะ"
โจวเมิ่งหยวนเข้ามาคุยกับน้องสาว "พี่รองคิดว่าเจ้าควรอยู่ให้ห่างจากพระชายาเสียหน่อย"
เขาจดจำได้ดีว่าเจียงเม่ยนั้นไม่ใช่สตรีธรรมดา นางทั้งฉลาดเฉลียวและมากด้วยแผนการ ไม่รู้ว่าเรื่องในครั้งนี้เกี่ยวข้องกับนางมากน้อยเพียงใด
"พี่รอง... อาเม่ยคือสหายเพียงหนึ่งเดียวของข้านะเจ้าคะ เหตุใดพี่รองถึงได้เอ่ยเช่นนี้กัน หรือเพียงเพราะการลอบโจวตีครั้งนี้พี่รองก็ตัดสินว่าเป็นความผิดของอาเม่ย ทั้งที่ความจริงแล้วเป็นเพราะคนชั่วพวกนั้นต่างหาก" นี่เป็นครั้งแรกที่นางนึกไม่พอใจในคำพูดของพี่รอง เพราะทุกครานางจะเชื่อฟังเขาเสมอมา
"พี่แค่กังวลว่าเจ้าจะได้รับบาดเจ็บเหมือนครั้งนี้อีก"
"พี่รองวางใจเถิดเจ้าค่ะ ชินอ๋องคงไม่ปล่อยคนที่ทำร้ายอาเม่ยเป็นแน่ พี่รองก็รู้ว่าชินอ๋องทรงโหดเหี้ยมเพียงใด คนที่กล้ามาล่วงเกินพระองค์ย่อมไม่มีวันมีจุดจบที่ดีเป็นแน่"
"พี่รองผิดเองที่คิดน้อยไป เจ้าพักผ่อนเถิด" โจวเมิ่งหยวนยอมแพ้ ตัวเขาอาจจะคิดมากเกินไปจริง ๆ
