บท
ตั้งค่า

5

“จับตาไว้”

หลี่โม่ตอบ

“ยังไม่ต้องแตะต้อง”

“พ่ะย่ะค่ะ”

“ดูว่าพวกนางติดต่อกับใครบ้าง”

องครักษ์รับคำ ก่อนถามต่อ “แล้วพระชายาเล่าพ่ะย่ะค่ะ”

หลี่โม่เงียบไปชั่วครู่

ดวงตาคมยังคงจับอยู่ที่เซี่ยหว่านหว่าน

เมื่อคืนเขาคิดว่านางอาจเป็นเพียงหมากที่สกุลเซี่ยโยนเข้ามา

วันนี้เขายังไม่ได้เปลี่ยนความคิดนั้น

เพียงแต่หมากตัวนี้ ดูเหมือนจะไม่ยอมเดินตามกระดานของผู้ใดง่ายๆ

“จับตานางเหมือนเดิม”

หลี่โม่เอ่ยเรียบ ๆ

“อย่าเพิ่งสรุปว่าเป็นพวกเดียวกับเรา”

“พ่ะย่ะค่ะ”

“แต่หากคนจากฝ่ายอื่นคิดจะใช้จวนของข้าเป็นที่เดินหมาก”

แววตาของฉินอ๋องเย็นลง

“ก็ปล่อยให้พระชายาจัดการก่อน”

องครักษ์ชะงักเล็กน้อย

“หากนางจัดการไม่ได้เล่าพ่ะย่ะค่ะ”

หลี่โม่เหลือบมองเข้าไปอีกครั้ง

หว่านหว่านกำลังสั่งสาวใช้เพิ่มขนมอีกหนึ่งจาน และย้ำเป็นครั้งที่สองว่าหลังอาหารห้ามผู้ใดรบกวนเวลานอน

เขานิ่งไปครู่หนึ่งก่อนตอบ

“ค่อยว่ากัน”

รถเข็นค่อยๆ เคลื่อนออกจากระเบียง

ส่วนหว่านหว่านไม่รู้เลยว่าการรับมือแขกสามคนในวันนี้ ทำให้สามีที่ยังระแวงนางอยู่เริ่มปรับการประเมินใหม่

ไม่ใช่ความไว้ใจ ไม่ใช่ความชื่นชม ยิ่งไม่ใช่ความรัก แต่หลี่โม่เริ่มแน่ใจแล้วอย่างหนึ่ง

พระชายาตัวแทนที่สกุลเซี่ยส่งเข้ามาในจวนของเขา ไม่ได้ไร้พิษสงอย่างที่ใครคิด

และนั่นยิ่งทำให้เขาต้องจับตานางให้ใกล้ชิดกว่าเดิม

ขณะที่เจ้าตัวกลับไม่สนใจเรื่องนั้นแม้แต่น้อย

เพราะหลังจากกินอาหารเช้าอิ่ม เซี่ยหว่านหว่านก็กลับเข้าห้อง ดึงผ้าห่มขึ้นคลุมตัว ก่อนหลับตาลงด้วยความพึงพอใจ

สำหรับนาง ชัยชนะที่ดีที่สุดไม่ใช่การทำให้ศัตรูคุกเข่า แต่คือจัดการปัญหาให้จบเร็วพอ...

จนยังเหลือเวลานอนกลางวันต่างหาก

รถม้าประดับตราจวนฉินอ๋องเคลื่อนผ่านถนนสายหลักของเมืองหลวง ก่อนมาหยุดนิ่งตรงหน้าประตูใหญ่ของจวนสกุลเซี่ย

ทันทีที่บ่าวเฝ้าประตูเห็นตราประจำจวนบนรถม้า สีหน้าก็เปลี่ยนไปในทันที

“จวนฉินอ๋องหรือ”

“เหตุใดจึงมาที่นี่แต่เช้า”

เสียงกระซิบกระซาบดังขึ้นไม่ขาดสาย กระทั่งม่านรถม้าถูกเปิดออก และร่างของเซี่ยหว่านหว่านปรากฏขึ้น บรรดาบ่าวรับใช้ที่เคยเห็นนางมาตั้งแต่เด็กต่างพากันตกตะลึง

คุณหนูรองที่พวกเขาเคยมองข้ามกลับมาแล้ว แต่การกลับมาครั้งนี้ไม่เหมือนเมื่อก่อน

หว่านหว่านอยู่ในชุดสีเรียบแต่เนื้อผ้าชั้นดี เครื่องประดับบนศีรษะมีไม่มาก ทว่าทุกชิ้นล้วนเหมาะสมกับฐานะพระชายา

ด้านหลังนางยังมีสาวใช้และองครักษ์จากจวนฉินอ๋องติดตามมาด้วย

เพียงตราประจำจวนบนรถม้าก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ไม่มีใครกล้าปิดประตูใส่หน้า

หว่านหว่านเงยหน้ามองป้ายจวนสกุลเซี่ยครู่หนึ่ง

ความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมผุดขึ้นมาเป็นระยะ

สถานที่แห่งนี้คือบ้านที่เซี่ยหว่านหว่านคนเดิมอาศัยมาตั้งแต่เกิด แต่กลับแทบไม่เคยได้รับความรู้สึกว่าตนเองเป็นคนในครอบครัว

หลังมารดาเสียชีวิต ชีวิตของนางก็ยิ่งไร้ที่พึ่ง แม้กระทั่งสินเดิมที่มารดาควรทิ้งไว้ให้นาง ยังถูกคนในตระกูลค่อยๆ ยึดไปใช้จนแทบไม่เหลือ

และสุดท้าย พวกเขายังส่งนางไปแต่งงานแทนบุตรสาวที่รัก พร้อมใช้ชีวิตของนางเป็นเครื่องมือ

หว่านหว่านถอนหายใจเบาๆ

“ยุ่งยากจริง”

เสี่ยวชิง สาวใช้ข้างกายของนางได้ยินก็ถาม “พระชายาว่าอะไรนะเพคะ”

“ไม่มีอะไร”

นางก้าวลงจากรถม้า

“รีบจัดการให้เสร็จเถอะ ข้ายังอยากกลับไปนอนกลางวัน”

สาวใช้เงียบไปชั่วขณะ ก่อนรีบเดินตาม

ข่าวการมาถึงของพระชายาฉินอ๋องถูกส่งเข้าไปภายในอย่างรวดเร็ว

ไม่นานนัก หว่านหว่านก็ถูกเชิญเข้าสู่โถงใหญ่ของสกุลเซี่ย

คนที่นั่งอยู่ด้านในมีทั้งเซี่ยฮูหยินใหญ่ ญาติผู้ใหญ่สองสามคน รวมถึงผู้ดูแลบัญชีของตระกูล

ส่วนบิดาของเจ้าของร่างกลับไม่ปรากฏตัว

หว่านหว่านไม่แปลกใจ คนที่ยอมปล่อยให้บุตรสาวคนหนึ่งถูกส่งไปแทนอีกคน ย่อมไม่ใช่บิดาประเภทที่จะรีบออกมาปกป้องนางอยู่แล้ว

ทันทีที่นางก้าวเข้ามา เซี่ยฮูหยินใหญ่ก็เอ่ยขึ้นอย่างไม่พอใจ

“เซี่ยหว่านหว่าน เจ้าเพิ่งแต่งออกไปได้ไม่กี่วัน เหตุใดจึงรีบกลับมาสร้างเรื่องถึงบ้านเดิม”

หว่านหว่านหยุดเดิน

นางมองอีกฝ่ายอยู่ครู่หนึ่ง

“ฮูหยินใหญ่” คำเรียกที่ห่างเหินทำให้ใบหน้าของอีกฝ่ายแข็งขึ้นทันที

เมื่อก่อนเซี่ยหว่านหว่านยังต้องเรียกนางว่า “ท่านแม่ใหญ่” ตามธรรมเนียม

แต่วันนี้กลับเหลือเพียงคำว่า “ฮูหยินใหญ่”

“เจ้าแต่งออกไปแล้วก็คิดว่าปีกกล้าขาแข็งหรือ”

หว่านหว่านไม่ได้ตอบคำถามนั้น

นางเพียงหันไปหาสาวใช้

“เมื่อครู่ข้าเข้ามา นางทำความเคารพข้าหรือยัง”

เซี่ยฮูหยินใหญ่ชะงัก คนทั้งโถงเงียบลง

หว่านหว่านไม่ได้ขึ้นเสียง นางเพียงพูดต่ออย่างสบายๆ

“หากวันนี้ข้ากลับมาในฐานะเซี่ยหว่านหว่าน บุตรสาวของสกุลเซี่ย ย่อมต้องคารวะผู้อาวุโส แต่วันนี้ข้ามาด้วยรถม้าจวนฉินอ๋อง มีคนของจวนฉินอ๋องติดตาม และขณะนี้ข้ามีฐานะเป็นพระชายาฉินอ๋อง” นางยิ้มบาง

“หากฮูหยินใหญ่ไม่รู้ว่าควรปฏิบัติตามธรรมเนียมอย่างไร ข้าสามารถให้คนกลับไปเชิญท่านนางกำนัลจ้าวมาช่วยสอนได้ นางเพิ่งนำกฎมาให้ข้าถึงหนึ่งร้อยสิบแปดข้อ คงมีสักข้อที่ใช้ได้กับเรื่องนี้”

ใบหน้าของเซี่ยฮูหยินใหญ่เปลี่ยนสีทันที

ญาติผู้ใหญ่ที่นั่งอยู่ข้างๆ รีบส่งสายตาเตือน

ต่อให้ไม่พอใจเพียงใด ฐานะก็ยังเป็นฐานะ

สุดท้ายเซี่ยฮูหยินใหญ่จึงจำต้องลุกขึ้นทำความเคารพอย่างฝืนใจ

“คารวะพระชายาเพคะ”

“ไม่ต้องมากพิธี”

หว่านหว่านตอบอย่างอารมณ์ดี

จากนั้นจึงเดินไปนั่งยังตำแหน่งรับรอง

“นั่งเถอะ ข้ามาวันนี้ไม่ได้ตั้งใจจะทะเลาะ” คำพูดนั้นกลับทำให้คนสกุลเซี่ยยิ่งระแวง เพราะสีหน้าของนางดูสงบเกินไป

เซี่ยฮูหยินใหญ่กลับไปนั่ง ก่อนถามเสียงแข็ง “แล้วพระชายามีธุระอันใด”

“มาทวงของ”

“ของอะไร”

หว่านหว่านหันไปพยักหน้าให้สาวใช้

ทันใดนั้น หีบไม้ใบหนึ่งก็ถูกนำเข้ามาวางบนโต๊ะ

หว่านหว่านเปิดฝาหีบ หยิบสมุดบัญชีเก่าและเอกสารหลายแผ่นออกมาวางเรียง

“สินเดิมของมารดาข้า” เพียงประโยคเดียว บรรยากาศในโถงก็เปลี่ยนไป

เซี่ยฮูหยินใหญ่เหลือบมองผู้ดูแลบัญชีโดยไม่รู้ตัว

หว่านหว่านเห็นท่าทางนั้นชัดเจน

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel