บทที่ 3 จุดยืนของโจวไป๋จวี๋ 1/2
บทที่ 3
จุดยืนของโจวไป๋จวี๋
โจวไป๋จวี๋กลับมาถึงก็ในยามเย็นแล้ว นางตรงดิ่งกลับเข้าไปยังเรือนนอนของตัวเองทันที ไม่แม้แต่จะเดินเข้าไปคารวะมารดาที่ห้องโถงของเรือนหลักก่อนเลย อาเมิ่งที่เห็นสีหน้าไม่สู้ดีของคุณหนูก็ปวดใจนัก นางทำได้เพียงออกไปจากห้องเพื่อให้คุณหนูได้อยู่ในห้องเพียงลำพัง ก่อนจะนำเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นในวันนี้ไปเรียนฮูหยินใหญ่
"ฮึก ๆ ฮือ ๆ"
โจวไป๋จวี๋ฟุบหน้าร้องไห้กับหมอนของตนเอง ร่างเพรียวระหงของนางสั่นเทิ้มไปทั่วทั้งร่างจากการร้องไห้อย่างหนัก น้ำเสียงที่เล็ดลอดออกมามีแต่ความรู้สึกขมขื่น หัวใจดวงน้อยพลันแตกซ่านเป็นผุยผง นางไม่เคยรู้สึกว่าตนเองไร้ค่าได้เท่านี้มาก่อนเลยในชีวิต รู้สึกเหมือนตัวเองเข้ามาแทนที่คนของใจของเขา เพียงเพราะเขามิอาจคว้ามาได้ก็เท่านั้นเอง แต่นางหาได้รู้สึกเกลียดชังเจียงเม่ยผู้เป็นสหายไม่ เพราะนางรู้ดีว่าเรื่องความรู้สึกนั้นมิอาจบังคับฝืนใจกันได้
"ฮือ ๆ"
ก๊อก ๆ
"จวี๋เอ๋อร์ แม่ขอเข้าไปข้างหน่อยได้หรือไม่"
ทันทีที่รู้เรื่องสวีหรูอิงก็รีบตรงมาหาบุตรสาวทันที นางไม่คิดเลยว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นได้ไหนเลยจะรู้ว่าองค์รัชทายาทมีเจียงเม่ยอยู่ในใจแล้ว
"ฮึก ๆ ลูกขออยู่คนเดียวนะเจ้าคะท่านแม่ ถ้าลูกดีขึ้นแล้วจะไปพบท่านแม่ที่เรือนเองเจ้าค่ะ"
"แต่แม่คิดว่า..."
โจวเมิ่งหยวนที่ติดตามมาด้วยเข้ามาเอ่ยห้ามมารดา "ท่านแม่ให้เวลาจวี๋เอ๋อร์ก่อนเถอะขอรับ ลูกคิดว่าอย่างไรนางก็จะต้องผ่านไปได้ด้วยตนเองอย่างแน่นอนขอรับ"
"แต่แม่เป็นห่วงจวี๋เอ๋อร์"
"ท่านแม่ก็รู้ว่าจวี๋เอ๋อร์มีนิสัยดื้อรั้นในบางครั้ง และทุกการตัดสินใจของนางก็ยากที่จะถูกสั่นคลอนได้โดยง่าย พวกเราทำได้แค่ดูจวี๋เอ๋อร์อยู่ห่างๆ ขอรับ ถ้าครั้งนี้นางยังไม่สามารถก้าวข้ามเรื่องครั้งนี้ไปได้ ตัวนางเองนั่นแหละที่จะต้องเจ็บปวดที่สุดขอรับ"
"เช่นนั้นแม่จะกลับไปก่อน" แววตาของสวีหรูอิงมองผ่านประตูหน้าห้องด้วยความปวดใจ เป็นนางเองที่คาดหวังบุตรสาวมากเกินไป "จวี๋เอ๋อร์ ทุกคนต่างรอเจ้าอยู่นะ ไม่ว่าเจ้าจะตัดสินใจเช่นไรต่อไป พวกเราทุกคนล้วนยอมรับการตัดสินใจของเจ้า หากเจ้าไม่ปรารถนาจะแต่งเข้าตำหนักบูรพา แม่ก็จะขอบากหน้าไปขอรับโทษกับฝ่าบาทและฮองเฮาเอง"
สวีหรูอิงเอ่ยจบก็เดินจากไปพร้อมกับบุตรชายคนรอง เรื่องในครั้งนี้ทำให้คนตระกูลโจวปวดใจยิ่งนัก แม้ว่าโจวไป๋จวี๋จะได้เป็นพระชายาเอกขององค์รัชทายาท ทว่าก็เป็นเพียงตัวเลือกที่องค์รัชทายาทหาได้เต็มใจที่จะเลือกไม่ การไม่ได้ถูกเลือกเลยยังไม่เสียใจเท่านี้เลย
โจวไป๋จวี๋จมกับความเสียใจของตนเองอยู่เนิ่นนาน นางนอนร้องไห้ให้กับความเศร้าใจของตนมาราวครึ่งค่อนวัน หลังจากร้องไห้อย่างหนักจนพอใจแล้ว นางก็สามารถตกตะกอนความคิดของตนเองได้
แม้มิอาจคว้าตำแหน่งในหัวใจของเขาได้ แต่สุดท้ายนางก็ยังได้ยืนเคียงข้างเขาในฐานะพระชายาเอก และในภายภาคหน้านางก็จะได้ขึ้นเป็นฮองเฮา หากอยากให้ครอบครัวสุขสงบแบบนี้เรื่อยไป ก็มีเพียงอำนาจในมือของนางเองเท่านั้นที่จะช่วยหนุนหลังครอบครัวได้ ตำแหน่งพระชายาเอกขององค์รัชทายาทก็ถือว่าดีไม่น้อย
'ข้าไม่ได้หัวใจของท่านไม่เป็นไร แต่ข้าขอเพียงให้พวกเราสองคนอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขก็พอ ข้าจะเป็นภรรยาที่คอยส่งเสริมให้กับท่านเอง...หรงป๋อไฉ่!!'
โจวไป๋จวี๋ตรึกตรองอย่างรอบคอบแล้ว หากนางปฏิเสธที่จะแต่งเข้าตำหนักบูรพาก็มีแต่ลากครอบครัวลงไปในเหวลึกก็เท่านั้น แต่ถ้านางตกลงที่จะเป็นพระชายา เช่นนั้นครอบครัวของนางก็จะได้ขึ้นสู่ที่สูง อีกทั้งในเมื่อนางมีอำนาจในมือแล้ว ราษฎร์ที่เคยอดยากทั้งจากภัยพิบัติและสงคราม นางก็จะช่วยเหลือพวกเขาอย่างสุดกำลังที่สุด!
เช้าวันถัดมาโจวไป๋จวี๋ก็ได้ออกจากเรือนของตน นางมาทานอาหารร่วมกันกับครอบครัว โดยที่ดวงตาของนางบวมช้ำเป็นอย่างมาก สวีหรูอิงเอาอกเอาใจบุตรสาวโดยคีบอาหารที่นางชอบใส่ถ้วยให้ตลอด ในขณะที่โจวซูจิ้งก็ชวนนางไปเที่ยวเล่นที่ตลาดในวันนี้ ส่วนโจวเมิ่งหยวนสั่งให้พ่อครัวทำน้ำแกงไก่ตุ๋นโสมแดงมาให้กับนาง
ทุกการกระทำของทุกคนล้วนสลักลึกในใจของโจวไป๋จวี๋!
หลังจากทานอาหารเสร็จทุกคนก็ย้ายไปนั่งรับลมในศาลาข้างสระบัว อาเมิ่งยกน้ำชาและขนมเข้ามาก่อนจะปลีกตัวจากไป ให้เหล่าเจ้านายได้ใช้เวลาร่วมกันโดยไม่มีบ่าวไพร่เข้ามาป้วนเปี้ยน
"ท่านแม่ ลูกทำให้ท่านแม่ พี่ใหญ่ และพี่รองต้องเป็นห่วงแล้ว ลูกขออภัยเจ้าค่ะ"
"ไม่ใช่สิ่งที่จวี๋เอ๋อร์ของเราต้องกังวลใจเลย เป็นแม่เองที่ผิดต่อเจ้าหากเจ้าต้องการที่จะ..."
สวีหรูอิงเอ่ยยังไม่จบประโยคโจวไป๋จวี๋ก็เอ่ยแทรกขึ้นมาก่อน "ลูกตัดสินใจจะแต่งเข้าตำหนักบูรพาเจ้าค่ะ ลูกรู้ดีว่าตัวเองคงมิอาจครอบครองหัวใจขององค์รัชทายาทได้ แต่ลูกก็สามารถใช้ตำแหน่งของตัวเองทำเพื่อราษฎร์และบ้านเมืองได้"
