3
ขอให้วันพรุ่งนี้มีเวลานอนมากกว่าวันนี้สักหน่อยก็ยังดี
แสงแดดยามสายสาดผ่านชายคาจวนฉินอ๋อง ทอดเงากิ่งไม้ลงบนพื้นหินเป็นริ้วบางๆ
หากมองเพียงภายนอก ทุกอย่างดูสงบร่มรื่นสมกับเป็นจวนของเชื้อพระวงศ์ ทว่าหลังจากพิธีอภิเษกผ่านพ้นไปเพียงคืนเดียว คนจากหลายฝ่ายก็เริ่มเคลื่อนไหวเร็วกว่าที่เซี่ยหว่านหว่านคาดไว้เสียอีก
เมื่อคืนเพิ่งแต่งงาน
เช้าวันนี้คนก็มาถึงหน้าประตูแล้ว
“ขยันกันเสียจริง”
หว่านหว่านพึมพำพลางคีบขนมเข้าปาก ก่อนยกถ้วยชาขึ้นจิบอย่างสบายอารมณ์
สาวใช้ที่ยืนอยู่ข้างตั่งเหลือบมองพระชายาคนใหม่อย่างลังเล
“พระชายาเพคะ คนที่มาวันนี้ เกรงว่าจะปฏิเสธไม่ง่ายนักเพคะ”
“ข้ารู้”
“แล้วพระชายาไม่กังวลหรือเพคะ”
หว่านหว่านวางถ้วยชา
“กังวลแล้วพวกนางจะกลับไปหรือ”
สาวใช้ส่ายหน้า
“เช่นนั้นจะกังวลให้เหนื่อยทำไม” คำตอบง่ายเสียจนสาวใช้พูดไม่ออก
หว่านหว่านเอนหลังพิงหมอนนุ่มอย่างเกียจคร้าน ก่อนเหลือบตามองไปยังประตูโถงรับรอง
คนที่ถูกส่งมาในวันนี้มีทั้งหมดสามคน
คนแรกคือนางกำนัลอาวุโสแซ่จ้าว ผู้เคยรับใช้อยู่ในวังมานานและมีสายสัมพันธ์กับคนในตำหนักฝ่ายใน ส่วนอีกสองคนเป็นสตรีจากตระกูลขุนนางที่มีความเกี่ยวดองห่างๆ กับเชื้อพระวงศ์ อ้างว่าได้รับความเมตตาจากผู้ใหญ่ในวังให้เข้ามาอยู่เป็นเพื่อนพระชายาในช่วงแรก เพื่อช่วยแนะนำธรรมเนียมและดูแลความเรียบร้อย
ฟังเผินๆ เหมือนความหวังดี แต่หว่านหว่านไม่เชื่อแม้แต่ครึ่งคำ
นางเพิ่งเข้าจวนฉินอ๋องเมื่อคืน เช้าวันนี้คนเหล่านี้ก็มาถึงพร้อมกัน หากบอกว่าไม่มีผู้ใดต้องการจับตาดูความเคลื่อนไหวในจวน นางยอมเชื่อว่าหมูปีนต้นไม้ได้เสียยังดีกว่า
“เชิญเข้ามาเถอะ”
ไม่นานนัก สตรีทั้งสามก็เดินเข้ามาในโถง
นางกำนัลอาวุโสจ้าวเดินนำหน้า สีหน้าสงบนิ่ง แต่แววตาที่กวาดมองรอบเรือนกลับละเอียดเกินกว่าคนที่มาเพียงเพื่อสอนธรรมเนียม
ส่วนสตรีสาวอีกสองคนเดินตามหลัง แม้จะก้มหน้าเล็กน้อยตามมารยาท ทว่าท่าทางกลับไม่ได้แสดงความเคารพต่อพระชายาคนใหม่เท่าที่ควร
หว่านหว่านเห็นทุกอย่าง แต่ยังไม่พูดอะไร
“คารวะพระชายาเพคะ”
ทั้งสามย่อตัวลง
“ลุกเถอะ”
หว่านหว่านตอบพลางหยิบขนมอีกชิ้น
นางกำนัลจ้าวชำเลืองมองขนมในมือนาง ก่อนเอ่ยขึ้น “พระชายาเพิ่งอภิเษกเข้าราชสกุล อาจยังไม่คุ้นเคยกับธรรมเนียมของเชื้อพระวงศ์ ผู้ใหญ่ในวังทรงเป็นห่วง จึงมีพระเมตตาให้หม่อมฉันเข้ามาช่วยแนะนำเรื่องกิริยามารยาท การจัดการเรือน และระเบียบต่างๆ เพคะ”
หว่านหว่านพยักหน้า
“อ้อ”
นางกำนัลจ้าวชะงัก
นางรออยู่ครู่หนึ่ง แต่พระชายาตรงหน้าก็ไม่มีทีท่าว่าจะถามต่อ
สุดท้ายจึงต้องพูดเอง
“หม่อมฉันเตรียมระเบียบสำหรับพระชายาไว้แล้ว ทั้งเรื่องเวลาตื่น เวลาบรรทม การแต่งกาย การรับแขก การเสวยอาหาร การดูแลบ่าวไพร่ รวมถึงกิริยาที่เหมาะสมต่อหน้าพระพักตร์ มีทั้งหมดหนึ่งร้อยสิบแปดข้อเพคะ”
มือของหว่านหว่านที่กำลังจะหยิบขนมชะงัก
“เท่าไรนะ”
“หนึ่งร้อยสิบแปดข้อเพคะ”
หว่านหว่านค่อยๆ วางขนมกลับลงจาน
สีหน้าจริงจังขึ้นทันที
ไม่ใช่เพราะหวาดกลัว
แต่เพราะจำนวนกฎเหล่านั้นฟังแล้วเหนื่อย
“ต้องท่องทั้งหมดหรือ”
“ย่อมต้องจดจำให้ขึ้นใจเพคะ”
“ทุกวันหรือ”
“เพคะ”
“ต้องตื่นยามเหม่าเพื่อฝึกด้วยหรือไม่”
“แน่นอนเพคะ พระชายาเป็นสตรีแห่งราชสกุล ย่อมไม่ควรตื่นสาย...”
“ไม่ได้”
หว่านหว่านตอบทันที
อีกฝ่ายนิ่งไป
“พระชายาว่าอะไรนะเพคะ”
“ข้าบอกว่าไม่ได้”
นางกำนัลจ้าวขมวดคิ้ว “พระชายาเพคะ นี่เป็นธรรมเนียมที่สตรีในราชสกุลควร”
“ท่านนางกำนัลจ้าว”
หว่านหว่านเอ่ยแทรกอย่างสุภาพ น้ำเสียงไม่ได้ดังขึ้นแม้แต่น้อย ทว่ากลับทำให้อีกฝ่ายหยุดพูดโดยไม่รู้ตัว
“ข้าขอถามสักเรื่อง”
“เชิญพระชายาตรัสเพคะ”
“กฎหนึ่งร้อยสิบแปดข้อนี้เป็นพระราชเสาวนีย์โดยตรงหรือไม่”
นางกำนัลจ้าวชะงัก
“เป็นธรรมเนียมที่ปฏิบัติกันมาเพคะ”
“มีตราประทับจากสำนักฝ่ายในหรือไม่”
“เรื่องเช่นนี้ไม่จำเป็นต้อง”
“มีหนังสือส่งตัวเจ้าทั้งสามเข้ามาประจำจวนฉินอ๋องอย่างเป็นทางการหรือไม่”
คราวนี้อีกฝ่ายเงียบไปชัดเจน
หว่านหว่านยิ้ม
“ถ้ามี ข้าจะอ่านทุกตัวอักษรและปฏิบัติตามส่วนที่สมควร แต่หากไม่มี กฎที่พวกเจ้าถือมา ย่อมเป็นเพียงคำแนะนำ มิใช่คำสั่ง”
สีหน้าของนางกำนัลจ้าวเปลี่ยนไปเล็กน้อย
“พระชายากำลังสงสัยพระเมตตาของผู้ใหญ่ในวังหรือเพคะ”
“เหตุใดต้องสงสัย”
หว่านหว่านยกถ้วยชาขึ้นจิบอย่างไม่รีบร้อน
“ข้าซาบซึ้งต่อพระเมตตาเสียด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นยิ่งต้องระวังไม่ให้ผู้ใดอาศัยพระนามของผู้สูงศักดิ์มาทำเรื่องเกินขอบเขต หากวันหนึ่งเกิดความผิดพลาดขึ้น คนที่เสียพระเกียรติจะมิใช่ข้าคนเดียว” คำพูดนั้นทำให้นางกำนัลจ้าวปิดปากทันที
หว่านหว่านไม่ได้ปฏิเสธผู้ที่อยู่เหนือกว่า
ตรงกันข้าม นางใช้คำว่า “รักษาพระเกียรติ” ปิดทางอีกฝ่ายเสียสนิท
หากยังยืนยันบังคับต่อ เท่ากับยอมรับเองว่ากำลังอาศัยชื่อผู้สูงศักดิ์เข้ามาก้าวก่ายจวนอ๋องโดยไม่มีคำสั่งอย่างเป็นทางการ
สตรีสาวคนหนึ่งที่ยืนอยู่ด้านหลังรีบแทรกขึ้น “แต่พวกเราก็มาด้วยความหวังดีนะเพคะ หากพระชายาไม่คุ้นกับธรรมเนียมแล้วทำเรื่องผิดพลาด คนที่เสียพระพักตร์ย่อมเป็นท่านอ๋องด้วย”
หว่านหว่านหันไปมอง
“เจ้าชื่ออะไร”
หญิงสาวชะงัก ก่อนตอบ “หลินเยว่หรูเพคะ”
“คุณหนูหลิน”
“เพคะ”
“เจ้าพูดถูก”
หลินเยว่หรูยกยิ้มขึ้นทันที
ทว่าประโยคต่อมากลับทำให้รอยยิ้มนั้นแข็งค้าง
“เพราะฉะนั้นเรื่องใดที่ข้าไม่รู้ ข้าจะถามคนของจวนฉินอ๋องเอง ส่วนเรื่องใดเกี่ยวข้องกับราชสำนัก ข้าจะให้คนไปสอบถามผู้รับผิดชอบโดยตรง เช่นนี้ย่อมไม่มีโอกาสผิดพลาดเพราะฟังคำบอกต่อ”
หว่านหว่านหันกลับมามองทั้งสามคน
“พวกเจ้าว่าจริงหรือไม่”
ไม่มีใครตอบ
หว่านหว่านยิ้มบาง
ดี ไม่ต้องเถียงกันให้เปลืองน้ำลาย
นางเกลียดการประชุมที่หาข้อสรุปไม่ได้ที่สุด
“ในเมื่อทุกคนมาถึงแล้ว ข้าก็ไม่คิดไล่กลับให้เสียมารยาท พวกเจ้าจะพักอยู่ที่นี่ชั่วคราวก็ได้”
นางกำนัลจ้าวมีสีหน้าดีขึ้นเล็กน้อย
