บท
ตั้งค่า

4

“แต่...” คำเดียวทำให้ทั้งสามคนกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง

หว่านหว่านวางถ้วยชาลง

“จวนทุกแห่งย่อมมีกฎของจวน ในเมื่อพวกเจ้าจะอยู่ที่นี่ ก็ควรรู้กฎของข้าก่อน”

“กฎของพระชายาหรือเพคะ”

“ไม่มากหรอก”

หว่านหว่านชูสามนิ้ว

“แค่สามข้อ”

เมื่อเทียบกับหนึ่งร้อยสิบแปดข้อของอีกฝ่าย สามข้อฟังดูง่ายดายอย่างยิ่ง

แต่ไม่รู้เหตุใด นางกำนัลจ้าวกลับรู้สึกไม่ดีขึ้นมา

“ข้อแรก”

หว่านหว่านลดเหลือหนึ่งนิ้ว

“อย่าสร้างความวุ่นวายโดยไม่มีเหตุจำเป็น”

นางกวาดตามองทุกคนช้าๆ

“ใครทะเลาะวิวาท ใส่ร้ายบ่าวไพร่ กลั่นแกล้งผู้อื่น หรือจงใจทำให้เรือนชั้นในไม่สงบ ข้าจะสอบสวนตามกฎจวน หากผิดจริงก็ตัดเบี้ยหวัด ลดหน้าที่ หรือส่งออกจากเรือนตามความเหมาะสม”

นางกำนัลจ้าวขมวดคิ้ว “พระชายาจะลงโทษคนที่ถูกส่งมาจากวังด้วยหรือเพคะ”

“ข้าบอกว่าจะสอบสวนตามกฎ”

หว่านหว่านตอบอย่างใจเย็น

“หากเจ้าไม่ได้ทำผิด เหตุใดต้องกลัว”

นางกำนัลจ้าวพูดไม่ออก

“ข้อที่สอง”

หว่านหว่านชูนิ้วที่สอง

“เรื่องภายในจวนที่เกี่ยวกับบัญชี รายรับรายจ่าย คนเข้าออก ตารางเวร และกิจการส่วนตัวของท่านอ๋อง ห้ามผู้ใดนำออกไปพูดภายนอกโดยไม่ได้รับอนุญาต”

แววตาของสตรีทั้งสามเปลี่ยนไปเล็กน้อย

หว่านหว่านเห็น แต่ทำเหมือนไม่เห็น

“กฎข้อนี้ไม่ได้ตั้งขึ้นเพื่อพวกเจ้าโดยเฉพาะ ทุกคนในจวนต้องปฏิบัติเหมือนกัน หากผู้ใดฝ่าฝืนก็สอบสวนตามระเบียบ”

“แต่หากผู้ใหญ่ในวังถามถึงความเป็นอยู่ของพระชายาเล่าเพคะ” นางกำนัลจ้าวถามทันที

“เรื่องสุขภาพ ความเป็นอยู่ อาหารการกิน หรือสิ่งที่ควรรายงานตามธรรมเนียม ย่อมรายงานได้”

หว่านหว่านยิ้ม

“แต่เรื่องที่ไม่เกี่ยวก็ไม่ต้องเพิ่มเอง ข้าเชื่อว่าคนที่อยู่ในวังมานานอย่างท่านนางกำนัลจ้าวย่อมแยกออกว่าอะไรคือการรายงานตามหน้าที่ และอะไรคือการสอดแนม”

ใบหน้าของนางกำนัลจ้าวแข็งค้าง

“พระชายา...”

“ข้อที่สาม”

หว่านหว่านพูดต่อราวกับไม่ได้ยิน

นิ้วที่สามถูกยกขึ้น

“หากมีปัญหา ให้พูดกับข้าตรงๆ”

ทุกคนชะงัก

“ข้าไม่ชอบคนเล่นละครลับหลัง ไม่ชอบการส่งข่าวลือ ไม่ชอบการยุยงให้คนอื่นกัดกัน และยิ่งไม่ชอบการสร้างปัญหาเล็กให้กลายเป็นเรื่องใหญ่”

หว่านหว่านเอนตัวพิงหมอนอีกครั้ง

“ชีวิตคนเราสั้นนัก มีเวลาว่างก็ควรกินของอร่อย นอนให้เต็มอิ่ม หรือหาเงินเพิ่ม ไม่ใช่เอาเวลามานั่งวางแผนกลั่นแกล้งกัน”

หลินเยว่หรูเผลอถาม “แล้วหากมีคนทำจริงเล่าเพคะ”

หว่านหว่านมองนาง

“ก็ต้องชดใช้”

“ชดใช้อย่างไร”

“ตามความเสียหาย”

“หากทำของในจวนพังก็จ่ายเงิน หากทำให้คนเจ็บก็จ่ายค่ารักษา หากทำให้กิจการเสียหายก็ชดใช้ตามมูลค่าจริง”

นางเว้นจังหวะก่อนยิ้มหวาน

“ข้าเป็นคนมีเหตุผล ไม่ยึดทรัพย์ใครมั่วๆ หรอก”

หญิงสาวทั้งสองเงียบกริบ

เหตุใดคำว่า “มีเหตุผล” จากปากพระชายาจึงฟังแล้วน่ากลัวเช่นนี้

หว่านหว่านยกถ้วยชาขึ้นอีกครั้ง

“สามข้อเท่านั้น จำง่ายกว่าหนึ่งร้อยสิบแปดข้อของพวกเจ้ามากใช่หรือไม่”

ไม่มีใครตอบ

“ถ้าไม่มีเรื่องอื่นก็แยกย้ายเถอะ ข้ายังไม่ได้กินมื้อเช้าให้เสร็จ”

นางกำนัลจ้าวกัดฟันเล็กน้อย

นางเข้ามาเพื่อกดพระชายาคนใหม่ให้รู้สถานะ แต่กลับถูกอีกฝ่ายใช้ถ้อยคำสุภาพปิดทางทุกด้าน

จะกล่าวหาว่าพระชายาลบหลู่ผู้ใหญ่ในวังก็ไม่ได้ เพราะอีกฝ่ายกล่าวคำซาบซึ้งในพระเมตตาตลอด

จะกล่าวหาว่าฝ่าฝืนธรรมเนียมก็ยาก เพราะพระชายาขอเพียงหลักฐานว่าข้อใดเป็นคำสั่งอย่างเป็นทางการ

แม้แต่กฎสามข้อที่เพิ่งประกาศออกมา หากฟังตามเนื้อหาก็ล้วนเป็นกฎรักษาความสงบของจวน ไม่มีข้อใดสามารถหยิบไปฟ้องร้องได้อย่างเต็มปาก

สิ่งที่น่าเจ็บใจที่สุดคือ ตั้งแต่ต้นจนจบเซี่ยหว่านหว่านแทบไม่ได้ขึ้นเสียงเลยสักครั้ง

นางกำนัลจ้าวจำต้องย่อตัวลง

“หม่อมฉันเข้าใจแล้วเพคะ”

“ดี” หว่านหว่านยิ้ม

“เช่นนั้นฝากท่านนางกำนัลช่วยสอนสองคุณหนูด้วย ข้าจะได้ไม่ต้องพูดซ้ำ”

สีหน้าของนางกำนัลจ้าวแทบควบคุมไม่อยู่ แต่สุดท้ายก็ทำได้เพียงรับคำ

“เพคะ”

หลังจากทั้งสามออกจากโถงไป หว่านหว่านถอนหายใจอย่างโล่งอก ก่อนหันไปหาสาวใช้

“อาหารเช้าของข้าอยู่ไหน”

สาวใช้กะพริบตาปริบๆ เมื่อครู่พระชายายังนั่งเจรจากับคนจากวังจนอีกฝ่ายแทบหาทางลงไม่ได้ แต่ตอนนี้กลับถามหาอาหารหน้าตาเฉย

“กำลังนำมาเพคะ”

“ดี ข้าหิวแล้ว”

หว่านหว่านหยิบขนมชิ้นเดิมขึ้นมา

“แล้วหลังอาหารห้ามใครรบกวน ข้าจะนอน”

“เพคะ”

“ถ้ามีเรื่องสำคัญเล่า”

“ปลุกได้”

“ถ้าไม่สำคัญ”

หว่านหว่านกัดขนมหนึ่งคำ

“รอให้ข้าตื่น”

สาวใช้หลุดยิ้ม ก่อนรีบก้มหน้ารับคำ

สิ่งที่หว่านหว่านไม่รู้ก็คือ บทสนทนาทั้งหมดเมื่อครู่มีคนอีกผู้หนึ่งได้ยินแทบทุกคำ

ด้านนอกโถง ใต้ชายคาที่มีเงาไม้บดบัง หลี่โม่นั่งอยู่บนรถเข็นอย่างเงียบเชียบ

องครักษ์คนสนิทยืนอยู่ด้านหลัง

เดิมทีฉินอ๋องเพียงต้องการมาดูด้วยตาตนเองว่า เมื่อคนจากฝ่ายในเข้ามากดดัน เซี่ยหว่านหว่านจะมีปฏิกิริยาเช่นไร

หากนางเป็นคนของสกุลเซี่ยจริง นี่อาจเป็นโอกาสที่นางจะแสดงพิรุธ

หากนางไม่มีความสามารถ นางอาจถูกคนเหล่านั้นกดจนควบคุมเรือนชั้นในไม่ได้

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับไม่ใช่ทั้งสองอย่าง

นางไม่ได้ใช้อำนาจข่มคนอย่างโง่เขลา

ไม่ได้ปะทะกับผู้ใหญ่ในวังตรงๆ

ไม่ได้ยอมให้คนอื่นก้าวเข้ามาควบคุมจวนง่ายๆ

นางเพียงจับคำพูดของอีกฝ่ายทีละประโยค แยกสิ่งที่เป็น “พระเมตตา” ออกจาก “คำสั่ง” แล้วใช้มารยาทของราชสำนักย้อนกลับไปปิดทางคนเหล่านั้นอย่างแนบเนียน

หลี่โม่มองผ่านช่องประตูเข้าไป

หญิงสาวที่เพิ่งจัดการคนสามคนโดยแทบไม่ต้องขึ้นเสียงกำลังนั่งกินขนมอย่างสบายใจ ราวกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย

“ท่านอ๋อง”

องครักษ์เอ่ยเสียงเบา

“จะให้คนของเราเข้าควบคุมสตรีทั้งสามหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel