บทที่ 1 ไว้อาลัย (5)
บทที่ 1 ไว้อาลัย (5)
“ขอบคุณค่ะป้า แต่คราวหน้าไม่ต้องมานั่งรออรอย่างนี้หรอกนะคะ เพราะบางวันอรไม่ได้กลับบ้าน” พิราอรบอกป้านิ่มแม่บ้านที่ดูแลเธอมานานอย่างเป็นห่วงสุขภาพ
“ป้ารู้ค่ะ แต่ก็อดห่วงคุณอรของป้าไม่ได้นี่คะ” หญิงสาววัยกลางคนบอกเจ้านายสาวอย่างเป็นห่วง ก่อนจะรับแก้วน้ำมาไว้ในมือ
“หนูดูแลตัวเองได้ค่ะ ป้านิ่มไปนอนเถอะค่ะ นี่ก็ดึกมากแล้ว”
พิราอรบอกป้านิ่ม ก่อนจะเดินขึ้นชั้นบนของบ้านอย่างเหนื่อยๆ โดยมีสายตาของผู้ผ่านร้อนผ่านหนาวมองตามอย่างเป็นห่วง เพราะคุณหนูของเธอดูเยือกเย็นจนน่ากลัว กลัวว่าชีวิตภายภาคหน้าของพิราอรจะไม่มีใครอยู่ในหัวใจ...
พิราอรล้มตัวนอนบนเตียงขนาดคิงไซส์อย่างเหนื่อยล้า ใบหน้าสวยเงยหน้ามองเพดานอย่างครุ่นคิดถึงเรื่องที่ผ่านมา เธอไม่อยากให้คนดีๆ อย่างอนุภัทรต้องมาตายเพราะน้ำมือของคนสกปรก ที่คิดจะฆ่าล้างตระกูลของชายหนุ่ม เพื่อครอบครองมรดกนับพันล้านที่ตกทอดมาถึงชายหนุ่มอายุเพียงยี่สิบห้าปี และต้องแบกรับภาระอันหนักอึ้งของบริษัทยักษ์ใหญ่ที่พ่อกับแม่ทิ้งไว้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
หากเธอไม่ยื่นมือเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ มีหวังชายหนุ่มที่อนาคตจะก้าวไกลไปด้วยดี ได้ตามผู้เป็นพ่อกับแม่ไปโลกหน้าแน่ๆ เธอไม่ใช่คนดี แต่เธอก็ไม่เคยฆ่าผู้บริสุทธิ์แม้ครั้งนี้เธอจะยอมเอาตัวเองไปข้องเกี่ยว แต่เธอเชื่อว่าเมื่อทุกอย่างจบลงด้วยดีแล้ว เธอจะก้าวออกมายืนอยู่ที่จุดเดิมได้
“ฉันหวังว่านายจะยอมตกลงนะ”
ปากสวยพึมพำเบาๆ ก่อนจะหลับตาลงอย่างอ่อนล้า เมื่อนึกไปถึงเรื่องที่เธอปั้นแต่งขึ้น แต่จริงๆ แล้วเธอรู้อยู่แก่ใจว่าเพราะอะไร เธอจึงยอมลงทุนช่วยอนุภัทรอย่างไม่ต้องการเรียกร้องอะไรทั้งสิ้น ก่อนจะปล่อยให้สมองว่างเปล่าและเข้าสู่นิทราอย่างสุขใจ
อนุภัทรยืนมองร่างบิดามารดาเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะทำพิธีการทางศาสนาต่อไปด้วยความเศร้า น้ำตาลูกผู้ชายไหลออกมาอย่างสุดจะกลั้น ใบหน้าที่เคยมีแต่รอยยิ้มกลับมีเพียงความเศร้าหมอง และความเดียวดาย พร้อมภาระอันหนักอึ้งที่ต้องแบกรับเอาไว้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
“อย่าเสียใจไปเลย ยังไงนุก็มีลุงทั้งคน ลุงจะดูแลแกเอง” อภิยุตเดินเข้ามาตบไหล่หลานชายเบาๆ อย่างให้กำลังใจ
“ขอบคุณนะครับคุณลุง” อนุภัทรยกมือไหว้ผู้เป็นลุง ด้วยนัยน์ตาแดงก่ำอย่างอดหลับอดนอนมาหลายคืน
“มันเป็นหน้าที่ลุงอยู่แล้วที่ต้องดูแลแก ตกลงมาอยู่กับลุงนะ” อภิยุตพูดปลอบใจและชวนแกมบังคับให้หลานชายมาอยู่ด้วย
“มาอยู่กับอาดีกว่า อย่าไปอยู่กับลุงเขาเลยลูกหลานเขาเยอะแยะ มาอยู่กับอามีน้องกานต์คนเดียวเองไม่มีเรื่องวุ่นวายเหมือนครอบครัวใครคนบางคน”
“นี่ยัยภา แกจะมากไปแล้วนะ ถึงที่บ้านจะมีเรื่องวุ่นวายแต่ก็เป็นธรรมดาของลิ้นกับฟัน ยังไงตานุก็เป็นผู้ชายต้องมาอยู่กับฉัน อย่าคิดนะว่าฉันไม่รู้ว่าแกคิดอะไรอยู่”
อภิยุตต่อว่าอมลภาน้องสาวอีกคนที่คิดจะให้ลูกสาวแต่งงานกับอนุภัทรเพื่อต้องการมรดก แต่นรีกานต์ไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของเธอ เพราะสามีของเธอเป็นหมันอมลภาจึงไปขอเด็กจากสถานสงเคราะห์มาเลี้ยงดู
“ฮึ... แล้วพี่ล่ะมีอะไรที่ต่างจากฉันบ้าง มันก็เหมือนไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่นั่นแหละ อย่าคิดว่าฉันไม่รู้ว่าพี่คิดอะไรอยู่” อมลภาหันไปต่อว่าอภิยุตผู้เป็นพี่ชายด้วยสายตารู้ทัน
อภิยุตมองน้องสาวแท้ๆ อย่างไม่พอใจ และกำมือแน่นด้วยความโกรธแค้น แต่เขาไม่สามารถทำอะไรได้ตอนนี้ ได้แต่ตีหน้าเศร้าเสแสร้งมองผู้เป็นหลานชายอย่างให้นึกสงสาร
“ตานุ แกก็คิดเอาเองนะว่าจะเชื่ออาภาของแกหรือเปล่า เพราะที่ผ่านมาลุงก็รักและเป็นห่วงแกมาโดยตลอด ลุงเสียใจที่การทำดีของลุงทำให้คนอื่นมองลุงไม่ดี ลุงเสียใจจริงๆ” อภิยุตหันไปบอกอนุภัทรผู้เป็นหลานชายด้วยน้ำเสียงเศร้า และเสียใจกับการกระทำของตัวเอง
