บท
ตั้งค่า

บทนำ 2/2

2 ปีก่อน จวนตระกูลโจว

เคร้ง เคร้ง เคร้ง!

เสียงกระบี่อ่อนทั้งสองเล่มเข้าปะทะกันจนเกิดเสียงดังไปทั่วบริเวณลานฝึก ร่างทั้งสองโรมรันเข้าห้ำหั่นกันอย่างไม่มีใครยอมใคร ร่างสูงอันกำยำแสยะยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ ก่อนจะทุ่มแรงไปทั้งหมดในกระบวนท่าสุดท้าย เป็นผลให้ร่างเพรียวระหงซวนเซไปทางด้านหลัง แม้นางจะหลบกระบี่อ่อนของอีกฝ่ายได้ แต่กระบี่อ่อนของนางก็ได้หลุดกระเด็นไปจากมือ

ผลการประลองครั้งนี้นางแพ้!

"พี่ใหญ่ไม่คิดจะออมแรงให้ข้าเลยสักนิดเชียวหรือเจ้าคะ"

'โจวไป๋จวี๋' คุณหนูเพียงหนึ่งเดียวของจวนตระกูลโจวมีหน้าตาบูดบึ้งด้วยความไม่พอใจ ริมฝีปากเล็กเม้มเข้าหากันแน่นด้วยความขัดใจที่ตัวเองแพ้พี่ใหญ่อีกแล้ว ตั้งแต่เล็กจนนางอายุได้ 18 นางก็ไม่เคยเอาชนะพี่ใหญ่ได้เลย

"หากข้ายอมอ่อนข้อให้เจ้า เช่นนั้นการประลองครั้งนี้จะมีประโยชน์อันใด มาเถอะ! พี่ใหญ่คนนี้จะสอนกระบวนท่าวายุสะบั้นวิญญาณให้กับเจ้าเอง อยากเรียนมากมิใช่หรือ กระบวนท่านี้จะทำให้เจ้าได้เปรียบสำหรับคู่ต่อสู้ที่ตัวใหญ่กว่าเจ้าเชียวนะ"

'โจวซูจิ้ง' คุณชายใหญ่แห่งจวนตระกูลโจว อายุเพียง 25 ก็สามารถขึ้นดำรงตำแหน่งเป็นถึงรองแม่ทัพ ทั้งเขายังสังกัดหน่วยกิเลนทมิฬของชินอ๋องด้วย จะหาบุตรชายจากตระกูลขุนนางที่มีความสามารถยอดเยี่ยมจนต้องตาชินอ๋องได้นั้น... ช่างไม่ง่ายเลย

จากใบหน้างามที่บูดบึ้งพลันคลี่ยิ้มหวานด้วยความดีใจ โจวไป๋จวี๋รีบเข้าไปเกาะแขนผู้เป็นพี่ชายด้วยความยินดี ดวงตาของนางเป็นประกายวิบวับด้วยความตื่นเต้น ในที่สุดก็จะได้เรียนกระบวนท่านี้แล้ว

"พี่ใหญ่พูดแล้วห้ามคืนคำนะเจ้าคะ"

โจวซูจิ้งยิ้มให้กับน้องสาวด้วยความเอ็นดู "คำไหนคำนั้น มาเถิดพี่จะสอนท่าแรกให้กับเจ้าเอง"

"พี่ใหญ่ดีที่สุดเลยเจ้าค่ะ!"

โจวไป๋จวี๋รีบไปหยิบกระบี่อ่อนที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมาทันที ใบหน้างามที่เต็มไปด้วยเหงื่อตั้งท่าอย่างตั้งใจ ทุกกระบวนท่าที่พี่ใหญ่สอนนางล้วนตั้งใจฝึกอย่างไม่มีเกียจคร้าน ใช้เวลาสอนราวหนึ่งชั่วยามนางก็เรียนรู้ได้ถึงสองกระบวนท่าแล้ว ความรวดเร็วในการจดจำของนางช่างยอดเยี่ยมนัก แม้แต่โจวซูจิ้งก็มิอาจทำได้

"วันนี้พอแค่นี้ก่อนเถิด หากยังชักช้าเดี๋ยวท่านแม่จะดุเอาได้ เจ้ายังต้องไปเรียนเย็บปักมิใช่หรือ"

ใบหน้าที่เคยยิ้มแย้มพลันห่อเหี่ยวลงทันใด นี่ก็ผ่านมาสามเดือนแล้วที่นางจะต้องร่ำเรียนศาสตร์ของสตรี แต่ทว่าจะใช้เวลาฝึกฝนเพียงใดนางก็มิอาจทำได้ดี หากเทียบกับคุณหนูในห้องหอที่ร่ำเรียนมาตั้งแต่วัยเยาว์ ตัวนางก็คงเปรียบได้แค่เด็กน้อยที่เริ่มหัดเดินเท่านั้นเอง

"ข้าไม่อยากไปเรียนเลยเจ้าค่ะ ไม่รู้ทำไมท่านแม่ต้องบังคับให้ข้าเรียนเย็บปัก ดีดพิณ วาดรูป แต่งกลอนด้วย แค่ข้าเล่นหมากล้อมและคัดอักษรได้ยังไม่พออีกหรือ"

โจวซูจิ้งลูบเรือนผมดำขลับของน้องสาวด้วยความเอ็นดู "ท่านแม่คงอยากจะให้เจ้ามีวิชาติดตัวเอาไว้เท่านั้นเอง"

โจวไป๋จวี๋มองหน้าพี่ชายอย่างคาดคั้น คิดว่านางไม่รู้หรือว่าท่านแม่ต้องการสิ่งใดกันแน่

"พี่ใหญ่คิดว่าข้าคือเด็กน้อยไร้เดียงสาหรือเจ้าคะ มิใช่ว่าอีกหนึ่งเดือนข้างหน้าจะถึงวันคัดเลือกพระชายาขององค์รัชทายาทหรือ นี่ท่านแม่ก็คงพูดคุยเรื่องนี้กับฮองเฮาเป็นแน่"

"ในเมื่อรู้เช่นนี้แล้วเจ้าจะทำอย่างไร"

"ก็... คงไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องไหลไปตามน้ำนี่เจ้าคะ"

ใบหน้างามพลันแดงซ่านด้วยความเขินอาย แม้นางจะก้มหน้าแต่ก็มิอาจปิดบังสายตาอันคมกริบดังเหยี่ยวของพี่ใหญ่ไปได้ คนในจวนนี้มีใครไม่รู้บ้างว่านางนั้นหลงรักองค์รัชทายาทมานานแล้ว แม้มิรู้ว่าไปรักปักใจตั้งแต่เมื่อไหร่ก็เถอะ

"หึ! เด็กโกหก เจ้าเองก็อยากจะแต่งเข้าตำหนักบูรพามิใช่หรือ"

"พี่ใหญ่! ห้ามพูดนะเจ้าคะ"

โจวไป๋จวี๋หน้าแดงก่ำเมื่อถูกพี่ชายเปิดเผยความในใจของตนเอง ก่อนจะรีบวิ่งหนีพี่ใหญ่เข้าไปในเรือนทันที ทว่านางยังได้ยินเสียงหัวเราะจากพี่ใหญ่ที่ดังไล่หลังนางมาอยู่เลย... พี่ใหญ่ผู้นี้ชอบกลั่นแกล้งนางเสมอเลย!

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel