บทที่ 1 ไว้อาลัย (4)
บทที่ 1 ไว้อาลัย (4)
“เธอคิดจะทำอะไร”
รสิกาถามเพื่อนสาวทันทีเมื่อพ้นบริเวณวัดไปแล้ว พิราอรหันมามองเพื่อนสาวนิดหนึ่งก่อนจะหันกลับไปมองที่ท้องถนนแล้วตอบเพื่อนอย่างไร้ความรู้สึก
“มีคนจ้างฉันฆ่าอนุภัทร ผู้ชายที่เป็นเจ้าภาพวันนี้ ซึ่งเป็นลูกชายคนเดียวของสองสามีภรรยาที่เสียชีวิตนั่น”
คำตอบของเพื่อนสาว กลับทำให้รสิกานั่งนิ่ง ไม่ใช่ว่าเธอไม่รู้ว่าเพื่อนสาวเป็นใคร ทำอะไรอยู่ แต่เธอก็ไม่อยากให้เพื่อนสาวฆ่าใครอีก
“เธอยังไม่เลิกอีกเหรออร”
รสิกาถามเสียงเศร้า พิราอรนั่งนิ่งแล้วขับรถไปเรื่อยๆ โดยไม่คิดตอบคำถามเพื่อนสาว เธอรู้ว่าเพื่อนสาวเธอเป็นคนอ่อนโยน แม้ใบหน้าภายนอกของเธอจะดูเหมือนคุณหนูไฮโซ แต่ในใจของหญิงสาวกับสวยงามอย่างไม่น่าจะเป็นเพื่อนกับเธอได้ แต่ไม่รู้ว่าพรมลิขิตหรือโชคชะตา ทำให้เธอได้มาเป็นเพื่อนคุณหนูไฮโซ สาวสวย รวยเสน่ห์และจิตใจอ่อนโยนอย่างนี้
“อร ถ้าเธอเดินอยู่เส้นทางนี้ ฉันกลัวว่าจะเสียเธอไปสักวัน และมันก็เป็นบาปติดตัวเธอตลอดไปนะ”รสิกาพูดเตือนสติเพื่อนสาว ถึงแม้เพื่อนสาวจะไม่เลือกทางที่เธอบอก เธอก็ยังคอยช่วยเหลือพิราอรตลอดไป
“สิ ฉันว่าแก่เลิกคบฉันเป็นเพื่อนยังง่ายกว่าจะบอกให้ฉันเลิกเป็นมือปืนซะอีกนะ”
คำตอบเย็นชาอย่างไร้ความรู้สึก ทำให้รสิกาถอนหายใจอย่างเหนื่อยใจ และคิดว่าภาพที่เธอเห็นในงานศพสงสัยเป็นภาพลวงตาแน่ๆ ที่ยิ้มหวานและพูดจาอ่อนหวาน จนเธอขนลุก
“ถ้าอย่างนั้นเธอก็ฝันไปเถอะ ต่อให้ไล่ฉันก็ไม่ไปจากชีวิตเธอแน่ๆ” รสิกาตอบอย่างหมายมั่นแม้คำพูดจะรุนแรงกันบ้าง แต่ทั้งคู่ก็ยังเข้าใจกันอยู่ดี
“แต่ฉันไม่เข้าใจอยู่ดีว่า เขาจ้างเธอมาฆ่านายนั่น แต่เธอกลับมาบอกว่าต้องแต่งงานกับนายนั่น ฉันไม่เข้าใจเธอเลยจริงๆ”
รสิกาถามพร้อมบีบขมับไปด้วยอย่างปวดหัวไม่รู้ว่าเพื่อนสาวคิดจะทำอะไร ใบหน้าสวยเฉียบคมยังคงนิ่งไม่มีสีหน้าใดๆ ให้รสิกาอ่านออกจนเธอรู้สึกหงุดหงิดเพื่อนสาวที่ไม่ตอบอะไรเลย แต่เมื่อเห็นว่ารถมาจอดที่หน้าบ้านของตัวเองแล้วก็เริ่มมีโมโหมากขึ้น
“ยัยอร!”
รสิกาตะโกนเรียกชื่อเพื่อนอย่างโมโห พิราอรหันมามองเพื่อนสาวที่มองเธออย่างโมโหปนหงุดหงิด ก่อนจะบอกเหตุผลของตัวเองให้เพื่อนสาวฟังด้วยสีหน้าเฉยๆ อย่างไม่รู้สึกอะไรกลับคำพูดของตัวเอง
“ไม่ได้มีแค่ฉัน ที่จะฆ่าเขา เพราะฉะนั้นไม่ว่าใครหน้าไหนก็ฆ่าเหยื่อของฉันไม่ได้ ยกเว้นฉันคนเดียวเท่านั้น”
คำตอบฟังดูเยือกเย็นและคำพูดที่เฉียบขาด ทำให้รสิกาถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยใจ ก่อนจะเปิดประตูลงจากรถ แล้วก้มศีรษะมาบอกเพื่อนสาวว่า
“ถ้ามีอะไรให้ช่วยก็บอกแล้วกัน และที่เราสัญญากันมีว่ายังไง” รสิกาบอกอย่างเป็นห่วงและถามสัญญาที่เคยตกลงกันเอาไว้ตั้งแต่เป็นเพื่อนกันใหม่ๆ พิราอรมองหน้าเพื่อนสาว ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่าเธอไม่เคยลืมสัญญาข้อนี้
“รักษาชีวิตตัวเองเอาไว้”
“ดี หวังว่าเธอจะรักษาชีวิตของเธอดั่งคำสัญญา”
รสิกาพูดย้ำอีกรอบ ก่อนจะเดินเข้าไปในบ้านโดยมีสายตาของพิราอรมองตามอย่างขอบคุณน้ำใจของเธอ ก่อนจะขับรถออกจากหน้าคฤหาสน์หลังใหญ่ของพลตำรวจเอกรัชพล กลับบ้านตัวเองซึ่งอยู่ไม่ห่างจากบ้านรสิกามากนัก
รถสปอร์ตสีแดงสดขับเลี้ยวเข้าไปในคฤหาสน์ที่ใหญ่ไม่ต่างจากบ้านของรสิกา ต่างกันตรงบ้านหลังนี้มีเพียงเธอคนเดียวที่พักอาศัย ไม่รวมคนใช้ภายในบ้านอีกสี่คนที่เธอต้องดูแล บ้านหลังนี้มีเพียงความหลังที่อบอุ่นไปด้วยรัก
“นานแค่ไหนแล้วนะ ที่ความสุขไม่เคยเกิดขึ้นกับฉัน พิราอร”
ปากสวยได้รูปพึมพำออกมาเบาๆ แล้วเงยหน้ามองคฤหาสน์ที่เคยมีแต่เสียงหัวเราะอย่างเจ็บปวด แต่ตอนนี้กลับมีแต่ความโดดเดี่ยวและเดียวดายเท่านั้น ก่อนจะเดินเข้าไปในบ้านด้วยใบหน้าเรียบเฉยอีกครั้ง
“มาแล้วเหรอคะคุณหนู ดื่มน้ำเย็นๆ ก่อนนะคะ”
ป้านิ่มแม่บ้านเก่าแก่ของพิราอรเดินออกมารับพร้อมยื่นน้ำเย็นให้อย่างเป็นห่วง พิราอรมองน้ำในมือของป้านิ่ม ก่อนจะหยิบมาดื่มตามความประสงค์ของแม่บ้านที่คอยห่วงใยเธอเสมอ
