บท
ตั้งค่า

2

แววตาของชายหนุ่มเย็นลงทันที

“เจ้ากำลังต่อรองกับเปิ่นหวางหรือ”

“หม่อมฉันกำลังรักษาชีวิตตัวเองเพคะ”

“เจ้าคิดว่าเปิ่นหวางไม่กล้าฆ่าเจ้า”

หลี่โม่หมุนล้อรถเข็นเข้ามาใกล้ หว่านหว่านยังยืนอยู่ที่เดิม จนเมื่อเขาหยุดตรงหน้า มือใหญ่ก็ยกขึ้นจับปลายคางของนาง บังคับให้เงยหน้าขึ้นสบตา

แรงบีบไม่ถึงกับรุนแรง แต่เพียงพอให้รู้ว่าเขาไม่ได้กำลังหยอกล้อ

“เจ้าสาวถูกสับเปลี่ยน สกุลเซี่ยมีเจตนาไม่ชัดเจน และเจ้าก็ปิดบังความจริงกับเปิ่นหวาง” หลี่โม่เอ่ยช้าๆ “เพียงเท่านี้ก็เพียงพอให้เปิ่นหวางสั่งขังเจ้าไว้จนกว่าจะสอบสวนเสร็จแล้ว”

หว่านหว่านนิ่วหน้าเล็กน้อย นางไม่ชอบเจ็บ ยิ่งไม่ชอบเสียแรง

ดังนั้นทางเลือกที่ดีที่สุดคือทำให้บุรุษตรงหน้าเห็นว่าการเก็บนางเอาไว้มีประโยชน์กว่าการกำจัด

“ท่านอ๋องเพคะ”

“พูด”

“หากคืนนี้หม่อมฉันตายหรือถูกจับขังทันที ข่าวที่ออกไปข้างนอกจะเป็นอย่างไรเพคะ”

หลี่โม่ไม่ตอบ หว่านหว่านจึงพูดต่อ “สกุลเซี่ยย่อมอ้างได้ว่าพวกเขาส่งบุตรสาวมาอภิเษกตามพระราชโองการ แต่ฉินอ๋องกลับทำร้ายนางตั้งแต่คืนแรก ต่อให้ภายหลังท่านพิสูจน์ได้ว่ามีการสับเปลี่ยนตัวเจ้าสาว ข่าวลือก็แพร่ไปแล้ว ฝ่ายที่กำลังจับตาท่านย่อมไม่ปล่อยโอกาสนี้ไปง่ายๆ”

มือที่จับคางนางคลายลงเล็กน้อย หว่านหว่านสังเกตเห็นจึงพูดต่อทันที

“อีกอย่าง หากสกุลเซี่ยส่งหม่อมฉันมาเพราะมีจุดประสงค์บางอย่าง การกำจัดหม่อมฉันทิ้งตั้งแต่ยังไม่รู้จุดประสงค์นั้น เท่ากับท่านอ๋องตัดเบาะแสของตนเอง”

หลี่โม่ปล่อยมือ หว่านหว่านรีบขยับคางเบาๆ พลางคิดในใจว่าบุรุษผู้นี้มือหนักใช้ได้

“เจ้าจึงคิดว่าเปิ่นหวางควรเก็บเจ้าไว้”

“อย่างน้อยก็จนกว่าท่านจะรู้ว่าหม่อมฉันมีประโยชน์หรือเป็นภัยเพคะ”

“แล้วเจ้าจะได้อะไร”

ในที่สุดก็มาถึงคำถามที่นางรออยู่

หว่านหว่านยิ้มบาง

“ชีวิตสงบๆ เพคะ”

หลี่โม่มองนางเหมือนกำลังฟังเรื่องประหลาด

“แค่นั้น”

“มีอาหารสามมื้อ มีที่ให้นอน มีเงินให้ใช้ตามสมควร และไม่ต้องมีใครมาหาเรื่องทุกวัน หากเพิ่มขนมยามบ่ายได้ด้วยก็ยิ่งดีเพคะ”

หลี่โม่เงียบไป เขาเคยเห็นสตรีอยากได้ตำแหน่ง

เคยเห็นคนอยากได้อำนาจ เคยเห็นขุนนางพร้อมเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อผลประโยชน์ แต่สตรีผู้นี้เพิ่งแต่งเข้าจวนอ๋อง กลับต่อรองเรื่องชีวิตสงบ อาหารสามมื้อ ที่นอน และขนมยามบ่าย

ไม่รู้ว่านางประหลาดจริง หรือกำลังแสดงละครได้แนบเนียนอย่างยิ่ง

“หม่อมฉันเสนอเช่นนี้ดีกว่าเพคะ”

หว่านหว่านยกนิ้วขึ้นหนึ่งนิ้วอย่างเป็นธรรมชาติ ก่อนนึกขึ้นได้ว่าท่าทางเช่นนี้อาจไม่เหมาะนักจึงลดมือลง

“ในเมื่อเราต่างไม่ไว้ใจกัน ก็ไม่จำเป็นต้องฝืนทำเหมือนสามีภรรยาที่รักใคร่กันต่อหน้าคนในจวน ต่างคนต่างอยู่ ท่านจับตาหม่อมฉันได้ตามที่ต้องการ ส่วนหม่อมฉันก็จะไม่ยุ่งเรื่องของท่านโดยไม่จำเป็น”

“เจ้ากำลังเสนอข้อตกลงกับเปิ่นหวาง”

“เรียกว่าพันธมิตรชั่วคราวก็ได้เพคะ ฟังดูดีกว่า”

“เปิ่นหวางยังไม่เห็นว่าเจ้ามีสิ่งใดคู่ควรจะเป็นพันธมิตร”

หว่านหว่านไม่ได้โกรธ กลับพยักหน้าเห็นด้วย

“ถูกต้องเพคะ เพราะฉะนั้นท่านอ๋องก็ทรงจับตาดูไปก่อน หากวันใดหม่อมฉันไม่มีประโยชน์ ค่อยว่ากันอีกที”

หลี่โม่จ้องนางอยู่เนิ่นนาน

“แล้วถ้าเปิ่นหวางพบว่าเจ้าเป็นสายลับ”

หว่านหว่านชะงักเพียงเสี้ยววินาที

นางยิ้มจางๆ “ถ้าถึงวันนั้น ท่านอ๋องค่อยตัดสินจากสิ่งที่หม่อมฉันทำจริงๆ ก็ยังไม่สายเพคะ” คำตอบไม่ใช่การปฏิเสธ

และนั่นยิ่งทำให้หลี่โม่ระแวง

ทว่าในอีกมุมหนึ่ง มันกลับน่าสนใจกว่าคำปฏิเสธอย่างไร้เดียงสาเสียอีก

เขาหมุนรถเข็นถอยออกเล็กน้อย

“คืนนี้เจ้านอนที่นี่”

หว่านหว่านกะพริบตา “แล้วท่านอ๋องเล่าเพคะ”

“เรื่องของเปิ่นหวาง”

“ถ้าเช่นนั้นราตรีสวัสดิ์เพคะ”

หลี่โม่หันกลับมามองทันที

“เจ้าจะนอนจริงๆ หรือ”

“ดึกแล้วนี่เพคะ”

หว่านหว่านตอบอย่างเป็นธรรมชาติ ก่อนจะเหลือบมองโต๊ะที่เต็มไปด้วยของมงคลแล้วเสริม “หากท่านอ๋องไม่ทรงถือสา หม่อมฉันขอกินขนมบนโต๊ะก่อนนอนได้หรือไม่เพคะ ตั้งแต่เช้ายังแทบไม่ได้กินอะไรเลย”

คราวนี้หลี่โม่เงียบไปนานกว่าเดิม

สุดท้ายเขาไม่ได้ตอบ เพียงหมุนรถเข็นออกจากห้อง

ก่อนประตูจะปิด หว่านหว่านยังได้ยินเสียงเย็นๆ ดังกลับมา

“อย่าเพิ่งตายเสียก่อนล่ะ คุณหนูรองเซี่ย”

หว่านหว่านมองตามประตูที่ปิดลง ก่อนถอนหายใจยาว

“ข้าก็ยังไม่อยากตายเหมือนกันเจ้าค่ะท่านอ๋อง ยังหาเงินได้ไม่มากพอเลย”

เมื่อแน่ใจว่าไม่มีใครอยู่ในห้อง นางจึงค่อยๆ ยกมือแตะบริเวณหน้าท้องอีกครั้ง

รอยยิ้มขี้เล่นเมื่อครู่จางหายไป สิ่งที่น่ากังวลที่สุดในเวลานี้ไม่ใช่ฉินอ๋อง แต่คือพิษในร่างของนาง

สกุลเซี่ยบอกว่านางต้องได้รับยาถอนพิษเป็นระยะ แต่คำพูดของคนพวกนั้นเชื่อได้มากน้อยเพียงใด นางไม่รู้

หากต้องพึ่งยาจากพวกมันไปตลอดชีวิต นางก็ไม่มีวันเป็นอิสระ

“เรื่องนี้ต้องหาทางแก้”

หว่านหว่านพึมพำ ก่อนมองขนมมงคลบนโต๊ะ

แล้วจึงเดินไปหยิบขึ้นมาหนึ่งชิ้น

“แต่คืนนี้กินก่อน พรุ่งนี้ค่อยคิด”

ในเวลาเดียวกัน อีกด้านหนึ่งของเรือน หลี่โม่หยุดรถเข็นใต้ชายคามืดสลัว

องครักษ์คนสนิทก้าวออกมาจากเงามืดแล้วค้อมกาย

“ท่านอ๋อง”

“จับตาดูนาง”

น้ำเสียงของหลี่โม่เย็นชา ไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย

“ทุกคนที่นางพบ จดหมายทุกฉบับที่ส่งออกจากจวน ของทุกชิ้นที่ส่งเข้ามาถึงมือนาง ข้าต้องรู้ทั้งหมด”

“พ่ะย่ะค่ะ”

“และสืบเรื่องสกุลเซี่ยให้ละเอียด โดยเฉพาะสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนเกี้ยวเจ้าสาวออกจากจวน”

องครักษ์รับคำ ก่อนหายกลับเข้าไปในเงามืด

หลี่โม่เหลือบมองไปยังหน้าต่างห้องหอที่ยังมีแสงเทียนส่องอยู่

เซี่ยหว่านหว่าน

สตรีที่ถูกส่งมาแทนเจ้าสาวตัวจริง

นางพูดความจริงเพียงใด และซ่อนอะไรเอาไว้อีกบ้าง เขายังไม่อาจตัดสิน

แต่ไม่เป็นไร

ในเมื่อสกุลเซี่ยส่งหมากตัวนี้เข้ามาในจวนของเขา เขาก็จะเก็บนางเอาไว้ตรงหน้า แล้วดูให้ชัดว่าผู้ที่อยู่เบื้องหลังต้องการสิ่งใดกันแน่

ส่วนภายในห้องหอ หมากที่เขากำลังระแวงอย่างหนักกลับนั่งกินขนมมงคลไปแล้วสองชิ้น ก่อนเอนตัวลงบนเตียงอย่างสบายใจ

คืนนี้ไม่มีใครไว้ใจใคร

คนหนึ่งซ่อนความจริงเรื่องพิษและยอมเล่นบทเจ้าสาวตัวแทนเพื่อรักษาชีวิต

อีกคนรู้ตั้งแต่แรกว่ามีการสับเปลี่ยนเจ้าสาว และจงใจปล่อยหมากของศัตรูเข้ามาเพื่อดูแผนการเบื้องหลัง

วิวาห์ที่ควรเป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตคู่ จึงกลับกลายเป็นกระดานหมากที่ต่างฝ่ายต่างสวมหน้ากากและหยั่งเชิงกันตั้งแต่คืนแรก

และสำหรับเซี่ยหว่านหว่าน สิ่งที่นางต้องการมีเพียงสามอย่าง

เอาชีวิตรอด หาทางถอนพิษ และหากเป็นไปได้...

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel