บทที่ 1 ความคาดหวังจากทุกคน 1/2
บทที่ 1
ความคาดหวังจากทุกคน
วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว วันนี้ก็ถึงวันที่โจวไป๋จวี๋รอคอย... นางตื่นเต้นจนแทบกักเก็บความนิ่งสงบของตัวเองเอาไว้ไม่ได้ แม้ท่านแม่จะบอกว่านางคือว่าที่พระชายาเอกขององค์รัชทายาทอย่างแน่นอน การคัดเลือกครั้งนี้ก็เพียงหาชายารองขององค์รัชทายาทเท่านั้น ทว่าในใจลึก ๆ อดที่จะกังวลไม่ได้... นางกลัวว่าตัวเองจะไม่ได้ถูกเลือก
การคัดเลือกผ่านไปโดยไม่มีสิ่งใดให้ตื่นเต้น แม้ว่าตัวนางจะไม่ใช่สตรีที่ไม่มีรอยขีดข่วนบนร่างกาย ทว่านางกำนัลผู้ตรวจร่างกายกลับบอกว่านางผ่านอย่างน่าฉงน ตัวนางเองก็รู้สึกว่าตนเองโกงผู้อื่นแต่จะทำอย่างไรได้เล่า ในเมื่อนางมีสตรีผู้เป็นใหญ่ในวังหลังคอยหนุนหลัง
"คุณหนูโจวผ่านรอบคัดเลือกแล้วเจ้าค่ะ อีกสามวันข้างหน้าจะเป็นการแสดงความสามารถนะเจ้าคะ ขอให้คุณหนูโจวโชคดีเจ้าค่ะ"
"ขอบใจมามามาก"
นางหยิบถุงแดงที่มีเงินอยู่ไม่น้อยใส่มือของมามา ก่อนที่จะเดินออกไปจากวังหลังเพื่อกลับจวนของตัวเอง
จวนตระกูลโจว
ทันทีที่โจวไป๋จวี๋กลับมาถึงจวน นางก็ตรงไปพบมารดาที่รอคอยฟังข่าวที่เรือนหลัก ก่อนจะพบว่ามารดากำลังนั่งคัดตักอักษรอย่างใจลอย เมื่อนางเข้าไปใกล้ก็พบว่าลายเส้นคดโค้งไปมา
"ลูกคารวะท่านแม่เจ้าค่ะ"
"จวี๋เอ๋อร์ของแม่มาแล้ว เป็นอย่างไรบ้าง เรื่องแผลที่หลังของเจ้ามีปัญหาหรือไม่" น้ำเสียงของนางเต็มไปด้วยความกังวล กลัวว่าจะมีเรื่องผิดพลาดจากที่คาดการณ์เอาไว้
โจวไป๋จวี๋ส่ายหน้าให้กับมารดาก่อนจะเดินไปนั่งบนเก้าอี้ข้างมารดา รินน้ำชาที่ยังอุ่นอยู่ให้มารดาดื่ม
"มามาผู้ตรวจร่างกายลูกเป็นคนของตำหนักฮองเฮาเจ้าค่ะ ลูกย่อมผ่านการคัดเลือกอยู่แล้วอย่างไม่ต้องสงสัย อีกสามวันก็จะเป็นการแสดงความสามารถเจ้าค่ะ"
'สวีหรูอิง' ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก นางจับมือของบุตรสาวเอาไว้แน่น
"แม้ว่าศาสตร์ของสตรีด้านอื่น ๆ เจ้าจะไม่สันทัด แต่การเดินหมากและเขียนอักษรของเจ้าไม่มีผู้ใดอาจหาญเทียบเคียงได้ วางใจเถิดจวี๋เอ๋อร์... อย่างไรเจ้าก็ต้องได้เป็นพระชายาเอกขององค์รัชทายาทอย่างแน่นอน"
"และถ้าลูกไม่ได้ถูกเลือกเล่าเจ้าคะ"
สวีหรูอิงส่ายหน้าอย่างไม่เห็นด้วย "องค์รัชทายาทย่อมต้องนึกถึงบ้านเมืองมาก่อนสิ่งอื่นใด การที่ได้เจ้าเป็นพระชายาเอกจะช่วยส่งเสริมอำนาจให้กับพระองค์" นางลูบเรือนผมของบุตรสาวอย่างอ่อนโยน "เมื่อองค์รัชทายาทได้พบหน้าจวี๋เอ๋อร์อีกครั้ง ย่อมต้องหลงรักเจ้าอย่างแน่นอน"
ใบหน้างามพลันแดงก่ำด้วยความเขินอาย "ท่านแม่เอ่ยอะไรเช่นนั้นเจ้าคะ แค่เพียงพบหน้ากันจะรักกันได้อย่างไร"
"งั้นพระองค์ก็ต้องหลงรักที่เจ้าเป็นเช่นนี้"
"ลูกไม่ใช่สตรีเรียบร้อยอ่อนหวาน จะต้องใจองค์รัชทายาทได้จริง ๆ หรือเจ้าคะ"
"ได้สิ เพราะเดิมทีแม่กับพ่อก็แต่งงานกันโดยพบหน้ากันครั้งแรกในห้องหอ แม้ตอนแรกจะไม่รักแต่เมื่อได้อยู่ด้วยกัน นานไปย่อมบังเกิดความรักขึ้นมาเอง"
"เพราะท่านแม่คือสตรีอ่อนหวาน และท่านพ่อก็เป็นบุรุษที่ห้าวหาญนี่เจ้าคะ"
"อย่าได้พูดจาบั่นทอนคุณค่าในตัวเองจวี๋เอ๋อร์ เจ้ามีสิ่งที่สตรีทุกคนมิอาจมีได้ นั่นคือรักที่มั่นคงที่เจ้ามีให้ต่อองค์รัชทายาทอย่างไรเล่า"
"หรือถ้าองค์รัชทายาทมิอาจรักจวี๋เอ๋อร์ของเราจริง ๆ เช่นนั้นก็หย่าขาดกับพระองค์เสียก็สิ้นเรื่อง ข้าเองจะเป็นคนถวายฎีกาเรื่องนี้เอง"
น้ำเสียงอันนุ่มลึกดังขึ้นจากร่างสูงโปร่งของบุรุษที่เพิ่งเดินเข้ามา เขามีผิวกายขาวเนียนทว่าดวงตากลับคมดุลุ่มลึก ราวกับสามารถมองเห็นความคิดของผู้อื่นได้
"พี่รอง! กลับมาจากเมืองรั่วโจวตั้งแต่เมื่อไหร่เจ้าคะ"
โจวไป๋จวี๋รีบตรงเข้าไปกอดพี่ชายคนรองด้วยความคิดถึงทันที นับตั้งแต่พี่ชายรองไปว่าราชการที่ต่างเมือง นี่ก็ผ่านมาสามเดือนแล้วที่นางไม่ได้พบหน้าเขาเลย
'โจวเมิ่งหยวน' คุณชายรองแห่งตระกูลโจว ผู้มากความสามารถสอบได้ตำแหน่งจอหงวน อายุเพิ่ง 20 ก็สามารถดำรงตำแหน่งเป็นรองราชเลขาธิการ คอยรับสนองราชโองการจากฮ่องเต้
"คารวะท่านแม่ขอรับ" เขาหันไปคารวะมารดา ก่อนจะตรงเข้าโยกหัวเล็กของน้องสาวไปมาด้วยความมันเขี้ยว "เพิ่งกลับมาถึงเมื่อครู่นี้เองจึงทันได้ยินเจ้าเด็กหัวดื้อค่อนขอดตัวเองนี่แหละ พี่รองบอกว่าอย่างไร... หากองค์รัชทายาทไม่รักเจ้าตอบ เช่นนั้นก็อย่าได้ลดคุณค่าของตัวเองเป็นอันขาด เจ้าคือไข่มุกล้ำค่าของคนตระกูลโจวเชียวนะ"
"ข้าทราบดีเจ้าค่ะ ข้าก็แค่กังวลเล็กน้อยเอง"
โจวไป๋จวี๋ก้มหน้าลงเล็กน้อยอย่างรู้สึกผิด เพราะวันนี้นางได้พบกับสตรีที่มีรูปโฉมงดงามมากมายจึงอดจะกังวลใจไม่ได้
"ได้ยินเช่นนั้นก็ดี เช่นนั้นก็ไปเดินหมากเป็นเพื่อนพี่รองหน่อยเถิด"
"พี่รองกลับมาเหนื่อย ๆ ไม่ไปพักผ่อนที่เรือนหรือเจ้าคะ"
"พี่อยากเดินหมากกับเจ้ามากกว่า อยากรู้ว่าฝีมือการเดินหมากของเจ้าไปถึงไหนแล้ว"
"เจ้าค่ะ งั้นข้าขอไปเปลี่ยนชุดก่อนนะเจ้าคะ"
"อืม"
โจวไป๋จวี๋คารวะมารดาและพี่ชายก่อนจะปลีกตัวจากไป คล้อยหลังที่นางจากไปแล้วสวีหรูอิงก็มองหน้าลูกชายคนรองนิ่ง
"มีสิ่งใดหรืออาหยวน"
"ลูกบังเอิญไปรู้มาว่าการตายของคุณหนูรองเจียงไม่ใช่อุบัติเหตุขอรับ แต่เป็นฝีมือของโจรป่าซึ่งเรื่องนี้มีข้อพิรุธหลายจุดขอรับ บางที... อาจจะเป็นฝีมือของคนในจวนตระกูลเจียงขอรับ"
โจวเมิ่งหยวนเอ่ยเล่าเรื่องราวที่เขาสืบทราบมาโดยละเอียด หลังจากสวีหรูอิงฟังแล้วก็ขมวดคิ้วแน่น ในใจบังเกิดความสงสารเจียงเม่ยที่ต้องมาเผชิญเคราะห์เช่นนี้
"เจียงเม่ยผู้นี้ก็ถือว่าเป็นญาติของเรา ดูท่าว่าเจียงเม่ยจะมีชีวิตอยู่ในจวนตระกูลเจียงไม่ง่ายเลย นางช่างน่าสงสารนักที่มารดาสิ้นไปตั้งแต่วัยเยาว์"
น้องสาวของสามีแต่งเข้าตระกูลเหอญาติฝ่ายมารดาของเจียงเม่ย เช่นนั้นตระกูลเหอกับตระกูลโจวจึงได้เกี่ยวดองเป็นญาติกัน
"แต่ลูกกลับคิดว่าเจียงเม่ยผู้นี้จะต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอนขอรับ มิเช่นนั้นนางจะรอดพ้นจากโจรป่าได้อย่างไรกัน"
สวีหรูอิงขบคิดชั่วครู่ "เช่นนั้นก็ส่งคนไปสืบข่าวของนางเอาไว้เสียหน่อย"
"ขอรับ"
