5
ดวงตาของหลงจิ่งเฉินพลันคมกริบ
พิษเช่นนั้นหรือ เขาจ้องนางนิ่ง
เมื่อครู่นี้เขาได้ยินไม่ผิดแน่
มู่หว่านหว่านรู้ว่าชามีพิษ
แต่เหตุใดนางจึงไม่พูดออกมา
“ตอนเจ้าหมดสติ ก่อนหน้านั้นกินสิ่งใด”
คำถามทำให้หัวใจของมู่หว่านหว่านกระตุก
นางมองเขาอย่างระแวดระวัง
ถามทำไม
หรือเขารู้อะไร
หลงจิ่งเฉินยิ่งแน่ใจว่ามีเรื่องผิดปกติ
มู่หว่านหว่านตอบอย่างระมัดระวัง “ก็เป็นอาหารตามปกติเพคะ หม่อมฉันจำรายละเอียดไม่ค่อยได้”
ยังบอกไม่ได้ ข้ายังไม่รู้เลยว่าใครเป็นพวกใครในจวนนี้
หลงจิ่งเฉินไม่ได้ซักต่อ
นางไม่ไว้ใจเขา
เรื่องนั้นเขาเข้าใจได้
เพราะหากมองจากฐานะของนาง เขาก็เป็นเพียงสามีที่ทอดทิ้งนางไว้ในเรือนท้ายจวนมาตลอด
“พักผ่อนเสีย”
“เพคะ”
หลงจิ่งเฉินหมุนตัวเดินออกไป
มู่หว่านหว่านมองตามแผ่นหลังสูงสง่า ก่อนถอนหายใจอย่างโล่งอก
ไปเสียที
ฝีเท้าของหลงจิ่งเฉินหยุดไปชั่วขณะ
นึกว่าจะยืนจ้องกันจนค่ำ
เขากำมือเบา ๆ เสี่ยวหลินที่เดินตามหลังเกือบชนผู้เป็นนาย
“ท่านอ๋อง”
หลงจิ่งเฉินไม่ตอบ ก่อนเดินต่อไป
แต่ยังไม่ทันพ้นระยะ เสียงหนึ่งก็ดังตามมาอีก
แต่ถ้าไม่ทำหน้าเย็นชาแบบนั้นก็คงหล่อกว่านี้อีกนิด
หลงจิ่งเฉินหยุดอีกครั้ง
ครั้งนี้มุมปากของเขายกขึ้นจริง ๆ
เพียงเล็กน้อยจนแทบสังเกตไม่เห็น
เสี่ยวหลินกลับเห็นเต็มสองตา
หัวหน้าองครักษ์นิ่งงัน
เมื่อเดินห่างออกมาจากเรือนท้ายจวนแล้ว เขาจึงอดถามไม่ได้
“ท่านอ๋อง พระองค์ทรงอารมณ์ดีหรือพ่ะย่ะค่ะ”
รอยยิ้มบนใบหน้าหลงจิ่งเฉินหายไปในพริบตา
“เจ้าเห็นข้าอารมณ์ดีตรงไหน”
“กระหม่อมตาฝาดเองพ่ะย่ะค่ะ”
เสี่ยวหลินตอบทันที
หลงจิ่งเฉินเดินต่อไปเงียบ ๆ
เมื่อระยะห่างจากเรือนท้ายจวนเพิ่มขึ้น เสียงความคิดของมู่หว่านหว่านก็ค่อย ๆ จางหายไป จนสุดท้ายเหลือเพียงความเงียบ
แต่แปลกนัก เป็นครั้งแรกที่เขากลับรู้สึกว่าความเงียบซึ่งตนเคยปรารถนามาตลอดนั้นน่าเบื่อขึ้นมาเล็กน้อย
“เสี่ยวหลิน”
“พ่ะย่ะค่ะ”
“ตรวจสอบทุกอย่างที่พระชายารองกินก่อนหมดสติ รวมถึงคนที่นำอาหารและน้ำเข้าไปในเรือน”
เสี่ยวหลินเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย
“พระองค์ทรงสงสัยว่ามีผู้ลงมือกับพระชายารองหรือพ่ะย่ะค่ะ”
“ยังไม่มีหลักฐาน”
หลงจิ่งเฉินตอบเสียงเรียบ
“ตรวจดูก่อน”
“รับบัญชาพ่ะย่ะค่ะ”
หลงจิ่งเฉินเหลือบมองกลับไปยังเรือนท้ายจวนอีกครั้ง
ภาพสตรีที่ภายนอกดูสงบเสงี่ยม แต่ภายในกลับเต็มไปด้วยเสียงบ่นแปลกประหลาดผุดขึ้นมาในความคิด
เขาได้ยินเสียงในใจของผู้คนมานับไม่ถ้วน
เสียงประจบ
เสียงโกหก
เสียงโลภ
เสียงเกลียดชัง
เสียงหวาดกลัว
แต่ไม่เคยมีเสียงของผู้ใดทำให้เขารู้สึกเช่นนี้มาก่อน
เสียงของมู่หว่านหว่านไม่ได้ไพเราะ
ตรงกันข้าม นางบ่นเขาแทบทุกประโยค
บางคำเขายังไม่เข้าใจด้วยซ้ำ
พระเอกซีรีส์คืออะไร
บอสคือผู้ใด
แต่ประหลาดตรงที่เสียงเหล่านั้นกลับไม่มีสิ่งใดซ่อนเร้นอยู่เบื้องหลัง
นางคิดอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น
ตรงไปตรงมาเสียจนเขารู้สึกขบขัน
และที่สำคัญที่สุด เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่การได้ยินความคิดของคนผู้หนึ่งไม่ได้ทำให้เขาอยากเดินหนี
ตรงกันข้าม เขากลับอยากรู้ว่า ครั้งต่อไปที่พบกัน สตรีผู้นี้จะบ่นอะไรเขาอีก
หลงจิ่งเฉินละสายตาจากเรือนท้ายจวนแล้วเดินจากไป
โดยยังไม่รู้ว่าความสนใจเพียงเล็กน้อยในวันนี้ จะทำให้เขากลับมายังเรือนที่ตนไม่เคยคิดจะเหยียบเข้ามาบ่อยครั้งขึ้นเรื่อย ๆ
ส่วนมู่หว่านหว่านก็ยังไม่รู้เช่นกันว่า ความลับในใจที่นางคิดว่าปลอดภัยที่สุดนั้น
สามีหน้าตายของนาง ได้ยินทุกคำ
คล้อยหลังร่างสูงสง่าของหลงจิ่งเฉินจากไป มู่หว่านหว่านที่รักษาท่าทีสงบนิ่งมาตลอดก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนยกมือขึ้นลูบอกที่ยังเต้นแรงไม่หาย
“ไปเสียที…” เสี่ยวชุนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ รีบหันมองซ้ายขวาด้วยความตกใจ
“คุณหนู เบาเสียงหน่อยเจ้าค่ะ หากมีใครได้ยินว่าท่านพูดถึงท่านอ๋องเช่นนี้…”
“ที่นี่มีแค่เจ้ากับข้า”
“กำแพงมีหู ประตูมีช่องนะเจ้าคะ”
มู่หว่านหว่านปรายตามองสาวใช้ตัวน้อย ก่อนพยักหน้าอย่างเห็นด้วย “เจ้าพูดถูก ต่อไปข้าจะระวัง”
แม้ปากจะรับคำ แต่ในใจกลับอดบ่นไม่ได้
ผู้ชายอะไร แค่ยืนเฉย ๆ ก็ทำบรรยากาศรอบตัวเย็นไปหมด อยู่ใกล้นานกว่านี้ข้าคงอายุสั้นก่อนจะหาตัวคนวางยาเจอ
เมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อครู่ มู่หว่านหว่านก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย
หลงจิ่งเฉินแตกต่างจากที่นางจินตนาการไว้
เขาเย็นชาก็จริง สีหน้าก็ดูน่ากลัวเสียจนบ่าวไพร่แทบไม่กล้าหายใจแรง แต่เมื่อรู้ว่านางหมดสติแล้วไม่มีหมอมาตรวจ เขากลับสั่งให้เสี่ยวหลินตรวจสอบเรื่องนี้ทันที
แสดงว่าอย่างน้อยเขาก็ไม่ได้ไร้เหตุผลเสียทีเดียว
แต่จะให้นางไว้ใจเขาตอนนี้ย่อมเป็นไปไม่ได้
ในจวนแห่งนี้นางยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าใครเป็นมิตร ใครเป็นศัตรู และใครคือคนที่ส่งถ้วยชามรณะมาให้เจ้าของร่างเดิม
สิ่งที่จำเป็นที่สุดในตอนนี้จึงไม่ใช่การหาคนพึ่งพา แต่เป็นการทำให้ตัวเองมีทางรอด
มู่หว่านหว่านเดินไปเปิดหีบเก็บของเล็ก ๆ ข้างเตียง ก่อนหยิบถุงเงินออกมาเทลงบนโต๊ะ
เหรียญจำนวนไม่มากกลิ้งกระทบพื้นไม้ดังกรุ๊งกริ๊ง
เสี่ยวชุนมองแล้วถอนหายใจ
“เหลือเท่านี้เองหรือ”
“เจ้าค่ะ”
“เงินรายเดือนของข้าเล่า”
เสี่ยวชุนเม้มปาก “สองเดือนนี้ยังไม่ได้เจ้าค่ะ”
“แล้วเจ้าไม่ไปทวงหรือ”
“ไปแล้วเจ้าค่ะ แต่ฝ่ายบัญชีบอกให้รอ”
“รอถึงเมื่อไร”
“ไม่ได้บอกเจ้าค่ะ”
มู่หว่านหว่านหัวเราะออกมาเบา ๆ
“ดีจริง ๆ”
เสี่ยวชุนกะพริบตา “ดีหรือเจ้าคะ”
“ประชด”
“อ้อ”
มู่หว่านหว่านกุมขมับ
หากนางยังใช้ชีวิตเช่นนี้ต่อไป ไม่ต้องรอให้คนร้ายลงมือซ้ำ แค่เงินหมดก็ลำบากแล้ว
อาหารที่ส่งมายังเรือนท้ายจวนแต่ละวันก็มีเพียงของพื้น ๆ บางมื้อแทบไม่พอสำหรับคนสองคน เสื้อผ้าและของใช้ส่วนใหญ่ล้วนเป็นของเก่า
พระชายารองในนาม ฟังดูสูงศักดิ์
แต่ชีวิตจริงกลับแทบไม่ต่างจากคนที่ถูกลืม
“ไม่ได้การ”
มู่หว่านหว่านรวบเหรียญกลับเข้าไปในถุง
“เราต้องหาเงิน”
เสี่ยวชุนตาโต “หาเงินหรือเจ้าคะ”
“ใช่”
“แต่คุณหนูเป็นพระชายารอง จะออกไปทำงานได้อย่างไร”
“ใครบอกว่าข้าจะออกไปทำงาน”
“แล้วจะหาเงินอย่างไรเจ้าคะ”
มู่หว่านหว่านยกมุมปากขึ้น ความรู้จากโลกเดิมของนางอาจใช้ไม่ได้ทั้งหมดในยุคนี้ แต่มีสิ่งหนึ่งที่ติดตัวมาและสามารถนำมาใช้ได้ทันที
นั่นคือความรู้เกี่ยวกับสมุนไพรและเครื่องหอม
ครอบครัวของนางในโลกเดิมทำผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร นางจึงเติบโตมากับกลิ่นของดอกไม้ เปลือกไม้ เครื่องเทศ และวัตถุดิบจากธรรมชาติหลากหลายชนิด
ตั้งแต่การคัดวัตถุดิบ การปรับกลิ่น ไปจนถึงการทำผลิตภัณฑ์เครื่องหอมแบบง่าย ๆ ล้วนเป็นสิ่งที่นางคุ้นเคย
หากโลกนี้มีวัตถุดิบใกล้เคียงกัน นางก็มีทางหาเงิน
“เสี่ยวชุน”
“เจ้าคะ”
“ห้องเก็บของหลังเรือนมีอะไรเหลืออยู่บ้าง”
สาวใช้ตัวน้อยเอียงคอคิด
“มีของเยอะอยู่นะเจ้าคะ แต่ส่วนใหญ่เป็นของที่คนอื่นไม่ใช้แล้ว มีเศษไม้หอม เปลือกส้มตากแห้ง ดอกไม้แห้งที่บ่าวเก็บไว้ แล้วก็สมุนไพรบางอย่างจากห้องครัวใหญ่”
“สมุนไพรอะไร”
“บ่าวจำชื่อได้ไม่หมดเจ้าค่ะ”
